เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
Economic น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
Tech เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
Finance MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
รัฐบาล โต้ข่าว IMF ตำหนิไทยเป็นเรื่องเท็จ ชี้เป็นการพูดวงกว้างทั่วโลกเผชิญอะไร
Finance รัฐบาล โต้ข่าว IMF ตำหนิไทยเป็นเรื่องเท็จ ชี้เป็นการพูดวงกว้างทั่วโลกเผชิญอะไร
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยลุ้นแรงซื้อฝรั่งพยุง ‘กรุงศรี’ ชู 11 หุ้นเด่นรับน้ำมันพุ่ง-รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
Finance หุ้นไทยลุ้นแรงซื้อฝรั่งพยุง ‘กรุงศรี’ ชู 11 หุ้นเด่นรับน้ำมันพุ่ง-รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านยกระดับโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านยกระดับโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
จับตาเวที IMF-World Bank 2026…โอกาสท่ามกลาง‘ความท้าทาย’ ของโลก
Finance จับตาเวที IMF-World Bank 2026…โอกาสท่ามกลาง‘ความท้าทาย’ ของโลก
ดูทั้งหมด

ร้าน Mall บนอีคอมเมิร์ซโตวันโตคืน ‘บิวตี้-แฟชั่น’ ครองใจนักช็อปกว่าใคร

08 มี.ค. 2569 | 09:20น.
LazMall

การขายสินค้าออนไลน์ในยุคแรก ๆ ยังเป็นแบบที่ผู้ซื้อติดต่อและทำธุรกรรมกับผู้ขาย โดยมี “แพลตฟอร์ม” เป็นตัวกลาง แต่เมื่อไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยน และ “อีคอมเมิร์ซ” กลายเป็นวิถีช็อปปิ้งกระแสหลัก แบรนด์ต่าง ๆ ที่เคยโฟกัสกับการขายสินค้าแค่ช่องทางออฟไลน์ ก็ต้องปรับตัวสู่โลกของการขายออนไลน์ ทำให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มพัฒนาโมเดลร้าน “Mall” หรือร้านค้าแบรนด์แท้ออกมาซัพพอร์ตความต้องการของแบรนด์

เปิดวิวัฒนาการ “อีคอมเมิร์ซ”

“ภีม เบ็ญจศิริวรรณ” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ และข้อมูลเชิงลึก บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอีคอมเมิร์ซ CUBE INSIGHTS กล่าวว่า CUBE INSIGHTS จัดทำรายงาน “The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce in Thailand” โดยเก็บข้อมูลระหว่าง ต.ค.-พ.ย. 2025 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 25-45 ปี ที่เคยซื้อสินค้าผ่านร้านค้าแบรนด์แท้บนแพลตฟอร์มในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ใน 6 ประเทศคือ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ประเทศละ 1,000 คน

แพลตฟอร์ม
ภีม เบ็ญจศิริวรรณ

เพื่อศึกษาวิวัฒนาการตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ ความเป็นของแท้ และคุณภาพสินค้า รวมถึงการพัฒนาระบบร้านค้าแบรนด์แท้ และโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์มที่เติบโตต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ (2012-2030)

ผลการศึกษาแบ่งวิวัฒนาการ “อีคอมเมิร์ซ” ออกเป็น 5 ยุค ได้แก่ 1.ยุคบุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (2012-2016) แพลตฟอร์มมุ่งขยายฐานผู้ใช้อย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก และยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำกัด 2.การเติบโตของระบบร้านค้าแบรนด์แท้ (2017-2019) แพลตฟอร์มเริ่มพัฒนาระบบร้านค้าแบรนด์แท้ พร้อมมาตรฐานควบคุมคุณภาพสินค้า ทำให้เริ่มเห็นสัดส่วนยอดขายจาก Mall ราว 5%

3.ยุคขยายตัวของโซเชียลคอมเมิร์ซ (2020-2024) พัฒนาเป็นประสบการณ์เชิงโซเชียล ขับเคลื่อนผ่านไลฟ์สตรีม อินฟลูเอนเซอร์ และวิดีโอสั้น โดยสัดส่วนยอดขาย Mall เริ่มขยับขึ้นเป็น 12% 4.ยุค Confidence Commerce (2025-2026) ระบบร้านค้าแบรนด์แท้ขยายตัว และแพลตฟอร์มเริ่มผสาน AI เข้ากับประสบการณ์การใช้งาน ช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น โดยสัดส่วนยอดขาย Mall เพิ่มขึ้นเป็น 30%

และ 5.Confidence Commerce ที่ AI มีบทบาทในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าทุกขั้นตอน (2027-2030) ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดขายจาก Mall จะเพิ่มขึ้นเป็น 55%

คนไทย ซื้อของร้าน Mall คึกคัก

หากเจาะอินไซต์ในประเทศ “ไทย” โดยเฉพาะ จะพบว่าตลาดอีคอมเมิร์ซยังเติบโตต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 14% ต่อปี โดยมูลค่าตลาดในปี 2025 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.7 แสนล้านบาท และมี “มาร์เก็ตเพลซ” (Marketplace) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ครองส่วนแบ่งกว่า 67% โดยสัดส่วนการใช้จ่ายแบ่งเป็น Mall 30% Nonmall 70%

ขณะที่ในปี 2030 คาดว่ามูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีโอกาสแตะ 1.8 ล้านล้านบาท เป็นส่วนแบ่งจากมาร์เก็ตเพลซกว่า 65% แบ่งเป็นสัดส่วนจากร้าน Mall 55% Non-Mall 45% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีให้กับร้านค้าแบรนด์แท้มากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดหลักของอาเซียนที่มีการซื้อสินค้าแบรนด์แท้บนแพลตฟอร์มอย่างคึกคัก โดยนักช็อปไทยกว่า 91% ซื้อสินค้าบน Mall เป็นรองเพียงเวียดนามที่มีนักช็อปซื้อสินค้าบน Mall ถึง 93% ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์ 86% ฟิลิปปินส์ 81% และอินโดนีเซีย 80%

โดย 3 หมวดสินค้ายอดนิยมบนร้านค้าแบรนด์แท้ของนักช็อปไทย ได้แก่ 1.บิวตี้ และของใช้ส่วนตัว 81% 2.แฟชั่น 75% และ 3.เครื่องใช้ไฟฟ้า 62% ส่วนปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากที่สุด คือคุณภาพของสินค้า 77% รองลงมาคือราคา 66% ความน่าเชื่อถือและสินค้าแท้ 64% และดีลพิเศษ 51%

“การเติบโตของ Mall สะท้อนเทรนด์ Trade-up หรือการใช้จ่ายกับสินค้าคุณภาพสูงและแบรนด์อย่างชัดเจน โดยนักช็อปไทยประมาณ 50% ใช้จ่ายกับสินค้าคุณภาพสูงและแบรนด์เพิ่มขึ้น 10-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งหมวดหมู่สินค้าที่สะท้อนพฤติกรรมได้ชัดเจนที่สุดคือบิวตี้และของใช้ส่วนตัว”

เปิดกว้างแบรนด์ ตปท.

ด้านการเปิดรับแบรนด์จากต่างประเทศ พบว่านักช็อปไทยกว่า 81% เปิดรับแบรนด์ต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และเปิดใจให้กับแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคย โดยมองว่าแบรนด์ต่างประเทศเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของการช็อปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องลังเลหรือหลีกเลี่ยง

ขณะเดียวกัน 81% ของนักช็อปชาวไทเคยเผชิญข้อจำกัดด้านซัพพลาย เมื่อเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ต่างประเทศคุณภาพสูง โดยความท้าทายหลัก ๆ มีทั้งหมด 3 ด้านคือ 1.สินค้าหมดสต๊อก (50%) 2.ไม่มีจำหน่ายในประเทศ (29%) และ 3.มีขายเฉพาะผู้ขายที่ขายต่อในราคาสูงเกินจริง (26%)

ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อแบรนด์ต่างประเทศมากที่สุด คือคืนสินค้าง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย (73%) ตามมาด้วยรับประกันของแท้ (67%) จัดส่งรวดเร็วและเชื่อถือได้ (60%) รีวิว และคะแนนร้านค้าที่น่าเชื่อถือ (47%) ราคาคุ้มค่า (33%) และตัวเลือกสินค้าที่หลากหลาย (20%)

ใช้ AI ผสานออนไลน์-ออฟไลน์

“ภีม” บอกด้วยว่า ในยุคของ Confidence Commerce การเชื่อมต่อประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์จะเข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะการช็อปออนไลน์ยังไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ออฟไลน์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะการได้สัมผัสสินค้าและตรวจสอบด้วยตนเองในกลุ่มสินค้าที่เน้นความน่าเชื่อถือและของแท้ เช่น บิวตี้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

“นักช็อปไทยกว่า 71% มีพฤติกรรมแบบ Showrooming คือชอบไปทดลองสินค้าที่หน้าร้านก่อนสั่งซื้อผ่านออนไลน์ สะท้อนว่าอุปสรรคด้านความเชื่อมั่นลดลง และคิดว่าสินค้าที่ซื้อในช่องทางออนไลน์ไม่ได้ต่างกับสินค้าที่ซื้อหน้าร้าน”

ขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงการค้นหาข้อมูล แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นจากรีวิวผู้ใช้จริง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรับรองจากแพลตฟอร์ม

“ในอนาคต AI จะมีบทบาทมากขึ้นในการแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคล สนับสนุนการเปรียบเทียบ พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์หลังการซื้อ และเมื่อผสาน AI เข้ากับความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์ม จะนำไปสู่ระบบค้าปลีกแบบบูรณาการยิ่งขึ้น”

กลยุทธ์สร้าง Confidence Commerce

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซที่ยังคงร้อนแรง “ลาซาด้า” (Lazada) ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าก้าวข้ามยุคของการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยราคาและโปรโมชั่นไปแล้ว และเข้าสู่ยุคของ “Confidence Commerce” ผ่านการวางโพซิชั่นของ “LazMall” ให้เป็นจุดหมายปลายทางของแบรนด์คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับโลก และแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพ

“วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า แคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมามียอดขายสินค้าแบรนด์บน LazMall เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value : AOV) สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า โดยสินค้าแบรนด์แท้ในหมวดหมู่แฟชั่น ความงาม และเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม

แพลตฟอร์ม
วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย

การเติบโตของ LazMall ยังเกิดจากการสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งที่วางใจได้ผ่าน “4 การันตี”

ประกอบด้วย การันตีสินค้าแบรนด์แท้ 100% จัดส่งตรงเวลา คืนสินค้าพร้อมเงินคืนไว และการันตีสต๊อกพร้อม ควบคู่กับการนำ AI มาใช้ เพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล ตลอดจนโปรแกรมสมาชิก (MembershipProgram) ที่ช่วยเพิ่มยอดคำสั่งซื้อได้ถึง 5 เท่า ในกลุ่มลูกค้าระดับ Platinum และมีเครื่องมือทางการเงินอย่าง LazPayLater และ FastCash ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้ามากขึ้น

พร้อมทั้งสนับสนุนแบรนด์พันธมิตรและผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว และสร้างการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโปรเจ็กต์ต่าง ๆ เช่น การคอลแลบส์กับ “ซานริโอ้” (Sanrio) นำแคแร็กเตอร์ดังมาออกแบบสินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษ และวางจำหน่ายบนลาซาด้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดย Endless Holiday คือแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่ได้ขายสินค้าคอลเล็กชั่นนี้ในช่วงแคมเปญ 3.3 ที่ผ่านมา และจะมีสินค้าจากแบรนด์อื่นตามมาอีกเรื่อย ๆ

“ลาซาด้าตั้งใจที่จะยกระดับมาตรฐานอีคอมเมิร์ซไปอีกขั้น โดยยึดถือความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เชื่อว่าอีโคซิสเต็มที่ยืนหยัดบนความเชื่อมั่น และคุณภาพที่แท้จริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันอีคอมเมิร์ซไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”