เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
Finance XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
ดูทั้งหมด

GI ไทยเปิดเกมสิงคโปร์ “อรมน” คุย Shopee-TikTok ปูทางขายออนไลน์ข้ามแดน

28 ส.ค. 2569 | 10:41น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผลักดันสินค้า GI ไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศเต็มรูปแบบ ใช้สิงคโปร์เป็นตลาดนำร่องทั้งในมิติ “ตลาดจริง” และ “ตลาดดิจิทัล” ผ่านการนำ 6 สินค้า GI ไทยด้านอาหารเข้าร่วมงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าและผู้ซื้อในสิงคโปร์ ก่อนต่อยอดหารือแพลตฟอร์ม Shopee และ TikTok เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายและยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์

ผลตอบรับเบื้องต้นสะท้อนศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์ไทยในตลาดต่างประเทศ โดยสินค้า GI ทั้ง 6 รายการมียอดจำหน่ายรวมกว่า 5 ล้านบาทตลอด 3 วันของการจัดงาน ขณะที่กิจกรรม Business Matching กับผู้ซื้อและผู้นำเข้าสิงคโปร์ 15 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และยังเริ่มเห็นคำสั่งซื้อจริงจากผู้ประกอบการ GI ไทย โดยเฉพาะทุเรียนป่าละอูที่ได้รับความต้องการจากผู้จัดจำหน่ายในสิงคโปร์ประมาณ 100 ลูกต่อสัปดาห์

“อรมน” ดัน GI เชื่อมการค้า-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน

ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พาผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยด้านอาหารบุกตลาดสิงคโปร์ ในงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 พร้อมจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าในสิงคโปร์ เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้า GI คุณภาพของไทยเข้าถึงผู้บริโภคและคู่ค้าที่มีศักยภาพ เปิดช่องทางการค้าใหม่ และขยายตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพ อัตลักษณ์ และเรื่องราวของสินค้า GI เป็นจุดขาย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชนในมิติการค้าและบริการ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายตลาด และเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

สินค้า GI ถือเป็นทุนอัตลักษณ์ของชุมชนแต่ละพื้นที่ สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในตลาดการค้าและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน ขณะที่สิงคโปร์เป็นตลาดที่มีศักยภาพด้านสินค้าอาหารและเกษตรคุณภาพ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งที่มาของสินค้า อีกทั้งยังคุ้นเคยกับอาหารและวัตถุดิบไทย กรมฯ จึงเห็นโอกาสในการนำสินค้า GI ไทยที่มีจุดเด่นเฉพาะพื้นที่ไปสร้างการรับรู้และขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดสิงคโปร์

คัด 6 GI ไทยขึ้นเวที APAC Food & Beverage Expo

กรมทรัพย์สินทางปัญญาคัดสรรสินค้า GI ไทย 6 รายการที่มีศักยภาพและมีจุดเด่นด้านคุณภาพกับอัตลักษณ์ เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน APAC Food & Beverage Expo 2026 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ณ Singapore EXPO เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและนำเสนอสินค้า GI แก่ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

งานดังกล่าวเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป ขนมและของว่าง สินค้าสุขภาพ และสินค้าออร์แกนิกเข้าร่วมกว่า 200 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ GI ได้พบปะและนำเสนอสินค้ากับผู้บริโภคโดยตรง พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยกับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และภาคธุรกิจในสิงคโปร์ เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยเข้าสู่ตลาดสิงคโปร์ทั้งรูปแบบ B2B และ B2C มากขึ้น

สินค้า GI ไทยทั้ง 6 รายการ ได้แก่ 1) ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวพื้นเมืองเมล็ดเรียวสีแดง เมื่อหุงสุกจะนุ่มและเหนียว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง 2) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดดเด่นด้วยเนื้อส้มโอสีแดงอมชมพู รสหวานหอม 3) เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน เครื่องปรุงรสจากภูมิปัญญาการผลิตเกลือจากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ 4) ไชโป้วโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหัวไชเท้าที่สะท้อนภูมิปัญญาการถนอมอาหาร มีทั้งรสเค็มและหวาน เนื้อกรอบ 5) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีเอกลักษณ์ด้านความหอมหวานของน้ำมะพร้าวและเนื้อนุ่มเหนียว และ 6) ทุเรียนป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดดเด่นด้วยเนื้อสีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งละเอียด รสหวานมัน และกลิ่นไม่แรง

ขาย 3 วันกว่า 5 ล้าน “ส้มโอทับทิมสยาม-ไชโป้วโพธาราม” กระแสดี

นางอรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้า GI ในงาน APAC Food & Beverage Expo ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก มีผู้แวะเวียนเข้ามาทำความรู้จักและเลือกซื้อสินค้าอย่างคึกคักตลอด 3 วันของการจัดงาน โดยมียอดจำหน่ายสินค้า GI ทั้ง 6 รายการรวมกว่า 5 ล้านบาท

สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และไชโป้วโพธาราม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ GI ไทยยังได้รับฟังข้อคิดเห็นและเห็นการตอบรับของตลาดต่อสินค้าแต่ละประเภท รวมถึงเรียนรู้ว่าผู้บริโภคในสิงคโปร์และประเทศใกล้เคียงสนใจสินค้าในลักษณะใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดกลยุทธ์การค้าและต่อยอดขยายตลาดเชิงพาณิชย์ต่อไป

หลังจากนั้น วันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญานำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยทั้ง 6 รายการ เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching กับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้ประกอบธุรกิจในสิงคโปร์ 15 ราย ณ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงสิงคโปร์ โดยมีนางวรพรรณี ดำรงมณี เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ให้การต้อนรับ

กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอข้อมูลสินค้า GI จุดเด่น และศักยภาพทางธุรกิจกับคู่เจรจาโดยตรง รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของตลาด มาตรฐานและเงื่อนไขการนำเข้า รูปแบบสินค้า บรรจุภัณฑ์ ระดับราคา และช่องทางจำหน่าย เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

GI เชื่อมสินค้าไปสู่ Visitor Economy

นางอรมนกล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ GI กับตลาดปลายทางได้ครบวงจร ตั้งแต่การนำเสนอสินค้า การสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค การพบปะคู่ค้า และการเจรจาธุรกิจ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทั้งประสบการณ์จากตลาดจริงและข้อมูลจากผู้ซื้อกับผู้นำเข้า เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและวางแผนขยายตลาดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน อัตลักษณ์และเรื่องราวของสินค้า GI ไทยยังเป็นสะพานเชื่อมผู้บริโภคสู่ชุมชน สามารถต่อยอดจากความสนใจในตัวสินค้าไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น การเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่แหล่งผลิต เรียนรู้ภูมิปัญญา และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน สอดคล้องกับแนวคิด Visitor Economy ที่มุ่งสร้างมูลค่าจากประสบการณ์และการใช้จ่ายของผู้มาเยือน และเชื่อมโยงรายได้ไปยังสินค้าและบริการของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จาก GI ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการต่อยอดอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ทั้งในมิติการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน

รุกช่องทางดิจิทัล หารือ Shopee-TikTok สิงคโปร์

นอกจากตลาดออฟไลน์และการเจรจาธุรกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าขยายช่องทางการตลาดสินค้า GI ไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำระดับโลก โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมฯ หารือผู้บริหาร Shopee และ TikTok ของสิงคโปร์ เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมสินค้า GI ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านศักยภาพของ E-commerce และเครื่องมือการตลาด ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์

นางอรมนกล่าวว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมและขยายโอกาสทางการค้าสินค้า GI ไทยไปสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สอดรับกับนโยบายของนางศุภจีที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ และการนำจุดเด่นด้านอัตลักษณ์สินค้าไทยมาสร้างเป็นจุดขายและข้อได้เปรียบในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce มีบทบาทสูงต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การรับรู้และจดจำแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า กรมฯ จึงมุ่งผลักดันการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงเครื่องมือและกิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า GI เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ คุณภาพ และเรื่องราวของแหล่งกำเนิดสินค้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสการค้าไปยังต่างประเทศ

Shopee เปิดทาง SIP พา GI ไทยขยายสู่อาเซียน

ในการหารือกับผู้บริหารและทีมงาน Shopee Singapore นำโดย Mr. CX Chua, Regional Cross Border Director ร่วมด้วยผู้แทนจาก Shopee ประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่ Shopee ประเทศสิงคโปร์ กรมฯ เห็นศักยภาพของแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดสิงคโปร์และตลาดสำคัญอื่นในอาเซียน

จากการหารือพบว่า ตลาด E-commerce ในอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและนิยมสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีเรื่องราวน่าสนใจและมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะสินค้าอาหาร สินค้าเกษตร และสินค้าพรีเมียม

กรมฯ และ Shopee ยังหารือแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ GI ไทยในการขยายการจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศผ่านโปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee ประเทศไทย ขยายการมองเห็นสินค้าไปยังผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในต่างประเทศได้ โดยผู้ประกอบการยังบริหารจัดการร้านค้าได้ด้วยระบบปกติที่ใช้ภายในประเทศ ขณะที่ Shopee สนับสนุนด้านการจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อในประเทศปลายทาง

ปัจจุบัน SIP สามารถเชื่อมโยงสินค้าไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดย Shopee เตรียมขยายบริการไปยังประเทศไทยและเวียดนามในระยะถัดไป กรมฯ เห็นว่าแนวทางนี้จะช่วยลดขั้นตอนและอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ GI ไทย และมีแผนทำงานร่วมกับ Shopee เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากช่องทางดังกล่าวมากขึ้น

TikTok ชู LIVE Commerce-SHORT Video ดันสินค้า GI

จากนั้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะ ได้หารือกับผู้บริหารและทีมงาน TikTok Singapore นำโดยคุณชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สำนักงาน TikTok ประเทศสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์ม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรการคัดกรองสินค้าและควบคุมดูแลร้านค้าบนแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเสนอขายสินค้าผิดกฎหมายหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรม

กรมฯ และ TikTok ยังแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้แพลตฟอร์มและพฤติกรรมผู้บริโภคในสิงคโปร์ โดย TikTok เป็นอีกช่องทางที่มีศักยภาพในการทำตลาดยุคใหม่ โดยเฉพาะสินค้าอาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากการสร้างคอนเทนต์วิดีโอทั่วไปแล้ว TikTok ยังมีเครื่องมือสื่อสารหลากหลาย ทั้ง Short Video, LIVE Shopping, Product Showcase รวมถึงการทำตลาดร่วมกับ Creator และ Influencer ในรูปแบบ LIVE Commerce ที่ช่วยนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ทุเรียนป่าละอูได้ออร์เดอร์ 100 ลูกต่อสัปดาห์

นางอรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดจริง เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำสินค้า GI ไทยไปเปิดตลาดที่สิงคโปร์ครั้งนี้ กรมฯ ส่งเสริมโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ GI อย่างครบวงจร ทั้งการนำเสนอและจำหน่ายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าและผู้นำเข้า ตลอดจนการขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน E-commerce และ Social Commerce

ด้านคุณรสพร ปัญญาทวีโชติ ผู้ประกอบการ GI ทุเรียนป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสินค้า GI ที่สิงคโปร์ กล่าวว่า การได้สัมผัสตลาดจริงทำให้เห็นทั้งโอกาส การแข่งขัน และแนวทางพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัว

การร่วมกิจกรรมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาครั้งนี้นำไปสู่โอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับคำสั่งซื้อทุเรียนจากผู้จัดจำหน่ายในสิงคโปร์ ซึ่งมีความต้องการประมาณ 100 ลูกต่อสัปดาห์ พร้อมขอบคุณกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่มอบโอกาสและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยจะนำประสบการณ์และข้อมูลที่ได้รับกลับไปพัฒนาสินค้าและเตรียมความพร้อมสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อพาสินค้า GI ไทยแข่งขันในระดับนานาชาติ

GI ไทยต้องเดินคู่ตลาดจริง-ตลาดออนไลน์

ภาพรวมการเปิดตลาด GI ไทยในสิงคโปร์รอบนี้สะท้อนแนวทางใหม่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือการทำให้สินค้า GI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การขึ้นทะเบียนหรือการจำหน่ายเฉพาะพื้นที่ แต่ต้องต่อยอดเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่เดินได้ทั้งตลาดออฟไลน์ ตลาดเจรจาธุรกิจ และตลาดดิจิทัล

ในฝั่งตลาดจริง การเข้าร่วมงาน APAC Food & Beverage Expo ช่วยทดสอบการตอบรับจากผู้บริโภคโดยตรง เห็นรสนิยม ราคา รูปแบบสินค้า และประเภทสินค้าที่ตลาดให้ความสนใจ โดยยอดขาย 5 ล้านบาทใน 3 วันและความนิยมของส้มโอทับทิมสยามปากพนังกับไชโป้วโพธาราม เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคสิงคโปร์เปิดรับสินค้า GI ไทยที่มีคุณภาพและเรื่องราวชัดเจน

ในฝั่ง B2B การจับคู่ธุรกิจ 15 รายและมูลค่าคาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนสินค้าอัตลักษณ์ให้กลายเป็นการค้าระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างมากขึ้น

ส่วนในฝั่งออนไลน์ การหารือ Shopee และ TikTok คือการเตรียมทางให้ผู้ประกอบการ GI ไทยเข้าสู่พฤติกรรมการค้ายุคใหม่ ทั้งการขายข้ามแดนผ่าน E-commerce การสร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ และการขายผ่าน LIVE Commerce ควบคู่กับการป้องกันสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจกระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยให้สอดรับกับบริบทการค้ายุคใหม่ โดยใช้ศักยภาพของตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีในการสร้างการรับรู้ สื่อสารคุณค่า เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ และสร้างรายได้กลับสู่ผู้ประกอบการกับชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GI Shopee TikTok สิงคโปร์