ชงจัดระเบียบ ‘ครีเอเตอร์’ ยกมาตรฐาน ‘วิชาชีพ’ สกัดอินฟลูเอนเซอร์สีเทา
สมาคมครีเอเตอร์ เดินหน้าหารือ “กระทรวงแรงงาน” พาครีเอเตอร์ 9 ล้านคนเข้าระบบ หลังเจอปัญหากู้ไม่ผ่าน-สวัสดิการไม่ตอบโจทย์ ชงโมเดล “Creator Score” ออกแบบระบบ “เครดิต” เพื่อครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ใช้เป็นหลักฐานการเงินเหมือนในสหรัฐ พร้อมเร่งสร้างมาตรฐานวิชาชีพ เตรียมออกร่างไกด์ไลน์ “Creator Standard” ต.ค. นี้ หวังจัดระเบียบอุตสาหกรรม และปราบครีเอเตอร์-อินฟลูเอนเซอร์สีเทาในระบบ
นายขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ครีเอเตอร์เป็นอาชีพในฝันของหลายคน แต่พอเข้ามาทำจริง ๆ กลับพบว่าเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมี “ตัวตน” ในสังคม เพราะคำว่า “ครีเอเตอร์” ไม่เคยปรากฏเป็น “อาชีพ” ในเอกสารราชการใด ๆ เลย ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่ากับอาชีพอื่น ๆ เช่น ช่วงโควิด-19 มีการมอบเงินเยียวยาให้กลุ่มนักร้องและนักดนตรี ส่วนครีเอเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ ก็ไม่มีใครได้เงินส่วนนี้เลยทั้งที่เป็นอาชีพอิสระเหมือนกัน
รวมถึงครีเอเตอร์ยังมีสถานะเป็น “ฟรีแลนซ์” รับงานอย่างอิสระ จึงไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจน ทำให้หลายคนขอสินเชื่อไม่ผ่าน ไม่ว่าจะสมัครบัตรเครดิต หรือกู้ซื้อบ้านและรถ แม้จะมีรายได้สม่ำเสมอในอัตราที่สูงมากก็ตาม
“มีครีเอเตอร์ YouTube คนหนึ่งดังมาก ๆ แถมรายได้เยอะมากด้วย สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน สาเหตุหลัก ๆ คือไม่มีสลิปเงินเดือน และประกอบอาชีพที่ไม่สามารถระบุได้ในเอกสารราชการ หรือในกรณีของผมที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นครีเอเตอร์ในปี 2012 กู้ซื้อรถไม่ผ่าน ซึ่งปัญหานี้เจอกันมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ จนถึงปัจจุบัน”
ครีเอเตอร์ขอเพิ่มสิทธิ สปส.
ที่สำคัญกลุ่มครีเอเตอร์ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบ “ประกันสังคม” แม้มีครีเอเตอร์จำนวนมากที่เคยทำงานประจำมาก่อน ต้องการส่งเงินประกันสังคมเพื่อรักษาสิทธิสวัสดิการ แต่ไม่มีทางเลือกที่เข้ากับกลุ่ม Gig Workers จริง ๆ เพราะตามกฎหมาย “ครีเอเตอร์” เป็นอาชีพรับจ้างอิสระ สามารถเป็นผู้ประกันตนได้แค่ 2 ประเภท
คือ 1.ตามมาตรา 39 (เคยเป็นพนักงานแต่ลาออก) ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละ 432 บาท และ 2.ตามมาตรา 40 (อาชีพอิสระ/แรงงานนอกระบบ) โดยทั้งสองมาตราได้สิทธิประโยชน์พื้นฐานน้อยกว่ามาตรา 33 (พนักงานประจำ) ซึ่งครีเอเตอร์หลายคนมีรายได้และศักยภาพเพียงพอที่จะจ่ายในระดับที่สูงกว่า เพื่อสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า แต่ถูกกฎหมายตีกรอบไว้
เดินหน้าหารือ “แรงงาน”
นายขจรกล่าวต่อว่า ช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางสมาคมหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อสะท้อนปัญหาและนำเสนอแนวทางในการยกระดับอาชีพเข้าสู่ระบบ รวมถึงสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำธุรกรรมต่าง ๆ การออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการรับงบประมาณและการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ
อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ใหญ่ขึ้นทุกวัน ปัจจุบันประมาณการสูงถึง 9 ล้านคน ซึ่งเป็นคนที่ทำงานครีเอเตอร์แบบเต็มเวลามากกว่า 2 ล้านคนด้วย (อ้างอิงข้อมูลจาก Tellscore ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์
“เป็นจังหวะดีมากที่ได้เข้าไปคุยกับกระทรวงในช่วงที่มีการผลักดันเรื่องนี้พอดี ผมเข้าใจว่าที่ภาครัฐต้องการผลักดัน Gig Workers เข้าสู่ระบบมีเรื่องภาษีเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ในฝั่งของครีเอเตอร์ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเวลาทำงานกับแบรนด์ แบรนด์จะส่งข้อมูลการหักภาษีให้กรมสรรพากรทราบอยู่แล้ว”
ชงโมเดล “Creator Score”
นอกจากการหารือกับกระทรวงแรงงาน สมาคมยังมีการเข้าไปพูดคุยกับธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อนำเสนอโมเดล “Creator Score” หรือการออกแบบระบบ “เครดิต” สำหรับประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นโมเดลที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซียมาแล้ว
โดยใช้ข้อมูลรายได้จากแพลตฟอร์มที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอเป็นกลไกในการพิจารณา แทนเอกสารแสดงรายได้แบบเดิม เช่น รายได้จาก YouTube ประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน รายได้จากการปักตะกร้าขายของใน TikTok 5,000-7,000 บาทต่อเดือน รวมถึงงานจ้างรีวิวสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น
“พอเข้าไปคุยกับแบงก์ แบงก์ก็ตกใจว่าจำนวนครีเอเตอร์ในไทยมีเยอะมาก แถมรายได้ยังเยอะมาก ๆ ด้วย ถ้าสามารถนำเข้าสู่ระบบได้จะเป็นประโยชน์ทั้งกับแบงก์และระบบภาษี”

เร่งออกไกด์ไลน์ “วิชาชีพ”
นายขจรยังกล่าวด้วยว่า นอกจากการสนับสนุนให้ครีเอเตอร์มีแนวทางการประกันตนที่เฉพาะเจาะจง เป้าหมายหลักของการก่อตั้งสมาคมอีกประการคือ การสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจนซึ่งภารกิจหลักในช่วงปีแรกหลังสมาคมเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จะโฟกัสที่การพัฒนาร่างไกด์ไลน์ “Creator Standard” ครอบคลุมทั้งข้อกำหนดในการรับงาน การทำงานแบบมืออาชีพ และมีจริยธรรม
จุดมุ่งหมายเพื่อจัดระเบียบความเป็นไปในอุตสาหกรรม จากที่ต่างคนต่างจ้างตามมาตรฐานของตนเอง จะมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยส่องแสงไปยังครีเอเตอร์ที่ตั้งใจทำงาน ถือเป็นการลดจำนวนครีเอเตอร์ “สีเทา” ออกจากระบบด้วย
ทั้งนี้ร่างไกด์ไลน์ Creator Standard วางกรอบเวลาในการทำงานไว้ 4 เดือน ปัจจุบันแบ่งทีมไปคุยกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการเซตมาตรฐานการให้ข้อมูลของครีเอเตอร์ เช่น ก.ล.ต. อย. และ สคบ. รวมถึงสมาคมการตลาด และเอเยนซี่ต่าง ๆ ที่เป็นฝั่งผู้จ้างงานด้วย
คาดเปิดตัวได้ภายใน ต.ค. นี้
หลังจากรวบรวมความเห็นของทุกฝ่ายมาจัดทำร่างไกด์ไลน์แล้ว จะเปิดประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เพื่อให้ร่างฉบับนี้มีน้ำหนัก และตรงตามความต้องการของคนในอุตสาหกรรมจริง ๆ จากนั้นจะเปิดตัวไกด์ไลน์อย่างเป็นทางการเดือน ต.ค. นี้ และจะเริ่มเซ็น MOU กับเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม
นายขจรกล่าวทิ้งท้ายว่า การก่อตั้งสมาคมเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการยกระดับความมั่นคงอาชีพครีเอเตอร์ให้มากขึ้น ซึ่งในอนาคตก็สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคมย่อย ๆ ของครีเอเตอร์แต่ละสาย เช่น บิวตี้ ท่องเที่ยว และนักวาด เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลในกลุ่มที่มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกันมากขึ้น
หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเรื่องการออกแบบมาตรการระบบสวัสดิการ ทั้งประกันสังคม และอื่น ๆ ของกลุ่มอาชีพสมัยใหม่ ที่ประกอบอาชีพในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Gig Workers ยังอยู่ในช่วงการหารือของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม อย่างไรเดอร์ หรือไดร์เวอร์ ที่บางส่วนไม่ต้องการเข้าสู่ระบบประกันสังคม
รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ หรือ “ครีเอเตอร์” ที่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพมามากกว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐาน “วิชาชีพ” ที่ชัดเจน และการบรรจุเป็น “อาชีพ” อย่างเป็นทางการ ซึ่งคนกลุ่มนี้นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยในปี 2025 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีมูลค่ากว่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.8 ล้านล้านบาท) โต 16% (อ้างอิงจากรายงาน e-Conomy SEA Report ฉบับล่าสุด)
แรงงานจ่อยกระดับอาชีพ
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กำลังเปิดโอกาสให้ Platform Worker, Gig Worker เข้าสู่ระบบประกันสังคม ปัจจุบันมีไรเดอร์กว่า 300,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 1 ล้านคนใน 3-5 ปีข้างหน้า ดังนั้นหากรวมแรงงานแพลตฟอร์มกับกลุ่มครีเอเตอร์เข้าไปจะมีปริมาณสูงเกือบ 10 ล้านราย
นับว่าปีนี้เริ่มมีมูฟเมนต์ที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากภาครัฐโดยกระทรวงแรงงานที่มีความตั้งใจยกระดับกลุ่ม Gig Workers หรือ “แรงงานแพลตฟอร์ม” อย่างจริงจัง ขณะที่ภาคเอกชนที่มีการรวมตัวจัดตั้ง “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” (Thailand Content Creator Association : TCCA) เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเฉพาะ