ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ เผยว่าสหรัฐเตรียมที่จะประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งจะถือเป็นการยกระดับการกดดันต่อเศรษฐกิจของอิหร่านซึ่งปัจจุบันเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของค่าเงิน
ขณะที่ล่าสุด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่ที่จะประกาศให้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐในเร็ว ๆ นี้ แม้การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านยังไม่คืบหน้า ท่าทีดังกล่าวขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งเผยว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ภายใต้อธิปไตยของอิหร่าน และจะเดินหน้าบังคับใช้มาตรการปิดกั้นทางทะเลต่อไป
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 14 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 82.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.15 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 88.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
การขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับความเสี่ยง หลังอิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยสำนักข่าวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)เผยว่าเรือของ ADNOC จำนวน 2 ลำ ถูกโจมตีระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันพฤหัสบดี และอีกหนึ่งลำถูกโจมตีช่วงเย็นวันศุกร์
ขณะที่ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการการค้าเดินเรือแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ได้รับแจ้งเหตุวัตถุโจมตีกระทบตัวเรือบรรทุกสินค้าเทกอง (Bulk Carrier) ลำหนึ่งบริเวณช่องแคบดังกล่าว
ขณะที่ RBC Capital Markets เผยว่ายังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมองว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านที่ต้องการสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ รวมถึงการได้รับเงินชดเชยจากสหรัฐจะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจา เนื่องจากสหรัฐยืนยันที่จะไม่รับเงื่อนไขดังกล่าว
นอกจากนี้นักวิเคราะห์จาก RBC Capaital ยังคาดการณ์ว่ากลุ่มการเมืองที่เป็นสายแข็งในอิหร่าน (Hardliner) จะยังคงสนับสนุนการทำสงครามมากกว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม
