เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
Tech หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
News ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
ดูทั้งหมด

ศึกพยุงราคามะพร้าวแกง พาณิชย์เกาะติดล้ง-โรงงาน เร่งระบายผลผลิตหน้าสวน

18 ก.ค. 2569 | 08:30น.

สถานการณ์มะพร้าวแกงปี 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ร้อนของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดจำนวนมาก กดดันราคาหน้าสวน และทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่เรียกร้องให้รัฐเร่งช่วยระบายผลผลิต ขณะที่อีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมกะทิและแปรรูปมะพร้าวยังต้องบริหารสมดุลระหว่างการใช้วัตถุดิบในประเทศ การนำเข้า และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก

มาตรการล่าสุดของกระทรวงพาณิชย์จึงเดินพร้อมกัน 2 ทาง คือ “ดูดซับผลผลิตในประเทศ” ผ่านล้ง โรงงานแปรรูป และผู้ประกอบการรายใหญ่ กับ “ชะลอการนำเข้า” เพื่อเปิดทางให้มะพร้าวไทยเข้าสู่ระบบก่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดสต็อกคงค้าง พยุงราคาหน้าสวน และสร้างสมดุลให้ตลาดมะพร้าวทั้งระบบ

ล้งใต้รับซื้อต่อเนื่อง สต็อกหน้าลานลด

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงผลการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การรับซื้อมะพร้าวผลแก่ หรือมะพร้าวแกง หลังกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศประสานล้งและโรงงานให้เข้ารับซื้อเพิ่มเติม

ผลการติดตามพบว่า ล้งในพื้นที่ยังรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายผลผลิตไปยังโรงงานปลายทาง ทำให้สต็อกคงเหลือหน้าลานลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ และไม่มีปัญหาผลผลิตตกค้าง

นายกรนิจระบุว่า นางประไพ เพชรพงศ์พันธุ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อในอำเภอเมือง ท่าศาลา สิชล ขนอม ปากพนัง และหัวไทร ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และอำเภอเกาะพะงัน

“การลงพื้นที่เป็นการติดตามสถานการณ์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศและกรมการค้าภายใน ได้หารือเพื่อแก้ไขปัญหามะพร้าวแกงร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานกะทิและโรงงานแปรรูปมะพร้าว โดยขอความร่วมมือให้โรงงานเข้ารับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และขอให้ผู้นำเข้าและโรงงานรับซื้อผลผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน พร้อมชะลอการนำเข้าในช่วงนี้ เพื่อใช้มะพร้าวในประเทศเป็นหลักไปก่อน” นายกรนิจกล่าว

ระบายผลผลิตคงค้างแล้วกว่า 11 ล้านลูก

นายกรนิจกล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งประสานโรงงานและล้งให้เข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรในพื้นที่ 4 จังหวัดแหล่งปลูก ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี

ผลการดำเนินการสามารถระบายผลผลิตคงค้างได้แล้วกว่า 11 ล้านลูก จากเป้าหมายประมาณ 10 ล้านลูก สะท้อนว่าการดึงกลไกผู้รับซื้อปลายทางเข้ามาช่วยรองรับผลผลิตสามารถลดแรงกดดันในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบในพื้นที่ล่าสุดยังพบว่า เกษตรกรบางส่วนได้รับความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้กรมการค้าภายในขอใช้งบกลาง เพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม พร้อมสำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังตกหล่น รวมทั้งติดตามการนำเข้ามะพร้าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตในประเทศได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ชะลอนำเข้า ดึง 13 โรงงานแปรรูปช่วยรับซื้อ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวแกงที่ได้รับผลกระทบจากราคามะพร้าวปรับตัวลดลง ตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

มาตรการสำคัญคือการดำเนินงานเชิงรุก ทั้งการชะลอการนำเข้ามะพร้าว และประสานผู้ประกอบการแปรรูป รวมถึงผู้ใช้วัตถุดิบรายใหญ่ทั่วประเทศ ให้เพิ่มการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรไทย เพื่อดูดซับผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงนี้ และช่วยพยุงราคาภายในประเทศให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

นายวิทยากรกล่าวว่า กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปมะพร้าว 13 แห่งอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเชื่อมโยงให้โรงงานเข้ารับซื้อผลผลิตจากแหล่งผลิตสำคัญในหลายจังหวัด เพื่อเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่และสร้างตลาดรองรับให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

“ชาวเกาะ” ใช้มะพร้าวไทยแล้วกว่า 30 ล้านลูก

นายวิทยากรกล่าวว่า หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมช่วยเหลือคือ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ชาวเกาะ” ซึ่งได้เพิ่มการรับซื้อมะพร้าวผลแก่จากเกษตรกรภายในประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์

นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการโรงงานชาวเกาะ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด แจ้งว่า บริษัทเดินหน้ารับซื้อทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2569 โดยใช้มะพร้าวผลรวมแล้วกว่า 30 ล้านลูก เพื่อช่วยระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตในหลายพื้นที่ อาทิ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช ปัตตานี นราธิวาส สมุทรสงคราม และราชบุรี

ขณะที่บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ “อร่อย-ดี” เข้าร่วมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าตลาด เพื่อช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกร

นางสาวกาญจนา คุณาพรภัทรกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทได้เข้าร่วมรับซื้อเนื้อมะพร้าวขาวจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 24 บาท สูงกว่าราคาตลาด ณ ปัจจุบันประมาณ 4 บาท โดยตั้งเป้ารับซื้อประมาณ 175 ตันต่อวัน หรือเฉลี่ยประมาณ 578,000 ลูกต่อวัน เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำกะทิ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตภายในประเทศ และช่วยดึงราคามะพร้าวผลแก่ให้สูงขึ้น”

ด้านนายสุรเดช นิลเอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรอปิ คานา ออยล์ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์ กล่าวว่า “บริษัทได้ร่วมรับซื้อมะพร้าวอินทรีย์จากเกษตรกรเดือนละประมาณ 50,000 ลูก เป็นระยะเวลา 2 เดือน รวมทั้งสิ้น 100,000 ลูก ในราคาลูกละ 15 บาท เพื่อช่วยดูดซับมะพร้าวเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ดี ความร่วมมือของผู้ประกอบการทั้ง 3 รายล่าสุดจะช่วยเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ลดแรงกดดันด้านอุปทานในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ช่วยพยุงราคามะพร้าวให้มีเสถียรภาพมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่าผลผลิตยังมีตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในจะรวบรวมข้อเสนอและข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการรักษาเสถียรภาพราคามะพร้าวและสร้างความสมดุลทั้งระบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

คุมนำเข้าเข้ม ดันโรงงานใช้มะพร้าวไทยก่อน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด

มาตรการดังกล่าว เช่น ผู้มีสิทธินำเข้าต้องเป็นโรงงานที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต มีการกำหนดช่วงเวลานำเข้า และในกรณี AFTA ห้ามนำมะพร้าวนำเข้าไปจำหน่ายจ่ายโอน และห้ามนำไปจ้างกะเทาะนอกโรงงาน ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว

นางอารดากล่าวว่า การนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน คือ ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และด่านแหลมฉบัง ส่วนกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบันและเสียภาษี 54% กรมฯ ได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติม โดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา กรมการค้าต่างประเทศยังขอความร่วมมือให้ผู้นำเข้าชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้าให้กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า

ผู้นำเข้าชะลอเกือบทั้งหมด นำเข้าลดเกือบ 60%

นางอารดากล่าวว่า ปี 2569 มีผลผลิตมะพร้าวในประเทศออกสู่ตลาดมากตั้งแต่ต้นปี ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างหนัก กรมการค้าต่างประเทศจึงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามบัญชาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ให้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวผลแก่อย่างใกล้ชิด

กรมฯ ได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้นำเข้าโดยทันที เพื่อขอให้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวและเพิ่มการรับซื้อผลผลิตในประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวผลแก่คงค้างกว่า 10 ล้านผล ซึ่งผู้นำเข้าพร้อมให้ความร่วมมือระบายมะพร้าวคงค้างภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศมอบหมายให้นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมการค้าภายใน เพื่อพบหารือกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้รวบรวม และผู้ประกอบการในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของกรมฯ จนปัจจุบันผู้นำเข้าได้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกือบทั้งหมดแล้ว

นางอารดากล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ไทยนำเข้ามะพร้าวผลแก่ 79,126.99 ตัน ลดลงเกือบ 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่นำเข้า 188,858.22 ตัน โดยทั้งหมดเป็นการนำเข้าโดยใช้สิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO และมีผู้นำเข้าซึ่งเป็นโรงงานผลิตกะทิสำเร็จรูปส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกเพียง 10 ราย

ขณะเดียวกัน การส่งออกกะทิสำเร็จรูปและกะทิแช่แข็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีมูลค่าส่งออกกว่า 6,134.08 ล้านบาท

โจทย์ต่อไป รักษาสมดุลทั้งเกษตรกร-โรงงาน-ส่งออก

นางอารดาย้ำว่า กรมการค้าต่างประเทศมุ่งบริหารจัดการการนำเข้าสินค้ามะพร้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเป็นไปตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน

ข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อเสนอของเกษตรกรที่ได้จากการลงพื้นที่ จะถูกเสนอต่อคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระดับนโยบายอย่างเร่งด่วน

ภาพรวมมาตรการมะพร้าวแกงรอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการระบายผลผลิตเฉพาะหน้า แต่เป็นการทดสอบการบริหารสมดุลทั้งระบบ ตั้งแต่ราคาหน้าสวน ปริมาณสต็อกในประเทศ การรับซื้อของโรงงาน การชะลอนำเข้า ไปจนถึงศักยภาพอุตสาหกรรมกะทิไทยในตลาดส่งออก

โจทย์สำคัญจากนี้คือ ทำอย่างไรให้มาตรการดูดซับผลผลิตช่วยพยุงราคาชาวสวนได้จริง โดยไม่ทำให้โรงงานแปรรูปขาดความสามารถในการแข่งขัน และไม่ปล่อยให้การนำเข้าซ้ำเติมช่วงที่ผลผลิตไทยออกมาก เพราะเสถียรภาพของมะพร้าวแกงไม่ได้อยู่ที่การแก้ปัญหารอบเดียว แต่อยู่ที่การจัดการสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมส่งออกให้เดินไปด้วยกัน