บิ๊กซีจับมือ 3 พันธมิตรหลัก ทั้งภาครัฐ-ท้องถิ่น-เอกชน เร่งยกระดับโมเดล “Retail Tourism” ผ่านแคมเปญล่องเรือคลองรัตนโกสินทร์ เชื่อมประสบการณ์ท่องเที่ยวเข้าศูนย์การค้า หวังดึงทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้จ่ายหลังสงกรานต์ ท่ามกลางกำลังซื้อในประเทศชะลอและต้นทุนธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วิสาหกิจชุมชนเสน่ห์ย่านบางลำพู และบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด เปิดตัวแคมเปญ “Big Trip at Big C Ratchadamri” ที่บิ๊กซี สาขาราชดำริ

โดยแคมเปญดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับสาขาราชดำริให้เป็น “Tourist Destination” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวเข้ากับการจับจ่ายภายในศูนย์การค้าอย่างเป็นรูปธรรม
นายอัศวินระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างเร่งปรับกลยุทธ์ธุรกิจสู่โมเดล Retail Tourism หรือการผสานค้าปลีกเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของภาคการท่องเที่ยวไทย

ดันราชดำริสู่ Tourist Destination
นายอัศวินกล่าวว่า การขยับกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องเร่งปรับตัวจาก “ขายสินค้า” ไปสู่ “ขายประสบการณ์” เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว และยืดระยะเวลาการใช้บริการในศูนย์การค้า
โดยรูปแบบกิจกรรมเน้นเส้นทางล่องเรือในคลองแสนแสบและคลองบางลำพู เชื่อมพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมผนวกกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนในย่านบางลำพู
แนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและการพัฒนาแหล่งน้ำในเมือง เพื่อสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
“แคมเปญนี้เป็นเฟสที่ 2 หลังจากเฟสแรกได้รับการตอบรับดี รอบนี้พัฒนาให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งการแวะจุดท่องเที่ยว มีไกด์ชุมชน และเพิ่มบริการระหว่างทาง เพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว” นายอัศวินกล่าว

“ช้อปแลกประสบการณ์” ดันยอดใช้จ่ายต่อบิล
นายอัศวินระบุว่า ในเชิงกลยุทธ์ บิ๊กซีออกแบบแคมเปญในรูปแบบ “ช้อปแลกรับประสบการณ์” เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่ายต่อบิล โดยลูกค้าที่มียอดซื้อครบ 3,000 บาท จะได้รับสิทธิล่องเรือพร้อมเข้าชมพิพิธบางลำพู 1 ที่นั่ง และยอดซื้อ 4,500 บาท รับ 2 ที่นั่ง
โดยกิจกรรมจัดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 1 รอบ จำกัดผู้เข้าร่วมรอบละ 30 คน เพื่อควบคุมคุณภาพประสบการณ์และสร้างความแตกต่างจากแคมเปญเชิงปริมาณ
ทั้งนี้ โมเดลดังกล่าวสอดคล้องกับเทรนด์ค้าปลีกโลกที่ให้ความสำคัญกับ “Experiential Retail” หรือการสร้างประสบการณ์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า และลดการแข่งขันด้านราคา

ททท.หนุนค้าปลีกต่อยอดท่องเที่ยว
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับบิ๊กซีครั้งนี้เป็นการทำงานในลักษณะพาร์ตเนอร์แบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย
ทั้งนี้ ภาคค้าปลีกจึงไม่ใช่เพียงปลายทางของการใช้จ่าย แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ประสบการณ์การท่องเที่ยว” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม โดยบิ๊กซีถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเลือกซื้อสินค้าไทยเป็นของฝาก
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวไทยยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่
“ความร่วมมือในลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว และกระจายรายได้ไปยังหลายภาคส่วน” นางสาวฐาปนีย์กล่าว

ต้นทุนพุ่ง กดดันค้าปลีก
นายอัศวินระบุว่า อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือ ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งบริหารต้นทุน ทั้งการปรับโครงสร้างคลังสินค้าและควบคุมต้นทุนบรรจุภัณฑ์
นอกจากนี้ ในด้านราคาสินค้า บิ๊กซียังไม่มีการปรับขึ้นในช่วงนี้ แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน สะท้อนภาวะ “บีบสองด้าน” ของธุรกิจค้าปลีก ที่ต้นทุนเพิ่ม แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่จากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ
“จำนวนลูกค้ายังมี แต่การใช้จ่ายต่อหัวลดลง ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น ทำให้ต้องเน้นโปรโมชั่นและความคุ้มค่า” นายอัศวินกล่าว

แข่งเดือดทำเลท่องเที่ยว ดันโมเดลใหม่
นายอัศวินเปิดเผยว่า สำหรับทำเล “ราชดำริ-ประตูน้ำ” ถือเป็นสมรภูมิสำคัญของค้าปลีกไทย เนื่องจากพึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ทั้งด้านประสบการณ์ บริการ และระบบนิเวศทางธุรกิจ
นอกจากนี้ การรุกโมเดล “Retail Tourism” ของบิ๊กซีจึงไม่ใช่เพียงแคมเปญระยะสั้น แต่เป็นการวางตำแหน่งธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันในระยะยาว
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “สินค้าอย่างเดียวไม่พอ” แต่ต้องเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เพื่อสร้างการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ