ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมาตรการกดดันอิหร่านชุดใหม่ยังอยู่ในกรอบที่คาดหมาย
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับลด หลังมาตรการกดดันอิหร่านชุดใหม่ยังอยู่ในกรอบที่คาดหมาย แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงอยู่
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับลดลง หลังตลาดมองว่ามาตรการกดดันอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐไม่ได้มีรายละเอียดที่เหนือความคาดหมายมากนัก ประกอบกับผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันอาจยังจำกัด หากจีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายสำคัญของอิหร่าน และสหรัฐยังไม่สามารถบังคับให้จีนลดการนำเข้าลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ นายสกอตต์ เบสเซนต์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปยัง 5 ภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ พร้อมระบุว่าสหรัฐจะขยายมาตรการคว่ำบาตรไปยังองค์กรและประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 24 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 85.01 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.05 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 92.17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อิหร่านออกมาคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การดำเนินการของสหรัฐเป็นการใช้อำนาจกดดันประเทศอื่น และมองว่าสหรัฐไม่มีอำนาจตามกฎหมายระหว่างประเทศในการลงโทษประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีต่อเนื่อง
สถานการณ์การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงตัว โดยเส้นทางดังกล่าวเคยรองรับการขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันโลก แต่ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านช่องแคบน้อยกว่า 20 ลำ เนื่องจากมาตรการปิดกั้นของทั้งอิหร่านและสหรัฐส่งผลให้การเดินเรือและการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
