“สุริยะ” บุกน่านลุยโคลน สั่งคืนพื้นที่ชาวบ้านเร็วที่สุด พาณิชย์คุมเข้มสินค้า “ห้ามขาด-ห้ามแพง”
“สุริยะ” ลงพื้นที่น่านหลังน้ำหลาก สั่งกรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำ รถฉีดน้ำ 6 คัน และเครื่องจักรเร่งล้างโคลน-ฟื้นฟูบ้านเรือน พร้อมตั้งครัวใน อ.ภูเพียง หลังอาหารยังไม่เพียงพอ เผยน้ำเติมเขื่อนสิริกิติ์ราว 400 ล้าน ลบ.ม. ด้านกระทรวงพาณิชย์สั่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดคุมเข้มสินค้าอุปโภคบริโภค “ห้ามขาด ห้ามแพง” ห้ามผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุน หรือปฏิเสธการขาย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและมีโคลนไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ขณะนี้ระดับน้ำในตัวเมืองน่านผ่านจุดวิกฤตแล้ว จากเดิมที่ประเมินว่าอาจสูงถึง 9 เมตร แต่ระดับสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 8.5 เมตร ทำให้พื้นที่ตัวเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงตามที่กังวล
อย่างไรก็ตาม พื้นที่อำเภอภูเพียงและอำเภอปัวได้รับผลกระทบมากกว่า โดยเฉพาะปัญหาโคลนที่เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ จึงได้สั่งการกรมชลประทานเร่งเข้าฟื้นฟูพื้นที่ทันที พร้อมระดมรถฉีดน้ำจำนวน 6 คันเข้าพื้นที่ เพื่อล้างโคลนและช่วยคืนสภาพบ้านเรือนให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งนำอาหารและถุงยังชีพเข้าแจกจ่ายประชาชน พร้อมจัดตั้งโรงครัวในพื้นที่อำเภอภูเพียง หลังได้รับการประสานว่าอาหารในพื้นที่ยังมีไม่เพียงพอ
“ภายหลังน้ำลด ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับไปสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด” นายสุริยะกล่าว
นายสุริยะกล่าวว่า สำหรับมวลน้ำที่ไหลลงมา แม้สร้างผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดน่าน แต่ขณะเดียวกันยังช่วยเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อภาคการเกษตร โดยกระทรวงเกษตรฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ ได้กำชับกรมชลประทานให้เร่งช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลและรถบรรทุกน้ำเข้าสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่และเคลียร์เส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
เป้าหมายคือช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ทันทีหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ด้านร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอำเภอปัว ท่าวังผา เวียงสา ภูเพียง สันติสุข และอำเภอเมืองน่าน ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 4,500 ครัวเรือน ขณะที่จังหวัดพะเยาเกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลากในอำเภอปง กระทบบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรหลายพื้นที่ โดยสถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเร่งเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อน โดยประสานหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ระดมสิ่งของจำเป็น อาหาร และน้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
กระทรวงพาณิชย์ยังได้กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจความต้องการสินค้าและสิ่งของจำเป็น เพื่อประสานการจัดหาและส่งมอบความช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศกำกับดูแลปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะน้ำดื่ม อาหารแห้ง และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ
พร้อมกำชับผู้ประกอบการ “ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าโดยเด็ดขาด”
สำหรับพื้นที่อื่นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังระยะสั้น ได้แก่ สุโขทัย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก เพชรบูรณ์ เลย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาญจนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด โดยกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามและรายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง พร้อมเข้าดูแลประชาชนทันทีหากเกิดผลกระทบ
ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาหรือปริมาณสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ