เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
SC พลิกที่ดินปั้มน้ำมันซัสโก้ ผุดคอนโดหรูย่านรัชดา ลุ้นแบรนด์-ราคา
Real Estate SC พลิกที่ดินปั้มน้ำมันซัสโก้ ผุดคอนโดหรูย่านรัชดา ลุ้นแบรนด์-ราคา
ธปท.เร่งแก้ ‘เอสเอ็มอี’ ติดกับดัก เร่งออก 3 มาตรการ คาดปี 2570 สินเชื่อกลับมาบวก
Finance ธปท.เร่งแก้ ‘เอสเอ็มอี’ ติดกับดัก เร่งออก 3 มาตรการ คาดปี 2570 สินเชื่อกลับมาบวก
“ศุภจี” หนุนรัฐ-เอกชนวางแผนรับภัยหลายระดับ ย้ำดูแลทั้งโรงงาน-แรงงาน-ตลาดส่งออก
Economic “ศุภจี” หนุนรัฐ-เอกชนวางแผนรับภัยหลายระดับ ย้ำดูแลทั้งโรงงาน-แรงงาน-ตลาดส่งออก
‘พิชญ์ โพธารามิก’ อัดฉีดนักตบชายไทย 2 ล้าน หลังคว้าอันดับ 5 ของเอเชีย
Sport ‘พิชญ์ โพธารามิก’ อัดฉีดนักตบชายไทย 2 ล้าน หลังคว้าอันดับ 5 ของเอเชีย
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
กอช.เปิดตัวฟีเจอร์ Direct Debit หักบัญชีอัตโนมัติ ออมรายเดือน ช่วยสร้างวินัยการเงิน
Finance กอช.เปิดตัวฟีเจอร์ Direct Debit หักบัญชีอัตโนมัติ ออมรายเดือน ช่วยสร้างวินัยการเงิน
TRS สะเทือนตัวเลขหุ้นไทย! จ่อเปลี่ยนวิธีนับยอดต่างชาติ ตลท.-โบรกฯ นัดถก 28 ต.ค.
Finance TRS สะเทือนตัวเลขหุ้นไทย! จ่อเปลี่ยนวิธีนับยอดต่างชาติ ตลท.-โบรกฯ นัดถก 28 ต.ค.
มก.-ซีพีเอฟ ผนึกวิจัยพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจ ดันโตเร็ว-รอดสูง ลดต้นทุนเกษตรกร
News มก.-ซีพีเอฟ ผนึกวิจัยพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจ ดันโตเร็ว-รอดสูง ลดต้นทุนเกษตรกร
ตลาดอสังหาฯ เมืองชายทะเล ‘ประจวบฯ-เพชรบุรี’ ชะลอตัว คอนโดฯ ใช้เวลาขาย 19 ปี
Real Estate ตลาดอสังหาฯ เมืองชายทะเล ‘ประจวบฯ-เพชรบุรี’ ชะลอตัว คอนโดฯ ใช้เวลาขาย 19 ปี
ดูทั้งหมด

“ผ้าครามสกลนคร” ขึ้นชุดเอเชียนเกมส์ พาณิชย์ ดัน 6 สินค้า GI เปิดตลาดสิงคโปร์

24 ส.ค. 2569 | 15:59น.

สินค้า GI ไทยกำลังถูกยกระดับจาก “ของดีประจำถิ่น” ไปสู่เครื่องมือสร้างมูลค่าใหม่ให้เศรษฐกิจชุมชน ทั้งในมิติแฟชั่น อาหาร การค้า และการท่องเที่ยว หลัง “เนื้อครามสกลนคร” และ “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” ได้รับเลือกเป็นส่วนหนึ่งของชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขัน Asian Games 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยังนำ 6 สินค้า GI ไทยด้านอาหารบุกงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 ที่สิงคโปร์ พร้อมจัดเวทีจับคู่ธุรกิจ คาดสร้างมูลค่าการเจรจาเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนทิศทางใหม่ของการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่การขึ้นทะเบียนคุ้มครองชื่อสินค้า แต่ต้องต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมโยงผู้ผลิตในชุมชนกับตลาดใหม่ ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และโอกาสทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“อรมน” ชูผ้าครามสกลนคร สู่ชุดพิธีการนักกีฬาไทยเอเชียนเกมส์

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมปลาบปลื้มและภาคภูมิใจกับ “เนื้อครามสกลนคร” และ “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” สินค้า GI จากจังหวัดสกลนคร ที่ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันกีฬา Asian Games 2026 ณ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การออกแบบของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยองค์ดีไซเนอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ผลงานดังกล่าวนับเป็นการเชื่อมโยงแฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญาเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มมูลค่า ขยายโอกาสสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และสร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ผลิต กลุ่มทอผ้า และผู้ประกอบการในชุมชน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวภูมิปัญญา GI ไทยสู่เวทีโลก

นางอรมนกล่าวว่า การออกแบบชุดพิธีการของทัพนักกีฬาไทยครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงตั้งพระทัยนำอัตลักษณ์ผ้าไทยมาผสานกับแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานออกแบบที่ทันสมัย และแสดงศักยภาพของผ้าและงานหัตถศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวสกลนครและคนไทยทั้งประเทศ

“เนื้อคราม-ผ้าคราม” สอง GI สกลนคร เชื่อมภูมิปัญญากับแฟชั่น

นางอรมนกล่าวว่า “เนื้อครามสกลนคร” และ “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” เป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียง สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของจังหวัดสกลนครอย่างชัดเจน

“เนื้อครามสกลนคร” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ผลิตจากใบครามพันธุ์ฝักตรงหรือพันธุ์ฝักงอ โดยสภาพภูมิอากาศของจังหวัดสกลนครเหมาะกับการปลูกต้นครามและการแช่หมักคราม ทำให้ได้เนื้อครามคุณภาพดี มีลักษณะเหนียว หนืด ข้น สีน้ำเงินเข้มเป็นเงามันวาว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติของคราม สีไม่ตกและไม่ซีดจางง่าย จึงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผ้าย้อมคราม

ส่วน “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เป็นผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยครามธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ผลิตจากภูมิปัญญาการเตรียมน้ำย้อมและกรรมวิธีย้อมครามที่สืบทอดกันมายาวนาน ทำให้ผืนผ้ามีความโดดเด่น มีสีตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม มีความมันวาว ไม่ตกสี และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

ด้วยอัตลักษณ์ดังกล่าว ผ้าครามธรรมชาติสกลนครจึงไม่ได้เป็นเพียงวัสดุตัดเย็บทั่วไป แต่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้หลายรูปแบบ ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกคราม ผู้ผลิตเนื้อคราม กลุ่มทอผ้า ช่างย้อม ไปจนถึงผู้ประกอบการที่นำผ้าครามไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ

“The Art of Unity” ยกระดับผ้าบ้านดอนกอยสู่เวทีนานาชาติ

สำหรับชุดพิธีการทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขัน Asian Games ครั้งนี้ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” โดยนำผ้าครามธรรมชาติสกลนคร สินค้า GI จากกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนผู้ผลิตที่มีกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน GI มาออกแบบร่วมกับผ้าฝ้ายจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

แนวคิดการออกแบบมุ่งถ่ายทอดความประณีต ความอดทน และความมุ่งมั่นของช่างทอและช่างย้อม เปรียบเสมือนเส้นทางของนักกีฬาที่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและความพยายามต่อเนื่องก่อนก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ ขณะที่เฉดสีและลักษณะของผืนผ้าที่เกิดจากกรรมวิธีย้อมครามตามภูมิปัญญาท้องถิ่น สะท้อนเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ที่มีเอกลักษณ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญามองว่า แนวทางการนำ GI “เนื้อคราม-ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” มาตัดเย็บเป็นชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย เป็นโมเดลตัวอย่างของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดด้วยการออกแบบ เพื่อขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ทำให้สินค้า GI มีมูลค่าสูงขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ชุมชนมากกว่าเดิม

กรมทรัพย์สินฯ เดินหน้าดัน GI ด้วยแบรนด์-ดีไซน์-ตลาดโลก

นางอรมนกล่าวว่า การยกระดับสินค้า GI ไทยถือเป็นแนวทางสำคัญในการเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่า และขยายขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การคุ้มครองและรักษามาตรฐานการผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างแบรนด์และเรื่องราว การออกแบบและเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ GI เป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว

เปิดเกม GI อาหารไทยบุกสิงคโปร์

อีกด้านหนึ่ง ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พาผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยด้านอาหารบุกตลาดสิงคโปร์ ในงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าในสิงคโปร์ เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้า GI คุณภาพของไทยเข้าถึงผู้บริโภคและคู่ค้าที่มีศักยภาพ เปิดช่องทางการค้าใหม่ และขยายตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศ

นางอรมนกล่าวว่า การส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วย GI เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ โดยสินค้า GI ถือเป็นทุนอัตลักษณ์ของชุมชนแต่ละพื้นที่ สามารถต่อยอดได้ทั้งตลาดการค้าและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้านสินค้าอาหารและเกษตรคุณภาพ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งที่มาของสินค้า อีกทั้งยังเป็นตลาดที่คุ้นเคยกับอาหารและวัตถุดิบไทย กรมจึงเห็นโอกาสในการนำสินค้า GI ไทยที่มีจุดเด่นและอัตลักษณ์เฉพาะตามพื้นที่แหล่งกำเนิด ไปสร้างการรับรู้และขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดสิงคโปร์

คัด 6 GI ศักยภาพขึ้นเวที APAC Food & Beverage Expo

กรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสรรสินค้า GI ไทย 6 รายการที่มีศักยภาพและมีจุดเด่นด้านคุณภาพกับอัตลักษณ์ เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ณ Singapore EXPO เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและนำเสนอสินค้า GI แก่ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

งานดังกล่าวเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป ขนมและของว่าง สินค้าสุขภาพ และสินค้าออร์แกนิกเข้าร่วมกว่า 200 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ GI พบปะผู้บริโภคโดยตรง และเชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และภาคธุรกิจในสิงคโปร์ ทั้งรูปแบบ B2B และ B2C

สินค้า GI ไทยทั้ง 6 รายการ ได้แก่ 1) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวพื้นเมืองเมล็ดเรียวสีแดง เมื่อหุงสุกจะนุ่มและเหนียว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง 2) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดดเด่นด้วยเนื้อส้มโอสีแดงอมชมพู รสหวานหอม 3) เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน เครื่องปรุงรสจากภูมิปัญญาการผลิตเกลือจากแหล่งน้ำใต้ดิน 4) ไชโป้วโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักกาดหัวหรือหัวไชเท้าส่วนราก มีทั้งรสเค็มและหวาน เนื้อกรอบ 5) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีเอกลักษณ์ด้านรสหอมหวานของน้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวนุ่มเหนียว และ 6) ทุเรียนป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อสีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งละเอียด รสหวานมัน และกลิ่นไม่แรง

ขาย 3 วันทะลุ 5 ล้าน “ส้มโอทับทิมสยาม-ไชโป้วโพธาราม” กระแสดี

นางอรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้า GI ในงาน APAC Food & Beverage Expo ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก มีผู้เข้ามาทำความรู้จักและเลือกซื้อสินค้าอย่างคึกคักตลอด 3 วันของการจัดงาน มียอดจำหน่ายสินค้า GI ทั้ง 6 รายการรวมกว่า 5 ล้านบาท

สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และไชโป้วโพธาราม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ GI ไทยยังได้รับฟังข้อคิดเห็นและการตอบรับของตลาดต่อสินค้าแต่ละประเภท รวมถึงเรียนรู้ว่าผู้บริโภคในสิงคโปร์และประเทศใกล้เคียงสนใจสินค้าในลักษณะใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดกลยุทธ์การค้าและต่อยอดขยายตลาดเชิงพาณิชย์ต่อไป

จับคู่ธุรกิจ 15 ราย คาดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญานำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยทั้ง 6 รายการ เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching กับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้ประกอบธุรกิจในสิงคโปร์ 15 ราย ณ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงสิงคโปร์ โดยมีนางวรพรรณี ดำรงมณี เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ให้การต้อนรับ

กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอข้อมูลสินค้า GI จุดเด่น และศักยภาพทางธุรกิจกับคู่เจรจาโดยตรง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของตลาด มาตรฐานและเงื่อนไขการนำเข้า รูปแบบสินค้า บรรจุภัณฑ์ ระดับราคา และช่องทางจำหน่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบแนวทางและเงื่อนไขในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสิงคโปร์

เบื้องต้น กิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท นับเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันสินค้า GI ไทยเข้าสู่ตลาดสิงคโปร์อย่างเป็นรูปธรรม

เชื่อมการค้า-ท่องเที่ยว ตามแนวคิด Visitor Economy

นางอรมนกล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ GI กับตลาดปลายทางได้ครบวงจร ตั้งแต่การนำเสนอสินค้า การสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค การพบปะคู่ค้า และการเจรจาธุรกิจ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทั้งประสบการณ์จากตลาดจริงและข้อมูลจากผู้ซื้อกับผู้นำเข้า เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและวางแผนขยายตลาดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน อัตลักษณ์และเรื่องราวของสินค้า GI ไทยยังเป็นสะพานเชื่อมผู้บริโภคสู่ชุมชน สามารถต่อยอดจากความสนใจในสินค้าไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น การเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่แหล่งผลิต เรียนรู้ภูมิปัญญา และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน สอดคล้องกับแนวคิด Visitor Economy ที่มุ่งสร้างมูลค่าจากประสบการณ์และการใช้จ่ายของผู้มาเยือน และเชื่อมรายได้ไปยังสินค้าและบริการของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จาก GI ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการต่อยอดอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ทั้งในมิติการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน

GI ไทยต้องไปไกลกว่า “ของฝาก”

ภาพรวมความเคลื่อนไหวทั้งสองด้าน ทั้งผ้าครามสกลนครในชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย และสินค้า GI อาหาร 6 รายการในตลาดสิงคโปร์ สะท้อนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังผลักดัน GI ให้ก้าวไกลกว่าภาพจำของ “ของฝากท้องถิ่น”

ในมิติแฟชั่น ผ้าครามธรรมชาติสกลนครถูกยกระดับผ่านงานออกแบบร่วมสมัย เพื่อเข้าสู่เวทีนานาชาติและผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยมีชุมชนผู้ผลิตอยู่ในห่วงโซ่คุณค่า

ในมิติอาหาร สินค้า GI ไทยถูกนำไปทดสอบตลาดจริงในสิงคโปร์ ทั้งผ่านการจำหน่ายตรง การรับฟังความเห็นผู้บริโภค และการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้า เพื่อสร้างโอกาสการค้าระยะยาว

โจทย์ต่อไปของ GI ไทยจึงไม่ใช่เพียงการขึ้นทะเบียนให้ครบจำนวนมากขึ้น แต่ต้องทำให้สินค้าเหล่านี้มีมาตรฐานที่สม่ำเสมอ มีเรื่องราวที่สื่อสารได้ มีรูปแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับตลาดปลายทาง และมีช่องทางตลาดที่เชื่อมกลับไปสร้างรายได้ให้ชุมชนจริง

หากเดินหน้าได้ต่อเนื่อง GI จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งบนรันเวย์ เวทีกีฬา ตลาดอาหารต่างประเทศ และเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน