เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
Biz Movement เน็ตฟลิกซ์กวาดเรียบ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030
ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
Politics ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
News สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
Politics ‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Biz Movement ‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Bangkok Blueprint  “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
World Bangkok Blueprint “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
ดูทั้งหมด

นายกฯ อนุทิน เปิดวิสัยทัศน์ Thailand 2026 เร่งศักยภาพเศรษฐกิจ หนุนธุรกิจไทยเติบโต

13 มิ.ย. 2569 | 14:19น.

          กรุงเทพฯ ประเทศไทย: 12 มิถุนายน 2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเร่งขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต ในงาน JFCCT Prime Minister’s Address Luncheon 2026 ซึ่งจัดโดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) ภายใต้ธีม “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and Future Ready – From Uncertainty to Confidence: Reform and Resilience in Business” โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการปฏิรูป เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และทำงานร่วมกับภาคธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศในระยะต่อไป

          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “แม้เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันได้ แต่เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ผ่านแนวทางการบริหารประเทศ การขับเคลื่อนการปฏิรูป และการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ โดยผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งตอกย้ำเจตนารมณ์ของเราในการยกระดับธรรมาภิบาล ขีดความสามารถในการแข่งขัน และมาตรฐานสากล ทั้งหมดนี้คือรากฐานของวิสัยทัศน์ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้”

          นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และทักษะแห่งอนาคต พร้อมยืนยันความพร้อมของรัฐบาลในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจต่างประเทศ เพื่อลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงบริการภาครัฐให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบาย และสนับสนุนทั้งธุรกิจไทยและธุรกิจระหว่างประเทศในการปรับตัวท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

          นางวีเบ็คก้า ริสซอน ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ย้ำถึงบทบาทของ JFCCT ในฐานะ “The Voice of the Foreign Business Community in Thailand for 50 Years” หรือเสียงของภาคธุรกิจต่างประเทศในประเทศไทยตลอด 50 ปี สะท้อนถึงห้าทศวรรษแห่งการมีส่วนร่วม ความเป็นหุ้นส่วน และความมุ่งมั่นระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

           “JFCCT มีสมาชิกประกอบด้วยหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย 29 แห่ง และสมาคมธุรกิจ 2 แห่ง ซึ่งร่วมกันเป็นตัวแทนของบริษัทประมาณ 8,000 บริษัทที่มีรากฐานแน่นแฟ้นในเศรษฐกิจไทย พร้อมนำมาซึ่งเครือข่ายระหว่างประเทศ เงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี ทักษะ นวัตกรรม การสร้างงาน และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในระยะยาว บริษัทเหล่านี้ไม่ใช่นักลงทุนชั่วคราว แต่เป็นหุ้นส่วนที่มีความมุ่งมั่น โดยคุณค่าที่เกิดขึ้นล้วนถูกสร้างขึ้นในประเทศ ทั้งในด้านการจ้างงาน การพัฒนาทักษะ ผลิตภาพ การเสียภาษี นวัตกรรม และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก” นางวีเบ็คก้ากล่าว

          ภายในงาน JFCCT ได้มอบสมุดนโยบายให้แก่นายกรัฐมนตรี โดยสมุดนโยบายดังกล่าวประกอบด้วยข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ด้าน ซึ่งเชื่อมโยงกับการทำงานของคณะกรรมการของ JFCCT และหอการค้าสมาชิกโดยกรอบการทำงานของ JFCCT เกิดขึ้นจากฉันทามติและความร่วมมือ ทั้งภายในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม  ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ

          นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า “ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคมีความเชื่อมโยงมากขึ้น ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในฐานะศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านการผลิต โลจิสติกส์ และการลงทุนในอาเซียน โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เข้มแข็งขึ้นจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกฎระเบียบ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแรงงานทักษะสูง และสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว”

          ด้านสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำกรุงเทพมหานคร (HKETO) ได้เน้นย้ำเน้นย้ำถึงบทบาทของบริการทางการเงินระดับโลกของฮ่องกงในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตในตลาดระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่า ในฐานะศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคลัสเตอร์นวัตกรรมเซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว ฮ่องกงจึงเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้ากับระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งผู้ให้บริการวิชาชีพของฮ่องกงยังพร้อมให้คำแนะนำแก่บริษัทไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

           “ฮ่องกงเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้สำหรับเส้นทางสู่อนาคตของประเทศไทย จุดแข็งของเราในด้านบริการทางการเงิน นวัตกรรม และบริการวิชาชีพ สามารถผสานเข้ากับศักยภาพด้านการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย และ soft power ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อสร้างพลังร่วมทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” HKETO ระบุ

          ด้านนายริชาร์ด มาโลนีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของธนาคารระหว่างประเทศในการเสริมสร้างระบบนิเวศด้านการลงทุนของประเทศไทย และเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับโอกาสระดับภูมิภาค โดยระบุว่า “ในฐานะธนาคารที่มุ่งเน้นอาเซียนและมีเครือข่ายระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ยูโอบีมองว่าประเทศไทยเป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์สำหรับนักลงทุนระหว่างประเทศและธุรกิจที่ต้องการขยายตัวในภูมิภาค”

          สารสำคัญจากงานเลี้ยงรับรองครั้งนี้ชัดเจนว่า ความเชื่อมั่นจะเป็น “ทุนทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญที่สุดของประเทศ “ประเทศไทยมีพื้นฐานที่พร้อมจะเป็นผู้นำ แต่เส้นทางข้างหน้าต้องอาศัยการปฏิรูปที่เด็ดขาด การลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลและภาคธุรกิจ หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนการปฏิรูปให้เป็นการปฏิบัติจริงได้ ก็จะสามารถเสริมสร้างสถานะของประเทศให้เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่น แข่งขันได้ และพร้อมสำหรับอนาคตมากที่สุดของอาเซียน” นางวีเบ็คก้า ริสซอน ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย