ยานฉางเอ๋อ 7 ยังไม่พร้อมไปดวงจันทร์ เลื่อนภารกิจไปปีหน้า
จีนเลื่อนภารกิจส่งยานฉางเอ๋อ 7 ไปสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ จาก 25 ส.ค. 2026 ไปถึงปี 2027 NARIT ชี้ จุดลงจอดบนดวงจันทร์ยังไม่พร้อม มุมแสงอาทิตย์ไม่เหมาะสม
สํานักข่าวซินหัวรายงานว่า องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (CMSA) ระบุยานสํารวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ 7 ไม่ผ่านเงื่อนไขการปล่อย และการปล่อยจึงไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ในปีนี้
ขณะที่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ซึ่งป็นหนึ่งในพันธมิตรในภารกิจนี้ ได้ยืนยันการเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 Y14 เพื่อนำส่งยานอวกาศฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่อวกาศออกไปเป็นปี 2027 และยืนยันอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ที่ติดตั้งอยู่กับยานยังคงพร้อมปฏิบัติภารกิจ และเป้าหมายของไทยที่จะไปสำรวจดวงจันทร์ยังคงเดินหน้าต่อ
รายงานระบุว่า สืบเนื่องจากพายุโซนร้อนนาร์ราที่ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ ที่อาจส่งผลต่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการปล่อยจรวด จึงยกเลิกการปล่อยในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ตามกำหนดการเดิม ด้วยภารกิจฉางเอ๋อ 7 มีเป้าหมายแตกต่างจากภารกิจฉางเอ๋อก่อนหน้านี้
ในส่วนของยานลงจอดนั้น มีแผนจะลงจอดบริเวณขอบหลุมอุกกาบาตแชคเคิลตัน ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์เพื่อค้นหาน้ำแข็งบนพื้นหลุมที่แสงอาทิตย์แทบไม่ส่องถึง ขั้นตอนการลงจอด จำเป็นต้องอาศัยแสงอาทิตย์ส่องให้เห็นพื้นผิวและผลิตพลังงานให้กับแผงโซลาร์เซลล์ จึงต้องมีสภาวะมุมแสงที่เหมาะสมและมีระยะเวลาสว่างต่อเนื่องยาวนานเพียงพอ
ซึ่งในช่วงปี 2569 ต่อจากนี้ ไม่เหลือช่วงเวลาที่ทิศทางของแสงเอื้อต่อภารกิจอีกต่อไป เป็นเหตุให้จำเป็นต้องเลื่อนการปล่อยฉางเอ๋อ 7 ออกไปเป็นปีถัดไป
สำหรับอุปกรณ์ CE-7 MATCH หรือ Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope ในภารกิจวิทยาศาสตร์ไทยได้รับการออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อช่วงเวลาของภารกิจเนื่องจากตัวอุปกรณ์ ไม่มีแบตเตอรี่ภายในที่ต้องกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาเป็นระยะเวลานาน และอาศัยพลังงานจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของตัวยานโคจร จึงไม่มีข้อจำกัดด้านอายุการใช้งานที่ต้องกังวลจากการเลื่อนกำหนดการในครั้งนี้
หลังจากนี้ อุปกรณ์จะถูกถอดออกจากยานตามลำดับและนำไปเก็บรักษาไว้ภายใต้หน่วยงานกำกับขององค์การอวกาศแห่งชาติจีน โดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทยจะยังคงติดตามสถานะของอุปกรณ์และดำเนินการตามขั้นตอนทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะถึงวันกำหนดปล่อยอีกครั้ง
โดย ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับทีมไทย สิ่งที่เรายืนยันได้ในวันนี้คือ CE-7 MATCH ยังคงพร้อมสำหรับการดำเนินภารกิจ การเปลี่ยนกำหนดการปล่อยไม่ได้ส่งผลต่อความพร้อมของอุปกรณ์และความตั้งใจกรณ์ชิ้นนี้เกิดจากองค์ความรู้และการทำงานของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ตั้งแต่การพัฒนาโจทย์วิทยาศาสตร์ การออกแบบ สร้าง ประกอบ และทดสอบ จนพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานในอวกาศ
“แม้เราอาจต้องรอวันออกเดินทางนานกว่าที่คาดไว้ แต่ทีมของเรายังคงมีความหวังและพร้อมสำหรับวันที่ CE-7 MATCH จะเดินทางสู่ดวงจันทร์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NARIT ดำเนินการและขับเคลื่อนโครงการนี้มาอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญสำหรับเราคือความรู้ ประสบการณ์ระหว่างทาง และคนที่เติบโตขึ้นจากภารกิจ สิ่งเหล่านี้จะอยู่กับประเทศไทย และเป็นพื้นฐานให้เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและก้าวไปสู่ภารกิจอวกาศที่ท้าทายยิ่งขึ้นในอนาคต”
CE-7 MATCH เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมพัฒนา จากโจทย์วิทยาศาสตร์ของนักวิจัยไทย ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกแบบ พัฒนา สร้าง ประกอบ และทดสอบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมของอวกาศ มีเป้าหมายตรวจวัดรังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ และสร้างองค์ความรู้สำหรับการสำรวจอวกาศในอนาคต
ภารกิจฉางเอ๋อ 7 เป็นภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน มุ่งสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม ทรัพยากร และการค้นหาน้ำหรือน้ำแข็งในบริเวณก้นหลุมอุกกาบาตที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง
ฉางเอ๋อ 7 จึงไม่ใช่แค่ดาวเทียมดวงเดียว แต่เป็น “ระบบยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์” ขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนมาก ภารกิจประกอบด้วยยานหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ยานโคจรรอบดวงจันทร์ (Orbiter) ยานลงจอด (Lander) รถสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ (Rover) และยานสำรวจแบบกระโดด (Hopper) ซึ่งสามารถเดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่ลาดชันและบริเวณในเงามืดถาวรใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้
นอกจากจะทำการวิจัยเกี่ยวกับภูมิประเทศ องค์ประกอบ และโครงสร้างของดวงจันทร์แล้ว ภารกิจนี้ยังเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติ ไม่ใช่แค่ไทยจีน แต่จะบรรทุกอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ 6 ชิ้น ที่พัฒนาโดย 6 ประเทศ และ 1 องค์กรระหว่างประเทศ