เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าหลังทองคำหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์ จับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

04 ธ.ค. 2568 | 17:51น.
เงินบาท-ราคาทองคำ

ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลังทองคำหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 31,89/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/12) ที่ระดับ 31.91/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่า หลังตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ประกาศออกมายังอ่อนแอ โดยเฉพาะในตลาดแรงงาน

โดยออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 32,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. โดยธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุด

ทั้งนี้ นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า นโยบายภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ภาคเอกชนลดการจ้างงาน และยังยืนยันว่า ตัวเลขการจ้างงานจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลและเติบโตขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 55.0 และต่ำกว่าระดับ 54.8 ในเดือน ต.ค.

อย่างไรก็ตาม ในอีกฝั่งหนึ่ง สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน จากระดับ 52.4 ในเดือน ต.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.0 ทั้งนี้จากตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวม ที่แสดงถึงความอ่อนแอในตลาดแรงงาน ทำให้มีกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไป

โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่าบรรดานักลงทุนให้น้ำหนักราว 89% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.50% – 3.75% ในการประชุมสัปดาห์หน้านี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (4/12) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือน พ.ย. 68 พบว่าอยู่ที่ระดับ 53.2 จากเดือน ต.ค. ที่ระดับ 51.9 เป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 10 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังและมีความเชื่อมั่นว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะทำให้ฟื้นตัวได้ในระยะสั้น แม้ว่ายังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ สงครามการค้าและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้าก็ตาม

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 46.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 50.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 61.9 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าก่อนวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติไทย ท่ามกลางการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ โดยล่าสุดได้หลุดระดับ 4,200 เหรียญต่อออนซ์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.88 – 32.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 1.1664/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/12) ที่ระดับ 1.1661/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แถลงต่อรัฐสภายุโรปว่า อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะขยับเข้าใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของ ECB ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ถึงแม้แนวโน้มโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากร และยังเสริมว่าความเสี่ยงที่มีต่อแนวโน้มดังกล่าวนั้นยังคงมีทั้งสองด้าน ขณะที่ความไม่แน่นอนยังคงสูงกว่าปกติ อันเนื่องมาจากนโยบายการค้าโลกที่มีความผันผวน

อย่างไรก็ตาม ลาการ์ดกล่าวด้วยว่า ECB มองเห็นความเป็นไปได้ที่ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจจะต่ำกว่าเป้าหมาย โดยสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นเนื่องจากการใช้ระบบการกำหนดราคาคาร์บอนใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ถูกเลื่อนออกไป

สำหรับการคาดการณ์เงินเฟ้อครั้งใหม่ซึ่งจะรวมการประมาณการครั้งแรกสำหรับปี 2571 จะถูกนำเสนอในการประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 18 ธ.ค. และจะให้ความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต ในส่วนของตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้มีดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่หกติดต่อกันในเดือนพฤศจิกายน แตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566

และสะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและเร่งตัวขึ้น โดยดัชนีอยู่ที่ 52.8 (ตุลาคมอยู่ที่ระดับ 52.5) สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของการสำรวจที่ 52.4 อีกครั้ง โดยทั้งภาคการผลิตและภาคบริการต่างมีการเพิ่มขึ้นของผลผลิตในช่วงกลางไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1653-1.1682 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1676/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 155.17/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ(3/12) ที่ระดับ 155.53/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินแข็งค่าขึ้นภายหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 1.910% ในช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2550 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้

นอกจากนี้เงินเยนยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจ หลังตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เดือน พ.ย. ออกมาชะลอตัว โดยล่าสุด ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุในวันนี้ (4/12) ว่า การดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไปยังไม่แน่นอน เนื่องจากยากที่จะระบุระดับของอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (Neutral Rate of Interest) ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจว่าควรปรับขึ้นดอกเบี้ยไปถึงจุดใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

โดยคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ อธิบายต่อรัฐสภาว่า แนวคิดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางสามารถประเมินได้เพียงเป็นช่วงกว้าง ๆ และ BOJ ได้พยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของการประเมิน หากสามารถทำได้สำเร็จ ธนาคารก็มีแผนเปิดเผยช่วงค่าประมาณดังกล่าวต่อสาธารณะ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.78 – 155.54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 154.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค. ของอียู (4/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (4/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 3) ของอียู (5/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (5/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (5/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -5.5/-3.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ