เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
ตลท.ปรับทัพใหญ่! ตั้ง ‘สรวิศ ไกรฤกษ์’ คุม mai-LiVEx พร้อมดัน 3 ขุนพลขึ้นรองผู้จัดการ
Finance ตลท.ปรับทัพใหญ่! ตั้ง ‘สรวิศ ไกรฤกษ์’ คุม mai-LiVEx พร้อมดัน 3 ขุนพลขึ้นรองผู้จัดการ
KEX เจาะย่าน CBD เปิดสาขา One City Centre รองรับความต้องการคนเมือง-ต่างชาติ
Tech KEX เจาะย่าน CBD เปิดสาขา One City Centre รองรับความต้องการคนเมือง-ต่างชาติ
แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
Real Estate แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
Finance ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
SN Group พลิกธุรกิจ 67 ปี ลุยระบบน้ำ ‘อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ดันรายได้ 4 พันล้าน
Biz Movement SN Group พลิกธุรกิจ 67 ปี ลุยระบบน้ำ ‘อีอีซี-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ดันรายได้ 4 พันล้าน
นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
Economic นิด้าผนึกภาคีขับเคลื่อน ‘ผ้าไทย’ สู่สินค้ามูลค่าสูง สร้างเศรษฐกิจสีชมพูให้ชุมชนไทย
จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
Finance จากโหนกระแสสู่ ‘ประกันลูกทรพี’ สังคมไทยมาถึงจุดนี้แล้วจริงหรือ?
‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
Real Estate ‘ออริจิ้น’ แก้เกมกู้ไม่ผ่านพุ่ง 40% ชูคอนโดฯพร้อมอยู่-ลุยตลาดเช่า
ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
News ประเทศไทย คนดูข่าวจากครีเอเตอร์ อันดับ 1 ของโลก มากกว่าดูจากสื่อ
ดูทั้งหมด

จรีพร WHA : ขีดเส้น 2 ปีชี้อนาคตธุรกิจพลังงาน-AI เร่งกติกา Data Center

26 ส.ค. 2569 | 10:05น.
จรีพร จารุกรสกุล

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ทำธุรกิจพัฒนา บริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร แม้จะใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์เพียง 23 ปี แต่ปัจจุบัน WHAมีลูกค้าอุตสาหกรรมในมือกว่า 1,200 ราย มีสินทรัพย์กว่าแสนล้านบาท ทำรายได้เฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2569 ได้ถึง 6,384 ล้านบาท

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นางสาวจรีพร จารุกรสกุล” ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHA Group ในฐานะแม่ทัพใหญ่ ถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจ บทเรียนจากวิกฤต จนถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่อุตสาหกรรมอนาคต

เริ่มจากธุรกิจคลังสินค้า

จุดเริ่มต้นของ WHA เมื่อปี 2546 เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมไปสู่ประเทศอุตสาหกรรม หลังการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยทำให้เกิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจากข้อมูลที่เราศึกษาพบว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยในเวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 18% ของ GDP ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่เพียง 8-9% มองว่านี่คือโอกาสทางธุรกิจ ในเวลานั้นราคาน้ำมันอยู่ประมาณ 8 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนด้านคลังสินค้าและการดำเนินงานมีสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งหมด 

สิ่งที่เราตั้งคำถามตั้งแต่ต้น คือ จะออกแบบคลังสินค้าอย่างไรให้ช่วยลดต้นทุนของลูกค้าได้จริง เราจึงเปลี่ยนแนวคิดจากการสร้าง Warehouse มาเป็น Distribution Center ที่เน้นการหมุนเวียนสินค้าเข้าและออกอย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้ถือว่าใหม่มากในตลาดไทย เราใช้เวลากว่า 2 ปีในการนำเสนอโมเดลธุรกิจ ในที่สุด DKSH เป็นลูกค้ารายแรก โครงการแรกมีพื้นที่กว่า 53,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 8 สนามฟุตบอล และทำสัญญาเช่าระยะยาว 15 ปี จากอาคารแห่งแรก วันนี้ WHA ขยายพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ารวมเกือบ 3 ล้านตารางเมตรในช่วง 20 ปี

ต่อมาปี 2555 เรานำ WHA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และทยอยซื้อหุ้นคืน จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นปี 2558 เมื่อเราเข้าซื้อกิจการนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ มูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท  ทำให้ WHA เปลี่ยนจากผู้พัฒนาคลังสินค้าไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร ทั้งนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ สาธารณูปโภค และพลังงาน หลังจากนั้นเรา Spin ธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มในปี 2559และเดินหน้าขยายการลงทุนไปเวียดนาม ขยายนิคมอุตสาหกรรม ลงทุนในดิจิทัลและเทคโนโลยี รวมถึง Green Transformation ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทุกธุรกิจเชื่อมโยงกันอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน 

วิกฤตทุกครั้งคือโอกาส

ในวันที่เราเจอวิกฤตเทรดวอร์รอบแรกปี 2561 จากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่านี่คือโอกาสของประเทศไทย เพราะเกิดการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่จากจีนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจึงขยายการลงทุนไปเวียดนาม และ Spin บริษัทลูก การตั้งธุรกิจใหม่ รวมถึงการลงทุนด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี

ก่อนเกิดโควิดเราลงทุนด้าน Digital Transformation ครั้งใหญ่ ทั้งระบบดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เมื่อเกิดโควิดจึงกลายเป็นบทพิสูจน์ว่าการลงทุนดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะเราสามารถรีโมตควบคุมการดำเนินงานจากสำนักงานใหญ่ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้

ขณะที่จีนปิดเมือง ลูกค้าของเราไม่หยุดการผลิต ดังนั้น ระบบปฏิบัติการของเราจึงต้องเดินหน้าตลอด ตอนนั้นตลาดออนไลน์บูมมาก Distribution Center เราถูกเช่าซื้อเพื่อเก็บสต๊อกมากขึ้น  ผลก็คือ ในปีที่เกิดโควิดรายได้ของ WHA ลดลงเพียงประมาณ 4% และปี 2564 รายได้กลับมาเติบโตถึง 21% เราเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่หลายคนมองเป็นวิกฤตสามารถกลายเป็นโอกาสได้ 

จุดแข็งของ WHA คือ Vision เรามอง Global Megatrend มองระดับภูมิภาค มองประเทศไทย แล้วจึงย้อนกลับมาดูว่าธุรกิจของเราจะเติบโตไปกับเทรนด์เหล่านั้นได้อย่างไร อดีตทำให้เรามีวันนี้ แต่วันนี้ไม่สามารถพาเราไปสู่อนาคตได้หากเราไม่สร้างธุรกิจใหม่รองรับ ตั้งแต่ปี 2556 เราวางแผนธุรกิจระยะ 20 ปี แม้หลายคนมองว่ายาวเกินไป แต่เราเชื่อว่าทิศทางต้องมองไกล ส่วนรายละเอียดสามารถปรับทุก 3-5 ปีตามสถานการณ์โลก

สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่คือการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต ตอนนี้เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ปล่อยเช่าคลังสินค้า หรือผู้ขายที่ดิน น้ำ และไฟอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้คือ Infrastructure เพื่อพัฒนาไปสู่ Ecosystem ขนาดใหญ่ เรามีที่ดินจำนวนมาก มีลูกค้าหลายพันราย ในอนาคตคำถามจะไม่ใช่เพียงว่า ขายที่ดินได้กี่ไร่ หรือปล่อยเช่าคลังสินค้าได้กี่ตารางเมตร เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้สร้างรายได้จากที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่ยังต่อยอดไปสู่น้ำ พลังงานสะอาด ระบบอัตโนมัติ SMR ในอนาคต ระบบ Mobility และบริการดิจิทัล

คู่แข่งไทย “เวียดนาม-อินโดฯ”

ธุรกิจ Logistics ก็สามารถต่อยอดจากคลังสินค้าไปสู่ Automation ปัจจุบันเราทำระบบ Automation ให้ลูกค้า และในอีก 10-20 ปีหากคลังสินค้าใช้หุ่นยนต์แทนแรงงาน เราอาจพัฒนาไปสู่โมเดลให้เช่าหุ่นยนต์ พร้อม AI Platform เพื่อรองรับการใช้งาน ซึ่งจะเปลี่ยนรายได้จากการเช่าพื้นที่ไปสู่ Recurring Income  เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรม อนาคตเราไม่ได้ขายเพียงที่ดิน แต่จะขายแพ็กเกจครบวงจร ทั้งน้ำ พลังงาน ระบบสาธารณูปโภค และบริการที่ทำให้ลูกค้าได้รับคุณค่ามากกว่าการซื้อที่ดิน เราเป็นด่านหน้าของการดึงการลงทุนจึงต้องทำงานร่วมกับ BOI และหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด 

ช่วงเวลานี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย เพราะ AI กำลังเข้ามา ขณะเดียวกันความขัดแย้งตะวันออกกลางทำให้บริษัทข้ามชาติทบทวนการลงทุน หลายบริษัทมองไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียเป็น The Light of ASEAN  ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือบุคลากร ขณะที่พลังงานก็ต้องเตรียมรองรับความต้องการใหม่ พลังงานสะอาดจะมีบทบาทมากขึ้น รวมถึง SMR ซึ่งจะเป็นหนึ่งในทางเลือกของระบบไฟฟ้าในอนาคต

เราแข็งแกร่งทั้งเรื่องความมั่นคง พลังงาน น้ำ เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีทักษะรองรับ รวมถึง Digital Economy ที่พร้อมแล้ว แต่เวียดนามเองก็ไม่ได้หยุดพัฒนา อินโดนีเซียก็น่าสนใจ แม้ช่วงนี้จะมีปัญหาการเมืองภายใน หากแก้ไขได้ ด้วยประชากรกว่า 280 ล้านคน ก็จะเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุนได้มาก ดังนั้น ในภูมิภาคนี้ยังต้องจับตา 3 ประเทศหลัก คือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย

AI
จรีพร จารุกรสกุล

ไทยมีเวลาเตรียมตัวแค่ 2 ปี

ช่วง 2 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาสำคัญ หากประเทศไทยจัดการปัญหาภายในไม่ได้ เงินลงทุนจะไม่รอและสามารถย้ายไปประเทศอื่นได้ทันที กฎระเบียบต้องชัดเจน โปร่งใส และทำให้ภาคเอกชนสามารถเดินหน้าต่อได้ สำหรับ Data Center เราเห็นด้วยกับการกำหนดให้ผู้ขอใช้ไฟฟ้าวางหลักประกัน เพราะปัจจุบันมีคำขอใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ขณะที่บางโครงการอาจยื่นขอไว้เพื่อเตรียมเข้าประมูลหลายพื้นที่ ทำให้เกิดการจองไฟฟ้าซ้ำ

การวางเงินประกันจะช่วยคัดกรองผู้ลงทุนที่มีความตั้งใจจริง และทำให้การจัดสรรไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น หากผู้ประกอบการขอไฟไว้ 400 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงเพียง 40 เมกะวัตต์ กำลังไฟส่วนที่เหลือก็ไม่สามารถนำไปจัดสรรให้รายอื่นได้อย่างเต็มที่ จึงควรกำหนดความรับผิดชอบตั้งแต่ต้น ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งมากกว่า 49,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 34,000 เมกะวัตต์ จึงมีกำลังผลิตสำรองอยู่จำนวนมาก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนไฟฟ้าสูง

ขณะเดียวกัน Data Center มีลักษณะการใช้ไฟแตกต่างจากโรงงานทั่วไป เพราะใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากสามารถจัดสรรไฟให้โครงการที่มีความต้องการใช้จริง และสร้างรายได้กลับเข้าสู่ระบบได้ ก็ควรนำประโยชน์ส่วนหนึ่งกลับมาช่วยลดภาระต้นทุนไฟฟ้าของประชาชน หากมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนรวมถึงเปิดโอกาสให้ Data Center หรือนิคมอุตสาหกรรมสามารถลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตัวเองได้ภายใต้กรอบที่เหมาะสมเพราะการลงทุนโรงไฟฟ้าสามารถสร้าง Recurring Income ในระยะยาว

ไทยต้องชัดเรื่อง Data Center

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องตอบให้ได้ก่อนว่า ต้องการ Data Center จำนวนเท่าใด และต้องการกำลังไฟฟ้าสำหรับธุรกิจนี้กี่เมกะวัตต์ หากกำหนดเป้าหมายชัดเจนประเทศไทยอยู่ในจุดที่เรียกว่า คนสวยเลือกได้ เพราะมีนักลงทุนจากทั่วโลกสนใจเข้ามา จึงไม่จำเป็นต้องรับทุกโครงการ แต่ต้องเลือกบริษัทที่มีประวัติการลงทุนที่ดี มีศักยภาพ และสร้างประโยชน์ให้ประเทศ

ในด้านทำเลการพิจารณา Data Center ไม่ควรดูเพียงจำนวนโครงการ แต่ต้องดูขนาดกำลังไฟฟ้าและขนาดการลงทุนด้วย โครงการขนาดใหญ่ใน EEC อาจใช้ไฟมากกว่าโครงการขนาดเล็กในกรุงเทพฯ หลายเท่า ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดด้านผังเมือง จึงควรกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องพื้นที่ตั้งและขนาดของ Data Center ให้เหมาะสม

แม้ Data Center จะไม่ได้สร้างการจ้างงานจำนวนมาก แต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดจากจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว โครงการโครงสร้างพื้นฐานบางประเภทอาจใช้บุคลากรไม่มาก แต่สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลได้

Data Center สามารถตั้งอยู่ต่างประเทศได้ แต่คำถามสำคัญคือ ข้อมูลของประเทศไทย เช่น ข้อมูลความลับราชการ ฐานข้อมูลภาครัฐ ฐานข้อมูลประชาชน หรือข้อมูลด้านสุขภาพต่าง ๆ จะสามารถนำไปฝากไว้ที่สิงคโปร์ได้หรือไม่ หากเกิดปัญหาหรือมีเหตุให้ระบบต้องหยุดชะงัก ข้อมูลและระบบของประเทศอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ระบบอาจไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้

หาก Data Center ตั้งอยู่ในประเทศไทย ต้นทุนโดยรวมก็มีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าการนำข้อมูลไปจัดเก็บไว้ที่สิงคโปร์ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ เมื่อมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก จะช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาดและลดต้นทุนในระยะยาว

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลก ทั้ง AI, Data Center, EV, พลังงานสะอาด และการย้ายฐานการลงทุน ล้วนเป็นโอกาสที่ประเทศไทยสามารถคว้าได้ แต่ต้องเตรียมความพร้อมให้ทัน สำหรับ WHA สิ่งสำคัญคือการมองไปข้างหน้าและสร้างธุรกิจแห่งอนาคต ขณะที่ธุรกิจเดิมยังสร้างรายได้ เราต้องใช้ช่วงเวลานั้นสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อให้เมื่อโลกเปลี่ยนเราพร้อมเปลี่ยนไปพร้อมกับโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Data Center