นายกฯ นิวซีแลนด์ชูกฎหมาย แบนเด็กต่ำกว่า 16 เล่นโซเชียล หวังแก้วิกฤตสุขภาพจิต
นายกฯ นิวซีแลนด์ เดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย หวังแก้วิกฤตสุขภาพจิตและลดผลกระทบร้ายแรงต่อพัฒนาการของเยาวชน ชูบทลงโทษปรับบริษัทเทคโนโลยีสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก แต่ยังต้องเผชิญความไม่ลงรอยในรัฐบาลผสม และต้องรอการชี้ขาดหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้
คริสโตเฟอร์ ลักซอน (Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีแห่งนิวซีแลนด์ ได้เปิดเผยข้อเสนอกฎหมายใหม่ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายให้กับเด็กเยาวชนยุคนี้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังคงเจอแรงต้านสำคัญภายในรัฐบาลผสม ซึ่งมีพรรคร่วมรัฐบาลอีกสองพรรคประกาศลงมติคัดค้าน ขณะที่การพิจารณากฎหมายต้องถูกเลื่อนออกไปภายหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากเวลาไม่พอให้สภาพิจารณาก่อนที่จะมีการยุบสภาในวันที่ 1 ตุลาคม
หวั่นเนื้อหาร้ายแรงกระทบเด็ก ผลักดันมาตรการตามรอยต่างชาติ
หากได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาบริหารประเทศ นายกฯ ลักซอน ตั้งเป้าที่จะนำนิวซีแลนด์เข้าเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่บังคับใช้มาตรการจำกัดอายุผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเขาได้อ้างอิงงานวิจัยในปี 2025 ที่พบว่า 1 ใน 3 ของวัยรุ่นนิวซีแลนด์ใช้เวลาอยู่กับโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อวัน
โซเชียลมีเดียกำลังทำให้เด็ก ๆ เสี่ยงต่อเนื้อหาที่เป็นอันตราย เทคโนโลยีที่เสพติดง่าย และแรงกดดันที่พวกเขายังไม่พร้อมรับมือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตครอบครัว สุขภาพจิต การนอนหลับ และการศึกษา” ลักซอนกล่าว
ภายใต้ร่างข้อเสนอนี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Instagram, TikTok, Snapchat และ Facebook จะต้อง “ดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม” เพื่อตรวจสอบว่าผู้ใช้มีอายุมากกว่า 16 ปี โดยใช้วิธีต่าง ๆ เช่น ข้อมูลบัญชีเดิมที่มีอยู่ การประเมินอายุจากใบหน้า บริการดิจิทัลไอดี หรือเอกสารยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวจะยกเว้นแพลตฟอร์มประเภทส่งข้อความอย่าง WhatsApp, แพลตฟอร์มเกมออนไลน์อย่าง Roblox รวมถึงแอปพลิเคชั่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการทำงานและการศึกษา เช่น ChatGPT, Gemini และ Copilot
บทลงโทษบริษัทเทคฯสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก
ข้อเสนอนี้ไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้ปกครองหรือเด็ก แต่มุ่งเป้าไปที่บริษัทเทคโนโลยีโดยตรง หากแพลตฟอร์มล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อกำหนด อาจถูกปรับเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 10% ของรายได้รวมทั่วโลก นอกจากนี้ แพลตฟอร์มที่มีเด็กใช้งานเป็นประจำจะต้องประเมินและรายงานความเสี่ยงเกี่ยวกับเครือข่ายของตนเองด้วย
รัฐบาลของลักซอนพิจารณากฎหมายนี้มาตั้งแต่ช่วงที่ออสเตรเลียเริ่มใช้กฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเล่นโซเชียลมีเดียเป็นแห่งแรกของโลกเมื่อเดือนธันวาคม 2025 แต่ร่างกฎหมายกลับได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากพรรคร่วมรัฐบาลอีกสองพรรค ได้แก่ พรรค ACT (เสรีนิยม) และพรรค NZ First (ประชานิยม) ซึ่งยืนยันว่าจะลงมติคัดค้าน
ขณะเดียวกัน พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านขนาดใหญ่ที่สุด นำโดย คริส ฮิปพินส์ (Chris Hipkins) ระบุว่า สส. ในพรรคยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายนี้หรือไม่
เทรนด์ควบคุมโซเชียลมีเดียระดับโลก
นับตั้งแต่ออสเตรเลียบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ประเทศอื่น ๆ เช่น แคนาดา บราซิล และอินโดนีเซีย ต่างออกกฎหมายแบนในลักษณะเดียวกัน ขณะที่อีกหลายประเทศกำลังศึกษาและพัฒนาร่างกฎหมาย
ถึงแม้กลุ่มปกป้องสิทธิเด็กและผู้ปกครองบางส่วนจะขานรับการจำกัดอายุดังกล่าว แต่กลุ่มปกป้องความเป็นส่วนตัวกลับมองว่า กฎระเบียบเหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงได้ง่าย และการบังคับให้ผู้ใช้ส่งเอกสารยืนยันตัวตนอาจนำไปสู่ปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังออสเตรเลียเปิดตัวกฎหมายแบนโซเชียลมีเดีย บรรดาแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้แจ้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลของออสเตรเลียว่า พวกเขาได้ทำการยกเลิกการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ที่ระบุว่าเป็นเด็กไปแล้วประมาณ 4.7 ล้านบัญชี โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลของลักซอนเคยประสบความสำเร็จในการประกาศห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นมาแล้วเมื่อปี 2024