เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
Finance XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
เอกนิติ ชี้ไทยติด 1  ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
Finance เอกนิติ ชี้ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
Biz Movement KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
Finance คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
ดูทั้งหมด

YADEA ปั้นไทย ฮับผลิตมอเตอร์ไซค์ EV

08 ก.ค. 2569 | 07:30น.
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

เมื่อประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกมากว่าครึ่งศตวรรษ ล่าสุดค่ายรถยนต์จักรยานยนต์ไฟฟ้า “ยาเดีย” (YADEA) ตัดสินใจใช้ “ไทย” เป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

“หยาง เสี่ยวเฟย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโอกาสให้ ได้สัมภาษณ์พิเศษ ถึงโอกาสและแผนธุรกิจ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

ทำไมจึงเลือก “ไทย”

“YADEA” เราไม่ใช่แบรนด์น้องใหม่ในอุตสาหกรรม เพราะเราเริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2544 เพื่อพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าสองล้อ (รถจักรยานยนต์อีวี) จนสามารถครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายรถจักรยานยนต์อีวีของโลกต่อเนื่องกว่า 9 ปีซ้อน

การตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น เนื่องจากเรามองเห็น “โอกาสที่ชัดเจน”

นั่นคือนโยบายการสนับสนุนและส่งเสริมยานยนต์อีวีของประเทศไทย ที่มีความชัดเจนและจริงจังที่สุดในอาเซียน

YADEA ต้องการนำเสนอสินค้าที่ผ่านการพิสูจน์ในระดับโลกให้กับลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในตลาดโลกมาสู่คนไทยในราคาที่เข้าถึงได้ และนี่ไม่ใช่แค่การเปิดตลาด แต่คือการลงทุนในอนาคตของการเดินทางอย่างยั่งยืนในประเทศนี้

ประเมินภาพรวมตลาด

หากมองในเชิง Product Life Cycle ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยถือว่าเพิ่งผ่านพ้นช่วง Early Adopter มาไม่นาน

นั่นหมายความว่า “YADEA” อยู่ตรงจุดที่กราฟการเติบโตเริ่มชันขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วงเวลานี้คือ “โอกาสที่สำคัญที่สุด”

ผู้บริโภคมีความรู้ และความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนมาใช้อีวี

YADEA ไม่ได้กำหนดเป้าแค่ตามตลาด แต่ต้องการแซงหน้า

สำหรับปี 2569 บริษัทกำหนดเป้าหมายยอดขายไว้ที่ระดับ 40,000 คัน หรือโต 400% จากปีก่อน

กำหนดธุรกิจระยะสั้น 3 ปี

YADEA ได้วางแผนภายใต้กลยุทธ์ 3 เสาหลักที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ได้แก่ 1.การขยายเครือข่ายสาขา ปัจจุบันที่มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง บริษัทตั้งเป้าว่ารถจักรยานยนต์อีวี YADEA จะต้องเข้าถึงลูกค้าไทยไปได้ในระดับตำบล หรือมี เน็ตเวิร์ก 1,800 สาขาภายในสิ้นปีนี้ และปี 2572 เป็น 5,000 สาขา

2.การขยายกำลังการผลิต ปัจจุบันมีความสามารถผลิต 150,000 คันต่อปี วันนี้ YADEA เริ่มวางแผนขยายกำลังการผลิตถึง 600,000 คันต่อปีภายใน 3 ปี (2569-2572) เพื่อผลักดันให้ “ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค”

3.การบริการหลังการขาย การขายรถคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ปัจจุบันมีศูนย์บริการกว่า 60 แห่งในหัวเมืองต่าง ๆ และจะขยายครบ 77 จังหวัดภายในปี 2572 เพื่อให้ลูกค้าของเราทุกคนมีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

สร้างระบบนิเวศธุรกิจที่แข็งแกร่ง

YADEA จะมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ดีลเลอร์ทุกรายได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจร ทั้งการฝึกอบรม เครื่องมือการขาย และระบบ After-Sale Service ที่มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผลลัพธ์คือลูกค้าได้รับประสบการณ์เดียวกันไม่ว่าจะซื้อจากสาขาใดก็ตาม

เพิ่มงบฯ ลงทุนต่อเนื่อง

การเข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย ภายใต้มาตรฐาน Smart Factory เช่นเดียวกับโรงงานทั้ง 10 แห่งทั่วโลก และพื้นที่ตั้งของโรงงานก็ยังอยู่ใน “Free Trade Zone” จ.สมุทรปราการ ทำให้มีแต้มต่อด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รถทุกคันที่ออกจากโรงงานประเทศไทยมีคุณภาพเทียบเท่ากับที่วางขายในตลาดโลก

YADEA มีแผนลงทุนเพิ่มเติม เพื่อไปสู่เป้าหมายภายใต้กลยุทธ์ให้โรงงานไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค

ไทยคือฐานผลิตอาเซียน

ไทยคือฐานผลิตและตลาดหลักที่สำคัญของ YADEA แผนการลงทุนสะท้อนความมุ่งมั่นนั้นในทุกมิติ

ชู 4 แกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ

4 แกนหลักที่ทำงานสอดประสานกัน ได้แก่ 1.การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยทุกรุ่นผ่านการศึกษาการออกแบบโดยคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยโดยเฉพาะ 2.การสื่อสารแบบ 360 องศา เน้นสื่อสารไปยังผู้บริโภคในทุกช่องทางพร้อมกัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและส่งเสริมการขายให้รอบด้าน

3.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยโฟกัส 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัยทำงานที่ต้องการพาหนะประจำวันที่เชื่อถือได้และประหยัดค่าใช้จ่าย กลุ่มไรเดอร์และธุรกิจ Delivery และกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV อย่างจริงจัง

4.การกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาและมีสินเชื่อ ไฟแนนซ์มารองรับ เนื่องจากเราตระหนักดีว่า “ราคาคืออุปสรรค” อันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อรถอีวี โดยได้พัฒนาโซลูชั่นทางการเงินร่วมกับพาร์ตเนอร์ชั้นนำอย่างกรุงศรี ออโต้, AEON และ Next Capital เพื่อให้การเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

ฝากสะท้อนถึงภาครัฐ

หากให้พูดตรง ๆ แล้ว YADEA ถือว่าภาครัฐไทยทำได้ดีมากในส่วนของนโยบายอีวี โดยเฉพาะนโยบาย EV3.5 ที่ส่งผลเป็นรูปธรรมมากที่สุดในอาเซียน ทั้งการลดภาษีนำเข้า การสนับสนุนการผลิตในประเทศ รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจฝั่งผู้บริโภค

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่รัฐจะส่งให้นักลงทุนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม YADEA ขอให้รักษาความต่อเนื่องไว้ เพราะนักลงทุนที่ตัดสินใจระยะยาวต้องการความสม่ำเสมอของนโยบาย ซึ่งมีค่ามากกว่าแรงจูงใจระยะสั้น

และอยากขอให้พิจารณาขยายความครอบคลุมของมาตรการให้มาถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น คนไทยส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน หากคนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงอีวีได้มากขึ้น นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและยั่งยืนที่สุดสำหรับประเทศไทย

สุดท้าย “หยาง เสี่ยวเฟย” ย้ำว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยยังอยู่ในช่วงเติบโต พื้นที่ยังมีสำหรับผู้เล่น แต่เมื่อตลาดเริ่มจริงจังสิ่งที่จะแยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้คือ “คุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการจริงจังของการลงทุนในตลาด”

และนี่ไม่ใช่คำพูดที่สวยหรู แต่คือการกระทำที่รอการพิสูจน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยาเดีย YADEA