เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
Economic เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
Politics นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
Economic น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
Politics อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
Automotive ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
Finance ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
Economic บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
ดูทั้งหมด

ทิพยประกันชีวิตครึ่งปีแรก 2569 เบี้ยโต 23% กำไรพุ่ง 194% ชู “Grow together with AI” ดันธุรกิจโตคู่เทคโนโลยี

19 ส.ค. 2569 | 10:37น.

ทิพยประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 เบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท เติบโต 23% ขณะที่เบี้ยรับใหม่พุ่ง 36.5% แตะ 3,391 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% พร้อมรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน CAR อยู่ที่ 313% เดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” ใช้ AI ยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และศักยภาพบุคลากร ตั้งเป้าครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงเติบโตในทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับใหม่อยู่ที่ 3,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR อยู่ในระดับ 313% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและความพร้อมในการรองรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

“ตัวเลขผลประกอบการที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งยืนยันถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับบริษัท รวมถึงความร่วมมือของทีมงานทุกคน ขณะเดียวกันบริษัทได้วางกลยุทธ์นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในอนาคต”

นายนพพรกล่าวว่า จากทิศทางการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมองว่าไตรมาส 3 และช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเชื่อว่าภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2569 จะสามารถสร้างเบี้ยประกันภัยและกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป ทิพยประกันชีวิตเดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” โดยวางเป้าหมายให้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่กัน

กลยุทธ์ดังกล่าวประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ New Product Innovation, Service Excellence, AI-Driven Workspace และ Employee Engagement โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างการเติบโตตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการลูกค้า ไปจนถึงการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร

ด้าน New Product Innovation บริษัทนำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์ Customer Insights เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ก่อนนำข้อมูลมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และรูปแบบความคุ้มครองที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ Service Excellence มุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้รวดเร็วและตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้น ผ่านการปรับปรุงกระบวนการให้มีความกระชับและเชื่อมโยงการให้บริการในแต่ละช่องทาง

ส่วน AI-Driven Workspace เป็นการนำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และลดเวลาที่พนักงานต้องใช้กับงานที่เป็นกระบวนการ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถใช้เวลากับงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ Employee Engagement บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันของพนักงาน เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ พร้อมสนับสนุนการทำงานที่ส่งเสริม Work-Life Balance รวมถึงจัดสรรงบประมาณสำหรับการ Upskill และ Reskill ให้กับบุคลากรในทุกระดับ

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของกลยุทธ์ Grow together with AI คือการพัฒนา AI ภายในองค์กร หรือ “น้องนุมาน” หรือ “นุมาน AI” ซึ่งบริษัทออกแบบให้เป็น Sandbox สำหรับให้พนักงานสามารถทดลองใช้งาน AI และเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง

นายนพพรกล่าวว่า บริษัทเลือกพัฒนา AI ขึ้นมาเองภายในองค์กรแทนการพึ่งพาระบบสำเร็จรูปทั้งหมดจากภายนอก เนื่องจากต้องการให้เทคโนโลยีสามารถปรับเข้ากับบริบทและรูปแบบการทำงานขององค์กรได้มากที่สุด

“เราอยากให้พนักงานได้ Learn by Doing สามารถเข้ามาลองผิดลองถูกกับ AI ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเริ่มเห็นว่า AI สามารถช่วยลดเวลาในการทำงาน ทำให้งานที่ซับซ้อนง่ายขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็จะเปลี่ยนเป็นความสนุกในการเรียนรู้” สำหรับนุมาน AI บริษัทตั้งเป้าให้ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยและโค้ชส่วนตัวของพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไอที ฝ่ายขาย บัญชี หรือหน่วยงานอื่น แนวทางดังกล่าวยังช่วยลดช่องว่างด้านทักษะเทคโนโลยีระหว่างพนักงานแต่ละกลุ่ม โดยสามารถนำ AI มาใช้ในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล สรุปรายงาน หรือดึง Customer Insights เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น

นายนพพรกล่าวว่า การนำ AI มาใช้ภายในองค์กรไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนบุคลากร แต่ต้องการให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปลดล็อกศักยภาพของพนักงาน และเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากงานเชิงกระบวนการไปสู่งานที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจมากขึ้น

“ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของทิพยประกันชีวิตไม่ใช่เทคโนโลยีหรือผลกำไร แต่คือพนักงานทุกคน เพราะความทุ่มเทและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาคือสิ่งที่ทำให้เราเติบโต”

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI จำเป็นต้องเดินควบคู่ระหว่างเทคโนโลยีกับคน โดยบริษัทพร้อมลงทุนด้านการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้พนักงานสามารถเปลี่ยนบทบาทจากการทำงานที่เน้นกระบวนการ ไปสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์และนวัตกรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจประกันชีวิตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยทิพยประกันชีวิตระบุว่าดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

บริษัทได้วางแนวปฏิบัติด้าน AI Governance โดยยึดหลัก “Human in the Loop” ให้มนุษย์ยังคงมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อนุมัติ และตัดสินใจในกระบวนการสำคัญ โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงหรืออาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันภัย

นายนพพรกล่าวว่า การทำงานด้าน AI จะเป็นการผสานระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบุคลากรภายในองค์กรที่มีความเข้าใจธุรกิจ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด นอกจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้ว ทิพยประกันชีวิตยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน ผ่านแนวทางการทำงานที่มีความยืดหยุ่น การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาทักษะของพนักงานในทุกระดับ บริษัทมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน เช่น Co-Working Space และ Fitness Room เพื่อสนับสนุน Workplace Wellbeing

นายนพพรกล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีคือ “คน” และการเติบโตขององค์กรจะเกิดขึ้นได้เมื่อพนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี “AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนบุคลากร แต่เข้ามาเพื่อส่งเสริมและปลดล็อกศักยภาพของพนักงานให้สูงขึ้นไปอีกขั้น เราต้องการสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานและ AI สามารถเติบโตไปด้วยกัน”

สำหรับทิพยประกันชีวิต กลยุทธ์ “Grow together with AI” จึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นการวางรากฐานให้องค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับบุคลากร โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดความสามารถ ลดข้อจำกัดในการทำงาน และสร้างโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว