เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
SD ‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Economic เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
Tech 5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
“เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
Biz Movement “เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
ดูทั้งหมด

บาททรงตัว ท่ามกลางความหวังยุติชัตดาวน์สหรัฐ

10 พ.ย. 2568 | 17:48น.
ค่าเงิน การลงทุน

ค่าเงินบาททรงตัว ท่ามกลางความหวังยุติชัตดาวน์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/11) 32.35/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (07/11) ที่ระดับ 32.34/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (09/11) วุฒิสภาสหรัฐ ผ่านมติข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ ที่ดำเนินมานานถึง 40 วัน ซึ่งถือเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

โดยที่ประชุมวุฒิสภามีมติ 60 ต่อ 40 เสียง ผ่านขั้นตอนแรกของร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานของรัฐกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การยุติภาวะชัตดาวน์ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะยุติลงเร็วเพียงใด เนื่องจากหลังจากการร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภายังคงต้องผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนาม

ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ด้านข้อมูลทางเศรษฐกิจ เมื่อคืนวันศุกร์ (07/11) ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับ 99.4 หลังจากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.0 จากระดับ 53.6 ในเดือน ต.ค. คาดว่าการลดลงของตัวเลขดังกล่าวได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยึดเยื้อและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวปฐกถาพิเศษในงาน iBusiness Forum : Thailand Future Signal 2026 จับสัญญาณอนาคต ก้าวใหม่เศรษฐกิจไทย ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน จนเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจใหม่เกิดขึ้นอย่างมาก โดยในเชิงธุรกิจสามารถก้าวได้เร็วขึ้น

ขณะที่ในเชิงประเทศก็ต้องเตรียมความพร้อมที่จะเร่งผลักดันให้สัญญาณนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งหมดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 1.1% จากเดิมคาดการณ์ที่ 0.3% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.33 – 32.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/11) ที่ระดับ 1.1553/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (07/11) ที่ระดับ 1.1541/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ทั้งธนาคารกลางของสหรัฐ และของสหราชอาณาจักรคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2569

นอกจากนั้น หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธาน ECB ยังให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว แต่ ECB ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากตัวเลขเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1550-1.1580 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1566/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/11) ที่ระดับ 153.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (07/11) ที่ระดับ 153.46/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าต่อหลังการพักตัวระยะสั้นบริเวณ 152.90-153.00

โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลญี่ปุ่นในวันนี้ (10/11) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อ ซึ่งร่างมาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ที่ต้องการให้ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

โดยคาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พ.ย. ซึ่งจะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ชุดแรกของนายกรัฐมนตรีทาคาอิชินับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.76 – 154.23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.18/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานของสหราชอาณาจักร (11/11), อัตราการว่างงานของสหราชอาณาจักร เดือน ก.ย. (11/11), การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานของออสเตรเลีย (13/11), อัตราการว่างงานของออสเตรเลีย เดือน ต.ค. (13/11), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร (13/11),

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐ (13/11), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (13/11), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ (14/11), ยอดขายปลีกของสหรัฐ (14/11) ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของรัฐบาล อาจถูกเลื่อนปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกได้

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.5/-3.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.0/-6.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ