Skip to content

“เพราะเข้าใจอินไซต์จึงขายดี” โตแบบ Harmenstore เครื่องประดับสายมูร้อยล้าน

17 เม.ย. 2569 | 13:09น.
“เพราะเข้าใจอินไซต์จึงขายดี” โตแบบ Harmenstore เครื่องประดับสายมูร้อยล้าน

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและปัจจัยรอบด้าน ผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z หันมาให้ความสำคัญกับความสงบของจิตใจมากขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ “มูเตลู” ก้าวข้ามความเชื่อเฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดไลฟ์สไตล์

จากข้อมูลของ Transparency Market Research ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับสายมูทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตแตะ 2.22 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7 แสนล้านบาท) ภายในปี 2574 สะท้อนโอกาสการเติบโตของตลาด ”มูเก็ตติ้ง“ (Muketing) ที่นำความเชื่อมาต่อยอดเป็นสินค้าที่จับต้องได้และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช็อปยุคใหม่

โดยหนึ่งในแบรนด์ไทยที่หยิบอินไซต์ “สายมู” มาสร้างความแตกต่างในตลาด คือ “ฮาร์เมนสโตน” (Harmenstone) แบรนด์เครื่องประดับที่มีดีไซน์โดดเด่น ออกแบบโดยผสานวัฒนธรรมป๊อป จนกลายเป็นไอเทมแฟชั่นสะท้อนตัวตนตอบโจทย์สายมูยุคใหม่

Harmenstone ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 โดย “บุ๊ค–หัสวีร์ วิรัลสิริภักดิ์” และ “เคน–นันท์ธร พรกุลวัฒน์” สองวิศวกรที่มองเห็นช่องว่างในตลาดเครื่องประดับสายมูที่ยังขาดความโมเดิร์นและไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงพัฒนาเครื่องประดับภายใต้คอนเซ็ปต์ “มูมินิมอล” ผสานพลังจากธรรมชาติและความเชื่อเข้ากับดีไซน์ที่ใส่ได้ทุกวัน ซึ่งความตั้งใจนี้สะท้อนผ่านชื่อแบรนด์ที่เกิดจากคำว่า “Harmony” (ความสมดุล) รวมกับ “Stone” (หินธรรมชาติ)

คอลเล็กชั่นที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับแบรนด์ คือ “The Mantra Rings” หรือแหวนซ่อนยันต์ ที่ถ่ายทอดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ “โอม มณี ปัทเม หุม” ผ่านดีไซน์ร่วมสมัยอย่างประณีต ขณะที่คอลเล็กชั่น “แชกงหมิว” ได้สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ที่เดินทางไปประกอบพิธีปลุกเสกถึงวัดแชกงที่ฮ่องกง เพื่อส่งต่อพลังแห่งศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับผู้สวมใส่

Harmenstore
เครื่องประดับคอลเล็กชั่นดังของ Harmenstore

ทั้งนี้ เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละคอลเล็กชั่นไม่ได้มีเพียงกระบวนการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน แต่ยังขับเคลื่อนด้วยแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภค การศึกษาความหมายขององค์เทพ และการคัดเลือกสถานที่ประกอบพิธีตามหลักความเชื่ออย่างถ่องแท้ ทำให้ปี 2568 ที่ผ่านมา Harmenstone สามารถสร้างยอดขาย New High ทะลุ 100 ล้านบาทได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน Harmenstone ยังสร้างการเติบโตผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยบนลาซาด้า (Lazada) แบรนด์ได้รับเลือกให้อยู่บน LazMall Luxury โซนที่รวบรวมแบรนด์พรีเมี่ยมและลักชัวรีระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมี่ยมของแบรนด์อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีทั้งความสนใจและกำลังซื้อ รวมถึงเป็นช่องทางที่สร้างยอดขายสูงสุดของแบรนด์ลำดับต้น ๆ โดยแบรนด์สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยหลักล้านบาทบนแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง

ในแคมเปญใหญ่ Lazada Birthday Sale ที่ผ่านมา Harmenstone ได้ทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ขยายตัวไปพร้อมกับความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแม่นยำ ต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดพรีเมี่ยม ซึ่งช่วยสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว