เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
Biz Movement สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
คนไทยใช้ LINE OpenChat ทำทุกอย่าง ‘สั่งข้าว-ติวสอบ-หางาน‘ จนเป็นตลาดเบอร์ 1 ผู้ใช้งานทะลุ 24 ล้านคน
Tech คนไทยใช้ LINE OpenChat ทำทุกอย่าง ‘สั่งข้าว-ติวสอบ-หางาน‘ จนเป็นตลาดเบอร์ 1 ผู้ใช้งานทะลุ 24 ล้านคน
บี.กริม คว้ารางวัล“HR Asia Awards 2026” องค์กรน่าทำงานที่สุดในเอเชีย ต่อเนื่องปีที่ 5
HR บี.กริม คว้ารางวัล“HR Asia Awards 2026” องค์กรน่าทำงานที่สุดในเอเชีย ต่อเนื่องปีที่ 5
กต.จัด 4 เวทีคู่ขนาน ระหว่างการประชุม IMF-World Bank
World กต.จัด 4 เวทีคู่ขนาน ระหว่างการประชุม IMF-World Bank
‘ประยุทธ์’ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน ช่วยเหลือน้ำท่วมคูคต-ลำลูกกา
News ‘ประยุทธ์’ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน ช่วยเหลือน้ำท่วมคูคต-ลำลูกกา
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
ตลท.ปรับทัพใหญ่! ตั้ง ‘สรวิศ ไกรฤกษ์’ คุม mai-LiVEx พร้อมดัน 3 ขุนพลขึ้นรองผู้จัดการ
Finance ตลท.ปรับทัพใหญ่! ตั้ง ‘สรวิศ ไกรฤกษ์’ คุม mai-LiVEx พร้อมดัน 3 ขุนพลขึ้นรองผู้จัดการ
KEX เจาะย่าน CBD เปิดสาขา One City Centre รองรับความต้องการคนเมือง-ต่างชาติ
Tech KEX เจาะย่าน CBD เปิดสาขา One City Centre รองรับความต้องการคนเมือง-ต่างชาติ
แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
Real Estate แสนสิริ ผนึก 9 แบงก์ ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ โชว์แบ็กล็อกสุดแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน เปิดจอง ก.พ. 70
ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
Finance ประกันภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเคสแรก ‘เสียชีวิต’ ถูกกระแสน้ำพัดที่เชียงใหม่ 2 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

“พชร” ชี้ รัฐต้องชัดเจน EV แนะ 3 เรื่องก่อนปรับโครงสร้างภาษีรถ

28 ส.ค. 2569 | 18:40น.

“พชร” ชี้ รัฐต้องพิจารณาให้ชัดเจนเรื่อง EV แนะ 3 เรื่องก่อนปรับโครงสร้างภาษีรถรับยุค EV

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ให้ความเห็นถึงสถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาในตลาดไทยและอาเซียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากดุลอำนาจต่อรองในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ฝั่งผู้บริโภคได้ประโยชน์จากราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นและคุณภาพที่พัฒนาขึ้นมาก ขณะที่ค่ายรถยนต์สันดาปเดิมยังอยู่ระหว่างปรับตัวเรื่องราคาและการพัฒนานวัตกรรมใหม่

“หลักๆ มันอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการค้า คุณภาพสินค้า กับเงินในกระเป๋าผู้บริโภค ต้องยอมรับว่ารถยนต์ไฟฟ้าตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคาและคุณภาพได้ค่อนข้างดีในช่วงที่ผ่านมา” นายพชรกล่าว

นายพชรอธิบายเพิ่มเติมว่า ความได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยไม่ได้มาจากปัจจัยด้านราคาและคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานมาจากโครงสร้างภาษีภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่วางไว้มานานแล้ว โดยรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (EV) ถูกจัดเป็นสินค้าปกติและได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าจากจีนมาตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รวมถึงรถไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหวสูง ซึ่งลดภาษีได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 50 เท่านั้น

นายพชรตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า นอกจากไทยแล้ว อินโดนีเซียก็เป็นอีกตลาดที่กำลังได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวลจนเกินไป หากนโยบายของไทยซึ่งมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว สามารถตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมาข้างต้นได้อย่างชัดเจน

โดยนายพชรเสนอว่า ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ จำเป็นต้องตอบโจทย์สำคัญ 3 ข้อให้ชัดเจนก่อน

  1. รักษารายได้ภาษีสรรพสามิตอย่างไร ให้ยังดูแลโครงสร้างพื้นฐานได้ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ทำให้รัฐเสียรายได้พร้อมกันถึงสองขา ทั้งขาภาษีรถยนต์ที่ลดลงตามนโยบายส่งเสริม และขาภาษีน้ำมันที่หายไปตามปริมาณการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ลดลง หากไม่มีแผนทดแทนรายได้ที่ชัดเจน จะกระทบต่องบประมาณดูแลถนน สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในระยะยาว
  2. เงินออมที่ผู้บริโภคประหยัดได้จากรถราคาถูกลง ไหลไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตรงไหน นายพชรตั้งคำถามว่า ส่วนต่าง (surplus) ที่ผู้บริโภคประหยัดได้จากการซื้อรถราคาถูกลงนั้น สุดท้ายถูกนำไปใช้จ่ายหรือลงทุนในภาคส่วนใดของเศรษฐกิจไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มกลับคืนสู่ระบบได้จริงหรือไม่ เพราะหากเงินที่ประหยัดได้เพียงไหลไปซื้อสินค้านำเข้าอื่นต่อ ก็ไม่ได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศตามที่คาดหวัง
  3. หาช่องว่างที่ไทยยังแข่งได้ ในตลาดที่ EV ยังตอบโจทย์ไม่เต็มที่ นายพชรมองว่าไทยควรมองหา segment เฉพาะที่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมเดิม เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเทคโนโลยี EV ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ด้านระยะทางและภาระบรรทุกเท่ากับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะรักษาฐานการผลิตและอัพเลเวลอุตสาหกรรมเดิมไปพร้อมกัน แทนที่จะทุ่มทุกอย่างไปกับ EV ผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว

“ทั้งสามเรื่องนี้ต้องตอบให้ได้ก่อนจะขยับนโยบายภาษีต่อไป ไม่เช่นนั้นเราอาจแก้ปัญหาหนึ่งแล้วไปสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม” นายพชรกล่าวทิ้งท้าย