เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
ดูทั้งหมด

น้ำนมดิบล้นตลาด ก.เกษตรฯ ดัน MOU เพิ่มรับซื้อ-ระบายสต๊อก พยุงราคาช่วยผู้เลี้ยง

12 ก.พ. 2569 | 14:28น.

กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ดัน MOU รับซื้อ เพิ่มช่องทางระบายสต๊อก ช่วยพยุงรายได้เกษตรกรโคนม

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขับเคลื่อนและพัฒนาโคนมไทย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นม ร่วมกับชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ว่า จากการหารือครั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้นำเสนอประเด็นปัญหาเร่งด่วน อาทิ ขอให้เร่งหาตลาดรับซื้อน้ำนมดิบที่ยังคงค้างอยู่ที่สหกรณ์ ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องจำหน่ายน้ำนมดิบในราคาต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ

โดยขอให้พิจารณาจัดทำบันทึกข้อตกลงการซื้อน้ำนมดิบ (MOU) ในโครงการนมโรงเรียน ปี 2568/2569 ให้ครบถ้วน ขณะเดียวกันขอให้ช่วยเร่งระบายสต๊อกนมกล่องที่คงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของสหกรณ์ในการรับซื้อน้ำนมดิบ

อีกทั้งได้เสนอปัญหาเรื่องจำนวนเด็กในระบบการศึกษาที่ลดลง ส่งผลให้ความต้องการนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง สมาชิกชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด จึงเสนอแนวทางแก้ไข โดยขอให้กระทรวงเกษตรฯ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาส่งเสริมให้นักเรียนดื่มนมโรงเรียนตลอดทั้งปี หรือ 365 วัน และขยายการดื่มนมโรงเรียนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มโอกาสการบริโภคนมของนักเรียน

รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น ส่งเสริมให้สตรีมีครรภ์ได้ดื่มนมด้วย พร้อมทั้งขอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การส่งมอบนมโรงเรียนที่กำหนดวันก่อนหมดอายุ จากเดิมไม่น้อยกว่า 4 เดือน เป็นไม่น้อยกว่า 2 เดือน เป็นการชั่วคราวในภาคเรียนที่ 2/2568 เพื่อช่วยระบายสต๊อก โดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กำหนด

กระทรวงตระหนักถึงความเดือดร้อนของสหกรณ์ และได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหานมคงค้าง รวมถึงการบริหารจัดการระบบนมทั้งห่วงโซ่อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าขยายความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการบริโภคนมในสถานศึกษา และเตรียมขยายโอกาสการดื่มนมไปยังระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) ต่อไป พร้อมเร่งรัดโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการกระจายนมในโรงเรียนเป็นไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายใต้เงื่อนไขการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อช่วยระบายสต๊อกนมในระบบ ตลอดจนได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์รวบรวมข้อมูลปริมาณนมคงเหลือในแต่ละพื้นที่ภายใน 15 วัน เพื่อนำมาวางแผนบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางเพิ่มช่องทางตลาดเพื่อกระจายผลิตภัณฑ์นม อาทิ การขยายจุดจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน และการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อช่วยรับซื้อบางส่วนให้เกิดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบ

พร้อมทั้งเตรียมทบทวนโครงสร้างการตลาดและการบริหารขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของสหกรณ์เป็นลำดับแรก และเตรียมปรับหลักเกณฑ์การกระจายสินค้าให้มีความยืดหยุ่น สามารถช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้มากขึ้น โดยจะเร่งสรุปแนวทางดำเนินการให้ชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที