ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและอุปทานรัสเซียที่ชะลอตัว แม้สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่านเพื่อตอบโต้หลังอิหร่านโจมตี UAE ด้วยขีปนาวุธครั้งล่าสุด ขณะที่การเดินทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะลอตัว
เนื่องจากสายการเดินเรือส่วนใหญ่ยังคงหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงโดยไม่มีการเจรจาเพิ่มเติม และทางการอิหร่านยืนยันว่าช่องแคบยังคงปิดอยู่ ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยง (Risk Premium) เพิ่มขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 85.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.89 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 91.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือทางฝั่งตะวันตกของรัสเซียในช่วงครึ่งแรกของเดือน ส.ค. ปรับลดลงสู่ระดับ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าแผนการส่งมอบน้ำมันเดิมถึง 15% เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของระบบขนส่งบริเวณท่าเรือ Novorossiysk ในทะเลดำ ประกอบกับอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 97.2% ตามค่าการกลั่นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 428.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล
