เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
Biz Movement เดอะ คริสตัล จัดกิจกรรมฮาโลวีน 3 สไตล์ เด็ก-วิ่ง-ไวน์
ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
Finance ธนาคารโลกห่วงงานไม่ทันคนรุ่นใหม่ 1.2 พันล้านคน เร่งดาต้าค้ำสินเชื่อ MSME สร้างงาน
สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
Biz Movement สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’  ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
News กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’ ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
Economic ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
Finance IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
ดูทั้งหมด

นายกฯ แจง ‘พ.ร.ก.กู้’ ย้ำรับมือวิกฤต-เปลี่ยนพลังงาน ยันบริหารเพดานหนี้ไม่เกิน 70%

26 ส.ค. 2569 | 10:51น.
นายกฯ แถลงสภาชี้ 'พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน' รับมือวิกฤต-เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

‘อนุทิน’ ยันเงินกู้ 4 แสนล้านใช้คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ขอให้มั่นใจบริหารจัดการหนี้ไม่ให้เกินเพดาน 70% หาแหล่งเงินกู้ในประเทศ ส่วนการใช้หนี้ ก.คลัง เป็นผู้วางระบบกระจายความเสี่ยง 

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 เห็นชอบให้มีการตรา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังฯ ซึ่ง พ.ร.ก.ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2569 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1 ที่กำหนดให้การตรา พ.ร.ก.กระทำได้เฉพาะ ครม.เห็นว่า เพื่อประโยชน์ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแซงอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้   

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เหตุผลและความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.ฯ กำหนดวงเงินกู้ไว้ไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ดังนี้ 1. สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นวิกฤตการณ์พลังงานโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและต่างจากวิกฤติการณ์ในอดีตที่ผ่านมาที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปคห้ามส่งออกน้ำมันและจำกัดการผลิตและการส่งออกน้ำมัน จึงทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกขาดแคลน แต่ไม่มีการทำลายบ่อน้ำมัน บ่อแก๊ส โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกแก๊ส ระบบท่อส่งน้ำมัน หรือท่อแก๊ส ไม่มีการทำลายคลังน้ำมันแก๊ส ท่าเรือขนส่งน้ำมัน ขนส่งแก๊ส ไม่มีการปิดเส้นทางเดินเรือ

ซึ่งแตกต่างจากกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูงขึ้นผิดปกติ เมื่อเกิดความขัดกันด้วยอาวุธระหว่างรัสเซียและยูเครน และการขัดกันด้วยอาวุธในตะวันออกกลาง ที่มีการทำลายบ่อน้ำมัน บ่อแก๊ส โรงกลั่นน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน คลังน้ำมัน ท่าเรือขนส่งน้ำมัน รวมทั้งเส้นทางการเดินเรือ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มูซ ทำให้ตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันของโลกต้องหยุดการผลิตและการขนส่ง

ขณะที่ปริมาณความต้องการการใช้น้ำมันในโลกยังคงเท่าเดิม ทำให้ราคาน้ำมันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นต้นทุนการผลิตสำคัญของโลก น้ำมันจากแหล่งอื่นก็ไม่สามารถผลิตมาทดแทนปริมาณที่ขาดหายไปได้ จนกระทั้งปัจจุบันสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน

นายกฯ กล่าวว่า 2. ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลาง ร้อยละ 50 เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวประเทศไทย จึงต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และโดยที่โครงสร้างการผลิตสินค้าและบริการ การคมนาคม และการเกษตรของไทย ยังเป็นปิโตรเลียมเบส ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลักในกระบวนการผลิต การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อพลังงานฟอสซิลขาดแคลนจึงส่งผลกระทบ ต่อราคาสินค้า การบริการ ขนส่ง ต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยตรง ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญ 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วิกฤติปากท้องที่ไม่ได้มาเพียงรอบเดียวแต่จะมีผล กระทบต่อเนื่องอีกหลายละลอกทั้งจาก 1.ตื่นตระหนก 2.ราคาพลังงานฟอสซิล ที่ปรับสูงขึ้น 3. ต้นทุนอาหารสินค้าและบริการต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้น 4.คือค่าของชีพของประชาชนที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 5.กำลังซื้อของประชาชนลดลง จากรายได้เท่าเดิมและรถน้อยลง ขณะที่ต้นทุนของภาคธุรกิจสูงขึ้น ความเสี่ยงต่อการผลิตและการจ้างงานส่งผลกระทบในลักษณะแรงบีบสองด้านต่อภาคธุรกิจ ภาคประชาชนที่รายได้ลดลง ต้นทุนกับสูงขึ้น. กำลังซื้อของประชาชนและเพิ่มความเสี่ยงที่ระบบเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจตกต่ำในระยะถัดไป ปล่อยให้เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบรุนแรงและยากต่อการแก้ไข

นายกฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ใดสามารถคาดการณ์ได้ว่าความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงเมื่อใดแต่น่าจะใช้เวลาอีกหลายปีและกว่าการผลิตและการส่งออกน้ำมันกลับสู่สภาพเดิมหรืออาจจะเป็นไปไม่ได้ว่าจะกลับไปเหมือนเดิม

ดังนั้นประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิล จากต่างประเทศถึงเกือบร้อยละ 50 อย่างเช่นที่ผ่านมา หากเราไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเหล่านี้ เราก็ยังอาจจะต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องนี้ต่อไป และห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงานก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไปด้วย”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤตซ้อนกันหลายละลอกที่ต้องรับมืออย่างเร่งด่วน และการรับมือวิกฤติในอนาคตและต้องจำกัดผลกระทบไม่ให้ขยายตัวไปวงกว้างและยืดหยุ่นจึงมีความจำเป็นต้องตรา พ.ร.ก.เนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการคลังที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับความจำเป็นดังกล่าวได้ เนื่องจากงบประมาณที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหามีจำกัด ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ถ้าเราใช้จ่ายงบประมาณปกติและวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งงบประมาณที่เหลืออยู่มีไม่เพียงพอต่อขนาดของผลกระทบ 

นายกฯ กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเราได้คำตอบไว้ที่ 9.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้งบกลางดังกล่าวในการแก้ไขเยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติที่รุนแรงในหลายพื้นที่

รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย กัมพูชา ค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงของรัฐและค่าใช้จ่ายตามกฏหมายและภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมีจำนวนไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวประกอบกับปัจจุบันยังคงมีความต้องการใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.4 แสนล้านบาท 

นายกฯ กล่าวว่า แม้ว่างบกลางที่เหลืออยู่ เมื่อรวมกับเงินทุนสำรองจ่ายจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่าย งบประมาณปี 2569 มีการใช้จ่ายไปแล้ว 2ไตรมาส ปัจจุบันใช้ไปแล้วร้อยละ 27 และยังมีส่วนที่ต้องใช้ในไตรมาสสามและไตรมาสสี่ตามแผนอีก ดังนั้นคาดว่ามีงบประมาณคงเหลือที่จำกัดที่สามารถจะนำมาจากทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเงินงบประมาณรายจ่ายได้ และไม่เพียงพอต่อความต้องการ การแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน

ประกอบกับการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายมีกระบวนการและระยะเวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันต่อการแก้ไขวิกฤต การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 2569 มีกระบวนการและระยะเวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 2 เดือน การจัดเก็บรายได้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ไม่สามารถจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2569 ได้ และตามพ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ คงเหลือกรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพียง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์พลังงาน

นายอนุทิน กล่าวว่า การใช้แหล่งเงินงบประมาณปี2570 ไม่สามารถทำได้ทันต่อวิกฤติพลังงานและสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะกว่าจะได้ใช้ คือมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่งบบประมาณที่จัดทำมีวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ถูกจัดสรรตามสิทธิกฎหมาย รองรับภารกิจพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ และการเปลี่ยนแปลง 

ทั้งนี้คำขอตามรายจ่ายด้านพลังงานของหน่วยงานเป็นค่าดำเนินการตามภารกิจ ไม่รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งระดับผู้ประกอบการและครัวเรือนได้ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการการคลังรูปแบบอื่นไม่สามารถแก้ไขได้ครบถ้วน และอาจก่อให้เกิดความเสียหายยากต่อการแก้ไขภายหลัง หาก พ.ร.ก.เงินกู้ไม่ถูกตราขึ้นได้ทันสถานการณ์ อาจส่งผลให้วิกฤติยืดเยื้อ ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจอื่นตามมา  

“ช่วงต้นปี69 รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง แต่การออกเงินกู้เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล ทั้งนี้ผมขอย้ำให้สภาและประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการหนี้ ไม่ให้เกินเพดาน 70% ส่วนแนวทางกู้เงินเบื้องต้น คือ หาแหล่งเงินกู้ในประเทศ ส่วนการชำระหนี้ กระทรวงการคลัง วางแผนเป็นระบบบ กระจายความเสี่ยงและต้นทุนกู้เงินที่เหมาะสม ต่อการบริหารชำระหนี้ได้ทั้งต้นและดอก โดยคำนึงถึงกรอบวินัยการเงินการคลัง”

นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการใช้เงินกู้ที่คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยการทำโครงการต้องผ่านกลไกกลั่นกรองของคณะกรรมการ ที่ยึดความเหมาะสม คุ้มค่าตามความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณแหล่งอื่น พร้อมกับกำหนดหลักการใช้จ่ายเงินกู้ 5 ด้าน

คือ ตรงจุด เร่งรัดเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ โปร่งใสตรวจสอบได้ และ ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อเงินสร้างคุณค่าสูงสุดกับประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าสถานการณ์วิกฤติพลังงานเป็นวิกฤติร้ายแรง จึงต้องกู้เงินเพื่อรักษาความมั่นนคงทางเศรษฐกิจและประเทศ อย่างจำเป็นเร่งด่วน

จากนั้น นายอนุทิน​ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้มีเวลาที่ไปอภิปราย 12-13 ชั่วโมง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมชี้แจง ให้สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้คลายข้อสงสัย และพร้อมที่จะรับคำแนะนำ จากบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกอบในการทำงานต่อไป

พร้อมกับระบุว่าวันนี้ ตนจะเดินทางเข้าออกสภาฯ เพื่อปฏิบัติภารกิจตลอดทั้งวัน​ และเมื่อช่วงเช้าก็ได้กล่าวเปิดไปแล้ว และจากนี้ก็จะให้รัฐมนตรีอยู่ฟัง สลับกันไป และตนจะติดตามการอภิปรายอยู่โดยตลอด

ส่วนมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบจากสภาแบบฉลุยใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เราจะไปบอกว่ามั่นใจ​ผ่านฉลุยในเชิงสาธารณะ​ไม่ได้​

เมื่อถามถึงการร่วมวงรับประทานอาหารกับ นายวุฒิไกร​ ลีวีระพันธุ์​ ปลัดกระทรวงพาณิชย์​ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะเชิญมาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน​ อุทานว่า​ โอ้โห คุณรู้หรือเปล่า ผมคบกันมาตั้งแต่อนุบาล

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าในอนาคตจะเชิญนายวุฒิไกร ร่วมงานในรัฐบาลต่อหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ผมเป็นพี่​ เป็นน้อง​ เป็นญาติกันแล้ว​

ส่วนการเตรียมความพร้อมรับมือ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า มีการคุยกันอยู่​ พร้อมยอมรับว่าเมื่อวานนี้มีการพูดคุยกันว่าก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการนัด พบปะกับทั้งรัฐมนตรีและ สส.​ซีกพรรคร่วมรัฐบาล​

โดยจะแบ่งเป็นการพบปะกันคนละรอบ​ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะทำงานมาจะเข้า 6 เดือนอยู่แล้ว ยังไม่มีเวลาร่วมรับประทานอาหาร มีแต่เจอกันในห้องประชุม การเจอกันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ให้แน่นแฟ้น​ มีความร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ดีมาตลอด

ส่วนมีการกำชับรัฐมนตรีให้ทำการบ้าน แล้วหรือไม่นายอนุทิน​ อุทานว่า​และกล่าวว่า​ “โอ่ว… ไม่ต้อง รัฐมนตรีรัฐบาลผมทุกคน​ ทำทุกอย่างทำการบ้าน วางแผนล่วงหน้า อยู่ตลอดเวลา”

เมื่อผู้สื่อข่าวการบ้านถามว่าการรัฐมนตรีรับประทานอาหารร่วมจะใช้โอกาสนี้บ้างตรวจการบ้านด้วยหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะพบปะพูดคุยกันในเรื่องการทำงานทุกวันอังคารอยู่แล้ว​ พบรัฐมนตรีหลายคนก็นัดกันมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล​ มารับประทาน​อาหารกลางวัน​กัน​ การทำงานมีการดำเนินการโดยต่อเนื่องอยู่แล้ว พบประกัน ก็เป็นการสร้างความคุ้นเคยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราต้องทำงานด้วยกัน 35 คน​

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี​มีแนวคิดวัด KPI รัฐมนตรี และกำชับให้การทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนต้องคืบหน้านั้น​ นายอนุทิน​ กล่าวย้อนให้ไปดูคำให้สัมภาษณ์ของพลตำรวจโทรุทธพล​ เนาวรัตน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม​ ก็ผ่านเลย​

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเมื่อวานนี้ พลตำรวจโทรุทธพล​ กล่าวถึง​ สำนวนในคดีฮั้ว​ สว.​ ที่หลุดจาก DSI​ นายกรัฐมนตรี​ ย้อนถามกลับว่า​ การสำนวนหลุดของสำนวนคืออะไร​ มันมีกฎหมายอยู่แล้ว​ ใครเอาเอกสารทางกฎหมายมา​ มาได้อย่างไร​ มีกฎหมายระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับตน อยู่ที่หน่วยงานจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการให้สัมภาษณ์ของพลตำรวจโทรัฐพล เมื่อวานนี้มีการกล่าวอ้างว่าหลุดจากสมัยรัฐมนตรีคนก่อน​ นายอนุทิน​ กล่าว​ว่า​ “ผมจะไปรู้ได้อย่างไร​ ทางกระทรวงยุ​ติธรรม​ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะแจ้งความดำเนินคดี เป็นเรื่องปกติของหน่วยงานที่เขาต้องทำ ถ้าไม่ทำก็จะโดนกล่าวหาว่าทำเอกสารรั่วตรงนี้มันก็ดี้อย่าง​ ทุกคนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ก็จะได้มีช่องที่จะบอกว่า เอกสารรั่วออกไปอย่างไร ไม่ควรนะ​ เพราะเป็นเอกสารทางราชการ ใครเอาออกไปมันหาไม่ยากหรอก เราก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่”

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจตนาของคนปล่อยข้อมูลคืออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า​ ไม่ใช่เจตนาที่ดีแน่นอน

เมื่อถามต่ออีกว่ารัฐบาลถูกวิจารณ์ในหลายเรื่อง จำเป็นจะต้องตั้งทีมมาเสริมหรือไม่เพราะปัจจุบันนายกรัฐมนตรีตอบอยู่คนเดียว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไรมันก็เฉียดไปเฉียดมา

เมื่อถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรีรับมือไหวใช่หรือไม่ พี่จะตอบคำถามนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าก็ถามตนอยู่ทุกวัน เห็นว่าชอบมั้ง ก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางออกจากอาคารรัฐสภา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.กู้เงิน