เจาะลึกฐานข้อมูล Prachachat Business Awards 2026 เผยเอฟเฟกต์ราคาทองคำทุบสถิติโลกและปรากฏการณ์ “คนไทยตื่นทอง” ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หนุนรายรับกลุ่มฮั่วเซ่งเฮงพุ่งกระฉูดสู่ 5.55 ล้านล้านบาทในปี 2568 ทะยานขึ้นแท่นแชมป์รายได้สูงสุดของประเทศ ขณะที่กลุ่มพลังงาน ‘ปตท.สผ.’ และบิ๊กแบงก์ยังรักษาแชมป์นิติบุคคลที่จ่ายภาษีให้รัฐสูงสุด
วาระที่ประชาชาติธุรกิจ ก้าวสู่ปีที่ 50 ได้ร่วมกับบริษัท ครีเดน ดาต้า จำกัด (Creden Data) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดทำโครงการ Prachachat Business Awards 2026 เพื่อมอบรางวัลให้แก่ธุรกิจไทยที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งด้านรายได้ กำไร และการเสียภาษีให้กับประเทศ ครอบคลุมทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาคปี 2567 นับเป็น Data-Driven Awards สะท้อนถึงภาพธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังและมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาคของไทย อย่างไรก็ตามนี่เป็นการใช้ข้อมูลเพื่อฉายภาพส่วนหนึ่งของธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น
ธุรกิจทองคำแชมป์รายได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก สงคราม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ปัจจุบัน “ทองคำ” เปลี่ยนสถานะจาก “สินทรัพย์หลบภัย” สู่ “สินทรัพย์ยุทธศาสตร์” ของโลกยุคใหม่ ทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ราคาทองคำ” เดินหน้าสร้างสถิติใหม่หลายครั้งโดยปี 2568 ทะลุระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จนขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ 5,589.38 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งไทยขึ้นไปทะลุ 80,000 บาทต่อบาททองคำ
และพฤติกรรมของคนไทยที่สนใจซื้อและลงทุนทองคำมากขึ้นจนติดอันดับโลก สภาทองคำโลกระบุว่าประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นตลาดทองคำที่มีความแข็งแกร่ง โดยในปี 2567 มีปริมาณความต้องการทองคำสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก (จำนวน 39.8 ตัน)
จากทิศทางดังกล่าวทำให้บริษัทที่ได้รับรางวัลรายได้สูงสุดของประเทศไทย ตกเป็นของบริษัทค้าทองคำ คือ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้ 2.657 ล้านล้านบาท แซงยักษ์ใหญ่พลังงานอย่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีรายได้รวมประมาณ 1.85 ล้านล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิของฮั่วเซ่งเฮงปี 2567 อยู่ที่ 547.78 ล้านบาท และจากที่ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมาทำให้ข้อมูลล่าสุดที่รายงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ รายได้รวมของบริษัทในปี 2568 พุ่งไปถึง 5.55 ล้านล้านบาท และกำไรสุทธิ 987.82 ล้านบาท
โดยกลุ่มฮั่วเซ่งเฮง อาณาจักรธุรกิจทองคำของ “ครอบครัวพสวงศ์” ที่มีจุดกำเนิดเริ่มต้นธุรกิจค้าขายทองคำที่ถนนเยาวราช เมื่อปี พ.ศ. 2494 ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 3 ชั่วอายุคน ปัจจุบันนายธนรัชต์ พสวงศ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ค้าทองคำเหนือ-ตะวันตก
ขณะเดียวกัน บริษัทที่ได้รับรางวัลรายได้สูงสุดของภาคเหนือและภาคตะวันตก ก็เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจค้าทองคำเช่นเดียวกัน ได้แก่ บริษัท เอ็มเคเค โกลด์ จำกัด จังหวัดราชบุรี เป็นแชมป์บริษัทที่มีรายได้สูงสุดของภาคตะวันตก ด้วยมูลค่า 45,957 ล้านบาท
โดยเอ็มเคเค โกลด์ เริ่มต้นจากธุรกิจค้าทองคำ “ร้านทองกิมฮวดเส็ง” เมื่อปี พ.ศ. 2478 โดยมีคุณพรรณณี และคุณอุกฤษฎ์ ปริยกนก เป็นเจ้าของกิจการ และต่อมามีการขยายกิจการโดยใช้ชื่อว่า “ห้างทองมังกรคู่” จนถึงวันนี้มีอายุกว่า 90 ปี ปัจจุบันนายอุกฤษฎ์ ปริยกนก เป็นกรรมการผู้จัดการ
สำหรับภาคเหนือบริษัทที่ได้รับรางวัลรายได้สูงสุด คือ บริษัท แอล ที เอส โกลด์ จำกัด จังหวัดตาก มูลค่า 15,793 ล้านบาท เจ้าของ “ห้างทองอรสา” โดยมีนางอรสา นาทองไชย เป็นผู้บริหาร
อย่างไรก็ดีเนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนทำให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจในมิติอื่น ๆ ไม่ได้มาก
เหมืองทองอัครากำไร 5 พันล้าน
นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเป็นเลิศภาคเหนือ ปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิสูงสุด 5,136.40 ล้านบาท
โดยบริษัทอัครา รีซอร์สเซส เป็นบริษัทลูกของบริษัท คิงสเกท แคปปิตอล จำกัด (ออสเตรเลีย) ที่ได้สิทธิสัมปทานการขุดเหมืองแร่ทองคำชาตรี ตั้งอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยว 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร-เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ถือเป็นเหมืองทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ปตท.สผ.จ่ายภาษีสูงสุด
ขณะที่ “อุตสาหกรรมพลังงาน” ถือว่าเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่วนใหญ่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีมูลค่าราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงสุด ทั้งนี้แม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลบริษัทที่มีรายได้สูงสุดของประเทศ แต่บริษัทในกลุ่มพลังงานก็ได้รับรางวัลผลการดำเนินงานเป็นเลิศ และจ่ายภาษีเงินได้สูงสุด
โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีครบวงจร ได้รับรางวัลผลการดำเนินงานเป็นเลิศระดับประเทศ โดยในปี 2567 มีกำไรสุทธิ 73,854.58 ล้านบาท
สำหรับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่จ่ายภาษีเงินได้ให้กับประเทศสูงสุด 15,504.18 ล้านบาท ขณะที่อันดับสองที่เสียภาษีสูงสุดคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ 11,604.94 ล้านบาท และธนาคารกสิกรไทย จ่ายภาษีเงินได้ 10,562 ล้านบาท ตามมาด้วยธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงเทพ
ธุรกิจพลังงานผลงานเลิศ
นอกจากนี้ในกลุ่มพลังงานยังมีบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ในเครือ ปตท. ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น จดทะเบียนบริษัทอยู่ที่จังหวัดระยอง ได้รับรางวัลบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดของภาคตะวันออกด้วยมูลค่า 315,393.75 ล้านบาท
รวมทั้งบริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด (TTM) (สงขลา) บริษัทร่วมทุนไทย-มาเลเซีย (ปตท.-PETRONAS) ในฐานะผู้ดำเนินการดำเนินงานโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย จากแหล่ง JDA ถือเป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเป็นเลิศของภาคใต้ ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิ 1,793.66 ล้านบาท และในฐานะบริษัทเสียภาษีเงินได้สูงสุดของภาคใต้ 419.34 ล้านบาท
ขณะที่บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เป็นบริษัทลูกของราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลผลการดำเนินงานเป็นเลิศของภาคตะวันตก โดยปี 2567 มีกำไรสุทธิ 1,151.42 ล้านบาท และเป็นบริษัทที่เสียภาษีเงินได้สูงสุดของภาคตะวันตก มูลค่า 252.57 ล้านบาท
โตโยต้าแชมป์เสียภาษีภาคกลาง
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจมานาน คือกลุ่มบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ที่ถือว่ามีความโดดเด่นก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถือว่าไทยเป็นฐานผลิตใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดังนั้นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยย่อมไม่พลาดบริษัทจากสองอุตสาหกรรมนี้
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยักษ์ใหญ่ยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ที่เข้ามาปักหลักฐานการลงทุนในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2505 เป็นบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดของภาคกลาง นำมาซึ่งการจ้างงานและซัพพลายเชนในการผลิตอีกมากมาย โดยปี 2567 มีรายได้รวม 443,821 ล้านบาท พร้อมกับเป็นบริษัทที่จ่ายภาษีเงินได้ให้กับประเทศไทยสูงสุดของภาคกลางเช่นกันด้วยมูลค่า 7,882.48 ล้านบาท
ไทยฐานผลิตชิป-ฮาร์ดดิสก์
สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานผลิตสำคัญของโลก โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ส่งผลให้บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (WD) ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ระดับโลกสัญชาติอเมริกัน ซึ่งมีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับรางวัลบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเป็นเลิศของภาคกลาง ด้วยตัวเลขกำไรสุทธิ (ปี 2567) 40,770.56 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีเนื่องจากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกทั้งหมด ทำให้ตัวเลขการเสียภาษีเงินได้อยู่ที่ระดับ 16.55 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ บริษัท ซิเลซติกา (ประเทศไทย) จำกัด (CELESTICA) เป็นบริษัทข้ามชาติสัญชาติแคนาดา ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ และซัพพลายเชนด้านการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเป็นเลิศ และเสียภาษีเงินได้สูงสุดของภาคตะวันออก โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ (ปี 2567) 15,059.19 ล้านบาท และจ่ายภาษีเงินได้ให้กับประเทศไทย 1,756.08 ล้านบาท
GLOBAL คว้าแชมป์ธุรกิจอีสาน
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL บริษัทประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง ภายใต้แบรนด์โกลบอล เฮ้าส์ เริ่มต้นจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างเล็ก ๆ ในจังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
กระทั่งได้เข้าจดทะเบียนบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2552 บริหารงานโดย นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และต่อมาบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด เข้ามาเป็นพันธมิตรถือหุ้นใหญ่ ยิ่งติดปีกให้สยามโกลบอล เฮ้าส์ เติบโตขยายสาขาไปทั่วประเทศ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 96 สาขา พร้อมกับขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
จากข้อมูลผลประกอบการ GLOBAL พบว่าบริษัทคว้ารางวัลทั้งประเภทรายได้สูงสุด / ผลการดำเนินงานเป็นเลิศ (กำไรสูงสุด) และนิติบุคคลที่เสียภาษีสูงสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 32,484.44 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,114.68 ล้านบาทและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 529.80 ล้านบาท
นอกจากมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งรายได้ให้ภาครัฐ (ภาษีเงินได้) ที่สูงสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ใต้ “ศรีตรังฯ”-เหนือ “แดรี่พลัส”
ขณะที่ธุรกิจการเกษตรอย่างบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบธุรกิจยางพาราครบวงจร ขึ้นแท่นบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดของภาคใต้ ด้วยมูลค่า 72,588 ล้านบาท
ส่วนภาคเหนือ บริษัท แดรี่พลัส จำกัด โรงงานผลิตนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต ในกลุ่มดัชมิลล์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นบริษัทที่เสียภาษีเงินได้สูงสุดของภาคเหนือ ประมาณ 400 ล้านบาท จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและการวิเคราะห์ข้อมูลโดยครีเดน ดาต้า
