สทนช.เตือนลุ่มน้ำน่านฝนหนักซ้ำ 23-24 ส.ค. จับตา 9 อำเภอ-ย้ำระบบเตือนภัยต้องพร้อม
สทนช.เผยอุทกภัยหลายพื้นที่ จ.น่าน เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำสายหลักลดกลับเข้าสู่ตลิ่ง หน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่ แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ช่วง 23-24 สิงหาคม โดยเฉพาะลุ่มน้ำน่านตอนบน 9 อำเภอ หลังพื้นที่ยังมีฝนสะสม ขณะระบบ Early Warning แจ้งเตือนน้ำป่าใน อ.ปัว ท่าวังผา และสันติสุขแล้วรวม 110 ครั้ง ระหว่าง 18-21 สิงหาคม พร้อมกำชับทุกหน่วยดูแลระบบเตือนภัยและส่งข้อมูลถึงชุมชนให้เร็วที่สุด
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่านร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และภาพรวมเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักลดต่ำลงจนกลับเข้าสู่ตลิ่งแล้ว ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการฟื้นฟู ทั้งการทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ ซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม และฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำยังส่งผลให้ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกมากบางแห่ง
จับตาฝนซ้ำ 23-24 ส.ค. 9 อำเภอน่าน
นายไพฑูรย์กล่าวว่า ช่วงวันที่ 23-24 สิงหาคม จะมีกลุ่มฝนระลอกใหม่กลับมาตกซ้ำในพื้นที่เดิมของลุ่มน้ำน่านตอนบน โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อำเภอปัว ท่าวังผา ทุ่งช้าง เชียงกลาง เวียงสา แม่จริม สันติสุข บ่อเกลือ และเฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งต้องติดตามปริมาณฝนสะสมและฝนตกหนักซ้ำอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่ง สทนช.ได้ประสานทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่อเนื่อง
ระบบเตือนภัยน่านแจ้งแล้ว 110 ครั้ง
สำหรับกระบวนการแจ้งเตือนภัย สทนช.ระบุว่า ได้กำหนดแนวทางการแจ้งเตือนผ่านระบบเตือนภัยล่วงหน้า หรือ Early Warning System ของกรมทรัพยากรน้ำ
จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัว ท่าวังผา และสันติสุขที่ผ่านมา ระบบสามารถตรวจพบและแจ้งเตือนภัยทั้งระดับเฝ้าระวัง ระดับเตรียมพร้อม และระดับวิกฤต ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 110 ครั้ง
พร้อมกันนี้ ยังมีการแจ้งเตือนผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยควบคู่กันไป
นายไพฑูรย์กล่าวว่า สทนช.ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่มีระบบแจ้งเตือนภัยให้ดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา พร้อมเพิ่มช่องทางแจ้งเตือนให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ หอเตือนภัย และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ได้กำชับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ว่า ทันทีที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดเร่งส่งต่อข้อมูลไปยังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนโดยเร็ว
เพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนล่วงหน้า มีเวลาเตรียมความพร้อม และสามารถปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ