เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
SD ‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Economic เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
Tech 5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
“เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
Biz Movement “เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
ดูทั้งหมด

วีระพงษ์ แนะรัฐบาลใหม่ เร่งชิงช่องทางได้เปรียบ รับมือสงครามการค้ารอบใหม่

13 มี.ค. 2569 | 10:18น.
วีระพงษ์ แนะรัฐบาลใหม่ เร่งชิงช่องทางได้เปรียบ รับมือสงครามการค้ารอบใหม่

ปชป. แนะ ‘รัฐบาลใหม่’ ชิงช่องทางความได้เปรียบรับมือสงครามการค้ารอบใหม่ หลังสหรัฐเล็งสอบ 16 ชาติคู่ค้าฐานทำการค้าไม่เป็นธรรม จี้เร่งเจรจาระดับนโยบาย-แก้เกมข้อกล่าวหาให้ได้เปรียบด้านภาษี

นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตผู้แทนการค้าไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นข้อเสนอแนะประเด็น “สงครามการค้ากลับมาใหม่ ทำอย่างไรให้ไทยชิงความได้เปรียบ ?” ภายหลังสหรัฐเตรียมสอบสวนคู่ค้าหลัก 16 ประเทศรวมถึงไทย ภายใต้กฎหมายการค้า ฐานทำการค้าไม่เป็นธรรมนั้น

อดีตผู้แทนการค้าไทยระบุว่า ระหว่างที่สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่าย ๆ สงครามการค้าก็เริ่มส่อเค้าเข้มข้นขึ้นเช่นกัน ไทยต้องเตรียมรับทั้งสองสงครามให้ดี หลังศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ภาษีต่างตอบแทนตามกฎหมาย IEEPA ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต่อมารัฐบาลสหรัฐกำหนดภาษีเท่ากันทุกประเทศที่ 10% เป็นการชั่วคราว สิ้นสุดในปลายเดือนกรกฎาคมนี้

ล่าสุด (11 มีนาคม) รัฐบาลสหรัฐเตรียมใช้เครื่องมืออัตราภาษีใหม่ตามมาตรา 301 ของ The Trade Act 1974 เพื่อกลับมาเก็บภาษีต่างตอบแทนกับแต่ละประเทศอีกครั้ง หลังภาษี 10% ชั่วคราวสิ้นสุดลง โดยได้ประกาศเริ่มกระบวนการสืบสวนกับประเทศต่าง ๆ เริ่มต้นที่ 16 ประเทศแรก ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย

ข้อกล่าวหาของสหรัฐคือ มีการใช้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Trade Practices) ทำให้ประเทศมีกำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกิน (Structural Excess Capacity and Production) ตัวอย่างของนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งสหรัฐยกมา ประกอบด้วย การส่งเสริมการผลิตโดยไม่ยึดโยงกับความต้องการของตลาด (เช่น การอุดหนุนจากรัฐ) การกดค่าแรงให้ถูก รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด ข้อกีดกันทางการค้าต่าง ๆ มาตรฐานแรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่หละหลวม การให้เอกชนกู้ยืมด้วยดอกเบี้ยถูก ตลอดจนการบิดเบือนค่าเงิน

พูดง่าย ๆ คือ มีรัฐบาลอุ้มจนมีกำลังการผลิตมาก ทำให้ผลิตของไปขายสหรัฐจนได้ดุลการค้ามหาศาล (ขายของให้สหรัฐมากกว่าที่ซื้อของจากสหรัฐ) แถมยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินไม่ได้ใช้งานเหลืออีกด้วย

ทั้ง 16 ประเทศต่างเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐสูงมาก บางประเทศสหรัฐอ้างว่ามีกำลังการผลิตเหลือใช้มากจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม (ในมุมมองของสหรัฐ) โดยยกตัวอย่างบริษัทผลิตรถ EV สัญชาติจีนยี่ห้อ BYD ที่เร่งขยายโรงงานในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทย เพื่อจับจองตลาด ชิงความได้เปรียบจากผู้ผลิตในสหรัฐ จนทำให้ขายรถ EV ไปสหรัฐได้มาก และยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่สบาย ๆ

นายวีระพงษ์เสนอแนะว่า แล้วไทยจะเจรจาชิงความได้เปรียบอย่างไรดี ? หลังเริ่มการสืบสวนระหว่างวันที่ 17 มีนาคม-15 เมษายน สหรัฐจะเปิดโอกาสให้รัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ ส่งหลักฐานว่า 16 ประเทศนี้มีนโยบายการค้าอย่างไร เป็นธรรม และสร้างความเสียหายให้สหรัฐหรือไม่

วันที่ 5 พฤษภาคม คณะกรรมการมาตรา 301 ของสหรัฐจะเปิดรับฟังประชาพิจารณ์ต่อสาธารณชน เมื่อการรับฟังสิ้นสุด รัฐบาลไทยจะมีเวลา 1 สัปดาห์ที่จะส่งความเห็นโต้แย้ง เพื่อประกอบการพิจารณาของสหรัฐ เมื่อกระบวนการสืบสวนสิ้นสุดลง ผู้แทนการค้าสหรัฐจะตัดสินว่าจะใช้มาตรา 301 กับแต่ละประเทศหรือไม่ และในรูปแบบใด

เมื่อรูปการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ โจทย์ของรัฐบาลใหม่คือ การเร่งกลับมาเจรจาการค้าในระดับนโยบายกับสหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาลควรเตรียมโต้ตอบกับการสืบสวนตามมาตรา 301 นี้ โดยแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเหมาะสมของนโยบายการค้าไทย หรือมาตรการที่จะดำเนินการเพื่อแก้ไขข้อกล่าวหา เพื่อให้ไทยได้อัตราภาษีที่ได้เปรียบประเทศคู่แข่ง

ล่าสุดรัฐบาลไทยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อโต้ตอบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยขอเสนอว่า การโต้ตอบควรมุ่งเน้นที่การพิจารณาปัจจัยที่สหรัฐมองว่าเป็นต้นเหตุของความไม่เป็นธรรมทางการค้า ตลอดจนแนวทางการนำเข้าสินค้าเพิ่มจากสหรัฐในกรณีที่เป็นประโยชน์กับไทย

สหรัฐเป็นตลาดคู่ค้าสำคัญของไทยที่เรายังต้องรักษาไว้ ตอนนี้เป็นจังหวะดีที่รัฐบาลจะเตรียมตั้งรับกับมาตรการภาษีระลอกใหม่ เพื่อชิงความได้เปรียบครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้า