“พาณิชย์” เร่งพยุงข้าวโพดในประเทศ ชะลอ 1.2 แสนตัน ชี้อคส.ยกเลิกนำเข้า-ตรวจเข้มลานรับซื้อ
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าบริหารข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงผลผลิตออกตลาด “วิทยากร มณีเนตร” ยืนยันข้าวโพดสหรัฐ 120,000 ตันอยู่ในกรอบ 3:1 เดิม ไม่ใช่โควตาเพิ่ม พร้อมขอผู้ผลิตอาหารสัตว์ชะลอนำเข้าหลังปีใหม่ ขณะที่ “วีระชัย” อคส.แจงยกเลิกแผนนำเข้าข้าวโพดหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ส่วน “ญาณี” เผยผลตรวจโรงงาน-ผู้รวบรวม พบ 2 รายใช้เครื่องวัดความชื้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าคุมการรับซื้อให้โปร่งใสและเป็นธรรม
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้มีมติสำคัญหลายด้าน ทั้งการขยายระยะเวลาประกาศราคารับซื้อเดิม การทบทวนต้นทุนการผลิต การสร้างความเข้าใจกับเกษตรกร และการติดตามกำกับสถานการณ์รับซื้อในพื้นที่

ในส่วนราคารับซื้อ คณะกรรมการเห็นชอบให้ขยายการใช้ประกาศเดิมออกไปจนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ โดยกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกรด 2 ที่ความชื้น 30% ราคา 7.05 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนความชื้นระดับอื่นให้ปรับราคาตามเกณฑ์คุณภาพที่กำหนด
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทบทวนต้นทุนการผลิตร่วมกับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลต้นทุนที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
“วิทยากร” ย้ำ 1.2 แสนตันไม่ใช่โควตาใหม่
นายวิทยากร กล่าวถึงกรณีการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ ว่า ปริมาณประมาณ 120,000 ตันที่มีแผนนำเข้า ไม่ใช่โควตาใหม่หรือเป็นการเพิ่มโควตานำเข้า แต่เป็นปริมาณภายใต้กรอบ 3:1 เดิม
เงื่อนไขดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน เพื่อใช้สิทธินำเข้าข้าวสาลีหรือข้าวโพด 1 ส่วน โดยภายหลังมีมติให้สามารถนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐได้ ข้าวโพดจากสหรัฐก็เข้ามาอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน
นายวิทยากร ระบุว่า ที่ผ่านมามีการนำเข้าข้าวสาลีไปแล้ว ทำให้สิทธิคงเหลือภายใต้กรอบดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 500,000 ตัน และในจำนวนนี้มีแผนนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐประมาณ 120,000 ตัน ซึ่งเดิมคาดว่าจะเข้ามาช่วงเดือนตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ได้หารือและขอความร่วมมือจากผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ชะลอการนำเข้าส่วนที่เหลือไปหลังปีใหม่ หลังจากผลผลิตข้าวโพดในประเทศออกสู่ตลาดแล้วมากกว่า 80% เพื่อไม่ให้วัตถุดิบนำเข้าทับซ้อนกับผลผลิตของเกษตรกรไทย
“ข้าวโพด 120,000 ตันที่เข้ามา ก็เข้ามาในโควตา 3:1 โควตาเดียวกับข้าวสาลี ไม่ใช่โควตาที่ขอมาเพิ่ม” นายวิทยากรกล่าว
โรงงานเปิดแล้ว 27 แห่ง เหลือ 5 แห่ง
นายวิทยากรกล่าวอีกว่า กรมการค้าภายในได้รับข้อมูลว่าบางโรงงานรับซื้อข้าวโพดได้ไม่เต็มปริมาณ เช่น รับวันละ 5-10 พ่วง ทำให้รถขนข้าวโพดต้องรอคิว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ โดยจะเปรียบเทียบปริมาณสต๊อกและกำลังการผลิต หากพบว่าสต๊อกเหลือน้อยแต่ยังหลีกเลี่ยงไม่รับซื้อ อาจเข้าข่ายความผิด
ปัจจุบันโรงงานส่วนใหญ่กลับมาเปิดรับซื้อแล้ว 27 แห่ง จากทั้งหมด 32 แห่ง เหลืออีก 5 แห่งที่ยังหยุดรับซื้อ ซึ่งกรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้เร่งเปิดรับซื้อเพิ่มเติม
นายวิทยากรยังย้ำว่า เกษตรกรควรนำผลผลิตที่ได้มาตรฐานไปจำหน่าย โดยเฉพาะค่าความชื้น เมล็ดแตก และสิ่งเจือปน ส่วนกรมการค้าภายในจะกำกับเครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้นที่จุดรับซื้อ หากพบว่าเครื่องมือไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมาย
แจง อคส.ยกเลิกแผนนำเข้าข้าวโพด
ด้านเรือโทวีระชัย โกสาแสง รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า และปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ อคส.ได้พิจารณาจัดทำแนวทางนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน เนื่องจากกังวลผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดสำคัญ

เดิมมีความกังวลว่าหากสถานการณ์อุทกภัยขยายไปยังจังหวัดแพร่ สุโขทัย และพิษณุโลก อาจทำให้ผลผลิตข้าวโพดลดลงและกระทบวัตถุดิบอาหารสัตว์ในช่วงปลายปี จึงเตรียมกลไกนำเข้าไว้เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังประเมินสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามแผน จึงได้ระงับและยกเลิกประกาศนำเข้าดังกล่าวแล้ว
เรือโทวีระชัยกล่าวว่า อคส.มีสิทธินำเข้าข้าวโพดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการนำเข้าจริง และหากในอนาคตมีความจำเป็น จะต้องนำเหตุผลและความจำเป็นกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
“ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้รุนแรงอย่างที่กังวลในช่วงแรก เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มาตรการที่เตรียมไว้และเห็นว่าไม่เหมาะกับสถานการณ์แล้ว ก็ต้องยกเลิก” เรือโทวีระชัยกล่าว
“ญาณี” พบ 2 รายใช้เครื่องวัดความชื้นไม่ได้มาตรฐาน
ขณะที่นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับสภาเกษตรกรและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด รวมถึงส่งชุดสายตรวจตรวจสอบในจังหวัดเพชรบูรณ์ และประสานจังหวัดอื่น ๆ ติดตามการรับซื้ออย่างต่อเนื่อง

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ครอบคลุมโรงงานอาหารสัตว์ 8 ราย และผู้รวบรวมรับซื้อ 22 ราย พบผู้ประกอบการ 2 รายในจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เครื่องวัดความชื้นที่ไม่ได้รับคำรับรองตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมาย
นางสาวญาณีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า โดยกรมการค้าภายในจะกำกับทั้งราคารับซื้อ คุณภาพผลผลิต เครื่องชั่ง และเครื่องวัดความชื้น พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการขายผลผลิต
ในส่วนการนำเข้า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์ให้บริหารและชะลอการนำเข้าให้สอดคล้องกับช่วงผลผลิตในประเทศ โดยจากแผนเดิมที่จะนำเข้าข้าวโพดประมาณ 120,000 ตันในเดือนตุลาคม 2569 ได้ขอความร่วมมือให้พิจารณาชะลอไปจนถึงเดือนมกราคม 2570 เพื่อไม่ให้กระทบการรับซื้อข้าวโพดของเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาด
“กรมการค้าภายใน” ปูพรม 22 จังหวัด
นางสาวญาณี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตนได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจจุดรับซื้อ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ลี้บ้วนเซ้งพืชผล จำกัด อำเภอพยุหะคีรี และห้างหุ้นส่วนจำกัด กันเอง พืชผล อำเภอตากฟ้า ผลตรวจพบว่า เครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่งน้ำหนักถูกต้อง มีการแสดงราคารับซื้อและหลักเกณฑ์ชัดเจน โดยราคารับซื้อความชื้นไม่เกิน 14.5% อยู่ที่ 9.13 บาท/กิโลกรัม และความชื้น 30% อยู่ที่ 7.14 บาท/กิโลกรัม
ขณะที่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชุดสายตรวจเฉพาะกิจ กองตรวจสอบและปฏิบัติการ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอำเภอวังโป่งและอำเภอชนแดน 4 ราย พบว่ามีการแสดงราคารับซื้อชัดเจน เครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่งน้ำหนัก ยังไม่สิ้นอายุการรับรอง และตรวจใบชั่งน้ำหนักพบว่ารับซื้อไม่ต่ำกว่าราคาที่แสดงไว้ โดยราคารับซื้อความชื้น 14.5% อยู่ที่ 8.60–9.05 บาท/กิโลกรัม และความชื้น 30% อยู่ที่ 6.40–7.16 บาท/กิโลกรัม พร้อมเงื่อนไขหักน้ำหนัก 7 กิโลกรัม/ตัน ทุกความชื้นที่เพิ่มขึ้น 0.5%
นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดได้จัดทำแผนตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นข้าวโพดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 22 จังหวัด ซึ่งมีการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม–ธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าตรวจสอบ สถานรับซื้อ 1,475 แห่ง เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด 1,051 เครื่อง และเครื่องชั่งในลานรับซื้อ 1,497 เครื่อง พร้อมประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ร่วมตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“ความชื้นและน้ำหนักมีผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร กรมฯ จึงต้องลงพื้นที่ตรวจให้เห็นกับตา ทั้งเครื่องมือ ราคารับซื้อ และใบชั่งน้ำหนัก เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรได้รับราคาตามคุณภาพจริง เราต้องทำให้ ‘ชื้นต้องชัวร์ น้ำหนักต้องตรง โดยการตรวจจะเน้นความถูกต้องของเครื่องวัดความชื้นและเครื่องชั่ง อายุการรับรอง การแสดงผล ใบชั่งน้ำหนัก ราคารับซื้อ และหลักเกณฑ์การรับซื้อ หากพบการใช้เครื่องมือไม่ถูกต้องหรือการรับซื้อไม่เป็นธรรม จะดำเนินการตามกฎหมายทันที“ นางสาวญาณี กล่าว
เกษตรกรที่พบการรับซื้อไม่เป็นธรรม แจ้งมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินกฎหมายโดยเร็วที่สุด
