เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
THAI สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
Business THAI สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
ไวไว : แบรนด์ไทย 54 ปี ไม่หยุดปรับตัว เพื่ออยู่ในใจคนรุ่นใหม่
Business ไวไว : แบรนด์ไทย 54 ปี ไม่หยุดปรับตัว เพื่ออยู่ในใจคนรุ่นใหม่
RTC เชียงใหม่ คัมแบ็ก ส่งรถเมล์ EV วิ่งสาย 24 รับยี่เป็ง
เศรษฐกิจภูมิภาค RTC เชียงใหม่ คัมแบ็ก ส่งรถเมล์ EV วิ่งสาย 24 รับยี่เป็ง
แสนสิริ-ไทยพาณิชย์ หนุนประเพณี “ถือศิลกินผัก” ภูเก็ต สู่ปีที่ 14
เศรษฐกิจภูมิภาค แสนสิริ-ไทยพาณิชย์ หนุนประเพณี “ถือศิลกินผัก” ภูเก็ต สู่ปีที่ 14
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
เอกนิติ คาดน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจไม่ถึง 0.1% ยันพร้อมจัดประชุม IMF-WB
Finance เอกนิติ คาดน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจไม่ถึง 0.1% ยันพร้อมจัดประชุม IMF-WB
‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ น้ำท่วมยังสูงเร่งสูบ 4.25 หมื่น ลบ.ม./ชม. รัฐจ่อทำแก้มลิงช่วย
Economic ‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ น้ำท่วมยังสูงเร่งสูบ 4.25 หมื่น ลบ.ม./ชม. รัฐจ่อทำแก้มลิงช่วย
ชัชชาติ เร่งกู้ ‘สะพานสูง-ลาดกระบัง’ รับมือฝน 5-8 ต.ค. เปิดระบบเยียวยาออนไลน์วันนี้
News ชัชชาติ เร่งกู้ ‘สะพานสูง-ลาดกระบัง’ รับมือฝน 5-8 ต.ค. เปิดระบบเยียวยาออนไลน์วันนี้
‘พาที สารสิน’ โพสต์บอร์ดบินไทยปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ เป็นเรื่องการเมือง
Business ‘พาที สารสิน’ โพสต์บอร์ดบินไทยปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ เป็นเรื่องการเมือง
เปิดไทม์ไลน์ “บึงคู้บอน” หายจากผังเมือง จาก “แก้มลิง” สู่บ้านจัดสรร
Economic เปิดไทม์ไลน์ “บึงคู้บอน” หายจากผังเมือง จาก “แก้มลิง” สู่บ้านจัดสรร
ดูทั้งหมด

มอก.24 เดือด! ถกปมล็อกกรรมวิธีผลิตก่อนส่ง กมอ.เคาะพรุ่งนี้ ชี้ต้องเยียวยากลุ่ม IF

17 ส.ค. 2569 | 18:58น.

สมอ.เร่งสรุปร่างมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย หลังเสียงแตก “ล็อกหรือไม่ล็อก” กรรมวิธีผลิต โดยเฉพาะเตา IF ขณะที่ภาคเอกชนห่วงผลกระทบการลงทุน ด้าน “อรรถวิชช์” ย้ำมาตรฐานต้องชัด เยียวยาได้แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลเลื่อนบังคับใช้

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวในเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการสัมมนาเชิงปฎิบัติการณเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ว่า การทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก.24 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กข้ออ้อย เดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยวันนี้ (17 ส.ค. 2569) เป็นอีกวันที่หลายฝ่ายเตรียมถกเถียงและสรุปข้อเสนอ ก่อนที่วันพรุ่งนี้ (18 ส.ค. 2569) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการมาตรฐานอุตสาหกรรม (กมอ.) เพื่อพิจารณาวินิจฉัยประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่องกรรมวิธีการผลิต

ซึ่งการทบทวนครั้งนี้ตั้งประเด็นไว้สำคัญคือเรื่อง มาตรฐานใหม่ควรเปิดกว้างให้ผู้ผลิตเลือกเทคโนโลยีการผลิตได้หรือไม่ หรือควรกำหนดเฉพาะกรรมวิธีที่ยอมรับ โดยเฉพาะกรณีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ซึ่งถูกจับตาอย่างมากในอุตสาหกรรมเหล็ก
ร่างมาตรฐานที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการ คณะที่ 84/1 เดิมมีแนวทางว่าไม่ควรจำกัดกรรมวิธีการผลิต เพราะเห็นว่ามาตรฐานควรกำหนดเป็น Minimum Requirement และใช้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลการทดสอบ เป็นเครื่องมือยืนยันว่าเหล็กที่ออกสู่ตลาดมีคุณสมบัติตามมาตรฐานหรือไม่

เอกนิติ รมยานนท์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวกลับมีความเห็นต่างในชั้นคณะกรรมการวิชาการสาขาที่ 84 ซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่เห็นควร จำกัดกรรมวิธีการผลิตวัตถุดิบสำหรับเหล็กข้ออ้อยไว้ที่เตาเบสิกออกซิเจน (BOF) และเตาอาร์คไฟฟ้า (EF) ขณะที่อีก 6 เสียงเห็นว่าไม่ควรจำกัดเทคโนโลยีการผลิต

ความเห็นที่แตกต่างกันทำให้ประเด็น IF กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กมอ.ต้องตัดสินใจ โดยฝ่ายที่สนับสนุนการจำกัดมองว่า เหล็กข้ออ้อยเป็นวัสดุสำคัญต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร จึงควรควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ใช่อาศัยการตรวจสอบเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลายทาง ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า หากผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนดด้านเคมี สมบัติทางกล และการทดสอบที่เข้มงวด ก็ควรสามารถใช้เทคโนโลยีการผลิตที่หลากหลายได้

ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเคยทำหน้าที่ประธานตรวจสอบกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เสนอว่า การทบทวน มอก.24 ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการควบคุมกระบวนการผลิตและข้อจำกัดด้านกำลังคนในการตรวจโรงงาน การกำหนดมาตรฐานที่สามารถควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางย่อมเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะเหล็กที่นำไปใช้ในโครงสร้างหลักของอาคาร พร้อมมองว่าการจำกัด IF ในเหล็กข้ออ้อยเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านต้องไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการโดยไม่มีมาตรการรองรับ โดยเสนอให้ใช้มาตรการภาษีและสิทธิประโยชน์ ช่วยผู้ประกอบการที่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี แต่ย้ำว่า “การเยียวยา” กับ “มาตรฐาน” ต้องแยกออกจากกัน ไม่ควรนำการช่วยเหลือมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนมาตรฐานออกไปอีก 2-3 ปี

ขณะเดียวกัน ร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ไม่ได้ปรับเฉพาะเรื่องกรรมวิธีผลิต แต่ยังยกระดับข้อกำหนดหลายด้าน ทั้งเพิ่มชั้นคุณภาพจาก 3 ชั้นเป็น 10 ชั้น เพิ่มขนาดเหล็กเป็น 13 ขนาด รองรับถึง DB50 เพิ่มการทดสอบความล้าและการดัดโค้งซ้ำ กำหนดสมบัติทางกลเป็นช่วงมากกว่าค่าขั้นต่ำ รวมถึงเพิ่มการตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคและควบคุมองค์ประกอบทางเคมีให้ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มข้อกำหนดด้านระบบหลอม การเป่าออกซิเจน เตาปรุง การตรวจสอบเศษเหล็กและวัตถุดิบ รวมถึงการตรวจสารกัมมันตรังสีและระบบจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดังนั้น วันที่ 17 สิงหาคมจึงเป็นช่วงสำคัญของการถกเถียงและรวบรวมข้อเสนอ ขณะที่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 จะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญ เมื่อ กมอ.ประชุมพิจารณาร่าง มอก.24 โดยเฉพาะคำถามว่าจะเลือกแนวทางจำกัดกรรมวิธีผลิตหรือไม่ล็อกเทคโนโลยี แต่เพิ่มความเข้มงวดด้านคุณภาพและการตรวจสอบ ผลการพิจารณาครั้งนี้จึงไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ผลิตเหล็ก แต่เกี่ยวข้องถึงต้นทุนการลงทุน เทคโนโลยีการผลิต การแข่งขันในอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของเหล็กที่นำไปใช้ในโครงสร้างอาคารทั่วประเทศ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการประกาศใช้มาตรฐานฉบับใหม่ต่อไป

อย่างไรก็ตามบรรยากาศในการรับฟังความคิดเห็นวันนี้ต่างร้อนแรง หลังจากที่ นายอรรถวิชช์ ชี้แจงสวนกลับทาง สมอ. ที่ว่าขั่นตอนของร่าง มอก. 24 นั้นยังไม่เริ่ม แต่ทว่ากระบวนการพิจารณายังไม่เริ่มต้นนั้นไม่เป็นความจริง โดยร่างมาตรฐานนี้เคยถูกเสนอเข้าสู่คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ชุดใหญ่ไปแล้ว ต่อมา กมอ. มีมติชัดเจนให้กลับไปทบทวนเพื่อจำกัดกรรมวิธีการผลิตเฉพาะแบบเตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) และเตาเบสิคออกซิเจน (BOF) เท่านั้น โดยสั่งตัดกรรมวิธีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ออกไปเพื่อความปลอดภัย สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระบวนการรำวง ในชั้นอนุฯ กว. ที่มีความพยายามจะดึงวิธี IF กลับเข้ามาอีกครั้งผ่านการลงคะแนนเสียงที่ฉิวเฉียดและวนไปวนมา สมอ. จะต้องตั้งต้นกระดุมเม็ดแรกให้ถูก โดยการนำร่างที่เป็นมติ กมอ. มาเป็นตัวตั้งในการประชาพิจารณ์ เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียแสดงความเห็นโต้แย้งได้ในคราวเดียว ไม่ใช่การทำกระบวนการที่ดูเหมือนไร้จุดหมาย

โดยตั้งแต่ปี 2559-2569  ซึ่ง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่ตรวจเหล็กอยู่ 5 คนจากกองสำนักงานมาตรฐาน ทำให้ในอดีตผู้ประกอบการมักใช้วิธีตัดเหล็กส่วนที่ดีมารอให้ตรวจ ทำให้ผลผ่านเกณฑ์มาโดยตลอด ทั้งที่ความจริงมีปัญหาเหล็กเบาไม่ได้มาตรฐาน และเหล็กหักง่ายเมื่อดัดโค้ง  โดยสิ่งที่ปฏิบัติตามปกติคือมีการตัดเหล็กรอมารอให้ตรวจสอบแล้ว มันถึงได้ผ่านการตรวจสอบมาเรื่อยๆ แต่ภายหลังเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มมีทีมงานชุดสุดซอยที่ตนเป็นผู้ร่วมตรวจสอบสนธิกำลังจากหลายสำนัก จึงได้ผลตรวจว่าเหล็กไม่ผ่านมาตรฐานหลายตัวมาก

ดังนั้น ระวังมวยล้มในช่วงผลัดใบข้าราชการที่จะเกษียณในเดือน ก.ย. 2569 นี้ ด้วยเลขาฯ สมอ. จะเกษียณอีก 2 เดือนข้างหน้า พร้อมจี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แสดงความชัดเจนเพื่อไม่ให้ความปลอดภัยของประชาชนถูกนำไปต่อรองในเชิงธุรกิจ