เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
Politics เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
Business 9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
Economic ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
Economic กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
News 4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
News สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
World ‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
Economic เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
ดูทั้งหมด

นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้น

06 ก.ค. 2569 | 17:29น.
นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจ ไร้วิ่งเต้น

อนุทิน แจงตั้ง ‘ปกรณ์’ นั่ง ปธ.สอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี’68 ขีดเส้น 30 วัน เน้นบูรณาการข้อมูล ทำคู่ขนานสอบสวนปมทุจริต สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้นช่วยเหลือ ยอมรับผลสำรวจคะแนนลดลง เป็นกระจกสะท้อนการทำงานต้องแก้ไขให้ดี เร่งการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี’68 พร้อมให้ รายงานผลทุก 10 วัน ขีดเส้น 30 วันต้องมีความชัดเจน ว่า ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ตนได้ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาโดยให้นายปกรณ์ เป็นประธาน

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ช. ก็เข้ามารายงานส่วนตัว เพราะต้องแยกย่อยความผิด ซึ่งแต่ละความผิดก็มีหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้อง และไปดําเนินการเพื่อสอบสวนหาเท็จจริง ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ทำตามขอบเขตหน้าที่ของตนเองคู่ขนานกันไป

แต่สุดท้ายข้อมูลทั้งหมด ก็จะมารวมอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีข้อมูลที่แน่นขึ้น และเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีวิ่งเต้นหรือชวนเหลือกัน เพราะมีหน่วยงานที่มีอํานาจในการป้องปรามและดําเนินคดี มาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้

ส่วนข้อมูลการรายงานผลการทุจริตที่มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง ได้ตีตราว่าเป็นชั้นความลับมาก ดังนั้นตนต้องรักษาความลับไว้ ซึ่งสามารถบอกเพียงว่า มีการตั้งคณะกรรมการเท่านั้น เพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เกิดความโปร่งใส ล่าสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการเข้ามารายงานว่า เซ็นคำสั่ง สอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

พร้อมยํ้าว่าการตั้งคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์เข้ามาดูแล เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหิมเกริม มีความอุกอาจและเป็นที่สนใจของสังคม จึงต้องมีคนคอยกํากับดูแลข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่สําคัญ

ส่วนให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน บางคนเรียกมาให้ขาดจากตําแหน่งเดิม หรือมาช่วยราชการ ซึ่งตอนนี้ต้องยึดหลักกฏหมาย ตามหลักฐานที่มีอยู่ จุดไหนที่มีความชัดเจน ก็จะดําเนินการอย่างเด็ดขาดได้ แต่ยังต้องสืบสวนสอบสวนหาพยานเพิ่มเติม ก็ต้องดําเนินการต่อไป

ซึ่งทุกอย่างจะดำเนินการแนวขนานกันไป และขับเคลื่อนทุกหน่วยงาน ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีการแข่งขันกันเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และยํ้าว่าผลการสอบสวน หากออกมาเช่นไร ก็ต้องดําเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากมีการจ่ายสินบนและค่าตอบแทนจนได้รับตําแหน่ง มีสารตั้งต้นว่ามีการทุจริตและนำไปสู่การสืบสวนสอบสวน เป็นไปตามขั้นตอนทุกรูปคดี ซึ่งก็ต้องยอมรับกฏหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกฏหมู่ซึ่งจะทําให้เกิดปัญหาทําตามอําเภอใจ ดังนั้นจะต้องทําตามกฏหมายให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะดําเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะเดียวกันยํ้าว่า กรอบการดำเนินการทํางานทุกอย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็มีคนเข้าไปแหกกรอบ จนทำาให้เกิดฝีแตก ซึ่งการสอบสวนก็เร่งตามระยะเวลาที่ได้กำหนด เชื่อว่าจะไม่นาน เพราะหลายคนติดตามเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นไม่ต้องมีอะไรกังวลให้ทุกคนทำเต็มที่ ในฐานะรัฐบาล ก็พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ทุกรูปแบบ โดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมของใครทั้งนั้น

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีผลสำรวจที่คะแนนตนเองลดลงว่า ผลสำรวจก็เหมือนกระจกส่องตนเอง และวันนี้ต้องขอบคุณผู้จัดทําผลสำรวจที่สะท้อนออกมา โดยจะต้องรับฟังจากที่เคยชื่นชอบ กลับลดลง ก็ต้องมาแก้ไขปัญหา จากเดิมตัวเองเคยมีคะแนนอยู่ที่ร้อยละ 2 และขึ้นมา ดังนั้นก็ต้องเร่งแก้ไข ยอมรับว่าผลสํารวจที่หายไป อาจจะเกิดจากการสื่อสารไม่เต็มที่ อาจจะคิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความ ก็ไม่ได้มีการสื่อสารออกไป วันนี้จึงได้มีการเตือนไปหลายคน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุจริต