เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เพจดังให้ความรู้ “เสื้อสูบโกคาร์ต” ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความแรงของเครื่องยนต์
Biz Movement เพจดังให้ความรู้ “เสื้อสูบโกคาร์ต” ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความแรงของเครื่องยนต์
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
คำขอ IP ไทย 9 เดือนพุ่ง 6.1 หมื่นคำขอ โต 9.59% “จิตติมา” ชี้ธุรกิจใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างแต้มต่อ
Economic คำขอ IP ไทย 9 เดือนพุ่ง 6.1 หมื่นคำขอ โต 9.59% “จิตติมา” ชี้ธุรกิจใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างแต้มต่อ
“อัทธ์” ชี้เวที IMF–World Bank เงินสะพัดกว่า 1,050 ล้าน จี้รัฐบาลเปลี่ยนโอกาสเป็นงาน-รายได้จริง
Economic “อัทธ์” ชี้เวที IMF–World Bank เงินสะพัดกว่า 1,050 ล้าน จี้รัฐบาลเปลี่ยนโอกาสเป็นงาน-รายได้จริง
“สุริยะ” จ่อของบ 8 พันล้าน ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ให้ชาวนาใช้ฟรี
Economic “สุริยะ” จ่อของบ 8 พันล้าน ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ให้ชาวนาใช้ฟรี
เกษตรฯ ยันยังไม่เคาะ UPOV 1991 อยู่ขั้นศึกษาผลดี-ผลเสีย ย้ำต้องฟังเกษตรกรก่อน
Economic เกษตรฯ ยันยังไม่เคาะ UPOV 1991 อยู่ขั้นศึกษาผลดี-ผลเสีย ย้ำต้องฟังเกษตรกรก่อน
สภาสมาคมแม่ดีเด่นฯ เชิดชูเกียรติ-หนุนช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้
Biz Movement สภาสมาคมแม่ดีเด่นฯ เชิดชูเกียรติ-หนุนช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้
“สุริยะ” เปิดปีงบ’70 ลุย 5 นโยบายเกษตร เร่งเยียวยาน้ำท่วม 48 จังหวัด ดัน Big Data-AI
Economic “สุริยะ” เปิดปีงบ’70 ลุย 5 นโยบายเกษตร เร่งเยียวยาน้ำท่วม 48 จังหวัด ดัน Big Data-AI
เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
Biz Movement เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-ชนะแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
Finance ‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-ชนะแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
ดูทั้งหมด

ภราดร ชี้โครงการขอ 2 แสนล้าน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ต้องไม่ซ้ำซ้อนงบฯ 70

10 ก.ค. 2569 | 10:01น.
ภราดร ปริศนานันทกุล

ภราดร แจงขั้นตอนหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เผยใช้แล้ว 1.7 แสนล้าน รอกระทรวงการคลังประเมินมาตรการ ชี้ต้องไม่ซ้ำโครงการงบฯ 70 ตรวจสอบได้

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากนี้หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว

แนวทางเบื้องต้น จะต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน อย่างกระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้หรือรถขนส่งสาธารณะ ในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะไปสู่พลังงานแบบ EV หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุนเงินดาวน์ให้กับประชาชนที่ต้องการทำหลังคาโซลาร์รูฟท็อป เป็นต้น

นายภราดรกล่าวว่า แต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ

ส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน, กรรมการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ และกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมาทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการว่า โครงการใดผ่าน หรือโครงการใดควรมีการปรับปรุง หรือแก้ไข

เมื่อถามว่าโครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานเสนอจะซ้ำซ้อนกับโครงการต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภาฯหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบได้ โดยนำโครงการที่ปรากฏในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 มาดำเนินการ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความทับซ้อนกัน

นายภราดรกล่าวอีกว่า ในเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ขณะนี้ใช้วงเงินไปแล้วราว 1.7 แสนล้านบาท ในการเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องใช้เต็มวงเงินก็ได้ แต่สามารถดำเนินการใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นสุดปี 2570

ส่วนหลังจากนี้จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเยียวยาเศรษฐกิจโครงการใดออกมาอีกหรือไม่นั้น นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะมีโครงการใดออกมาบ้าง โดยจะต้องประเมินจากสถานการณ์อีกครั้ง