เสวนา “ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย – กัมพูชา” นักวิชาการชี้ ไทยควรคำนึงถึงเรื่องอื่นนอกจากเขตแดนด้วย
สํานักพิมพ์มติชนจัดงานเสวนา“ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย – กัมพูชาในประวัติศาสตร์ พรมแดน และอนาคต” นักวิชาการชี้เส้นเขตแดนสำคัญ แสดงให้เราเห็นถึงประวัติศาสตร์ชาติ แต่ไทยควรคำนึงถึงเรื่องอื่นทั้ง เศรษฐกิจและค่านิยม นอกจากเขตแดนด้วย
สํานักพิมพ์มติชน ร่วมด้วยนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) จัดงาน “ร่วมราก ต่างรัฐ: ไทย – กัมพูชาในประวัติศาสตร์ พรมแดน และอนาคต” โดยมีการเสวนาในหัวข้อ “ร่วมอนาคต ร่วมมือ ร่วมความหวัง การเมืองชายแดน” ร่วมเสวนาโดย ศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ และ รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร ดำเนินรายการโดย ผศ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ เพื่อพูดคุยถึงหนังสือ ชาติที่รัก “ไทย-กัมพูชา” กับเส้นสมมติ เขียนโดย ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ ที่ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
บรรยากาศตลอดงานเสวนามีแฟนสำนักพิมพ์มติชน นีกศึกษา นักวิชาการ รวมถึง ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และที่ปรึกษามูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มาร่วมฟังด้วย
ศ.ดร.พวงทอง กล่าวว่า ชื่อหนังสือนั้นสำนักพิมพ์มติชนเป็นคนตั้งให้ มีคำว่าเส้นสมมุติ ซึ่งก็คือเส้นเขตแดน ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่สมมุติแล้วไม่ส่งผลต่อโลกที่เป็นจริงในทางปฏิบัติ เราเรียกว่าเส้นสมมุติว่าเป็นผลผลิตของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เขตแดนที่ตายตัวอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ในแผนที่โลก มาพร้อมกับระบอบอาณานิคม เมื่ออังกฤษฝรั่งเศสเข้ามาก็เรียกร้องว่าสยามต้องมีเส้นเขตแดนที่ชัดเจน ว่าขอบเขตอำนาจอธิปไตยของเราอยู่ที่ไหน ไม่ได้หมายความว่า ก่อนหน้านั้นไม่มีแล้วเส้นเขตแดนจะไม่สำคัญ
ดินแดนสำคัญแต่สำคัญไม่เท่ากัน เช่นเมืองหลวงสำคัญกว่า ชายแดนป่าเขาแน่ ๆ และใช้คำว่าเส้นเขตแดนอาจจะไม่ถูกต้องอาจจะต้องใช้คำว่าเส้นอิทธิพล มันขึ้นอยู่กับบุญญาธิการของพระมหากษัตริย์แต่ละช่วงสมัย ช่วงที่เรามีอิทธิพลเราสามารถบังคับให้ให้เพื่อนบ้านประเทศของเราส่งเครื่องบรรณาการให้เราได้ แต่เมื่อใดที่เราอ่อนแอ เช่นตอนที่เราเสียกรุงฯ ประเทศพื้นบ้านมีอิทธิพลเหนือเรา รัฐบรรณาการก็จะหยุดส่งสิ่งเหล่านั้น ในช่วงเวลาที่เราเสียกรุงเส้นอิทธิพลของสยามจะหดแคบ เมื่อไหร่ที่เราเข้มแข็งเส้นอิทธิพลก็จะขยายออกไป
ศ.ดร.พวงทอง กล่าวต่อว่า มีช่วงที่เวียดนามเข้มแข็งขึ้นมาพยายามที่จะมีอิทธิพลเหนือเรา ลาวเวียงจันทน์กลายเป็นรักสองไฟฟ้าส่งบรรณาธิการให้กับทางเราและเวียดนามด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศหนึ่งจะมีองค์อธิปัตย์มากกว่า 1 สิ่งเหล่านี้มาพร้อมแนวความคิดใหม่ที่ นำเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
“ดังนั้นเส้นเขตแดน ที่ทำให้สยามเป็นรูปขวานทองในทุกวันนี้ สำคัญอย่างไร มันเป็นองค์ประกอบสำคัญของประวัติศาสตร์ความเป็นชาติของเรา เป็นสิ่งที่บอกเราว่าอะไรที่เป็นอื่นไม่ใช่เราสิ่งที่พ้นจากเขตแดนนี้คือคนอื่นและเป็นศัตรูเช่น กัมพูชา พม่า เส้นเขตแดนมันบอกถึงประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของเรา มีชุมชนจิตรกรรมที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่ในชาติเดียวกันเป็นพวกเดียวกัน ทำให้เรารักและโกรธคนที่เป็นศัตรูของเราคนที่ทำให้เราสูญเสียดินแดนซึ่งจริงๆนี้จริงไม่รู้” ศ.ดร.พวงทอง กล่าว
ศ.ดร.พวงทอง กล่าวอีกว่า จากประวัติศาสตร์ที่ศึกษามาเราสูญเสียดินแดน 14 อีกครั้ง สมัยตอนที่ดิฉันเป็นเด็กมีแค่ 6-7 ครั้งเท่านั้น แต่จู่ๆก็กระโดดมาเป็น 14 ครั้ง คุณรู้หรือไม่ว่าประวัติศาสตร์พวกนี้ไม่มีคำอธิบายเลย 14 ครั้งนี้ไม่มีคำอธิบายว่าเสียอย่างไรโดยใคร แต่แผนที่สามารถผลิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ทำให้เราเชื่อมีกำลัง ประวัติศาสตร์ความเป็นตัวตนเป็นชาติเราเป็นต้นทุนทางการเมือง คือความรักชาติในด้านดีก็มี ทำให้เราพร้อมที่จะทำคุณงามความดีให้ชาติ เสียสละเพื่อชาติแต่ก็มีด้านลบเช่นปราสาทพระวิหารและอีกหลาย ๆ เรื่อง
อยากให้ทุกท่านไปอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ของพระวิหารแล้วมองย้อนกลับมาในปัจจุบัน ตอนที่ทำหนังสือเล่มนี้มีโอกาสได้อ่านงานของตัวเองอีกครั้งแล้วพบว่ามันเป็นการผลิตซ้ำสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ เต็มไปด้วยการหลอกลวงการปั่นให้ข้อมูลเท็จ สังคมการเมืองไทยมักถูกผลักด้วยข้อมูลเท็จมาตลอด เส้นพรมแดนจึงไม่ได้สำคัญว่าเราเห็นหรือไม่เห็น แต่ทำให้เราจินตนาการถึงความเป็นศัตรูได้ ดังนั้นเส้นพรมแดงไม่ได้ไม่สำคัญ แต่มันทำให้เราจินตนาการถึงความเป็นเราและความเป็นอื่น
ศ.ดร.พวงทอง กล่าวว่า มีการพูดว่าชาตินิยมไทยที่เกี่ยวกับกัมพูชาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นชาตินิยมใหม่ เป็นคนละชุดกับราชาชาตินิยม เป็นสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้องกับราชาชาตินิยม เรื่องเล่าหรือประวัติศาสตร์ที่ผูกพันอยู่กับดินแดนการปกป้องดินแดนของบรรพบุรุษไทย ยอดสุดของบรรพบุรุษไทยคือพระมหากษัตริย์ในอดีต ที่ทรงเสียสละชีพเพื่อชาตินี่คือในประวัติศาสตร์ที่เราเล่าเรียนกันมา คนจะบอกว่าที่ผ่านมา เวลาเยาวชนรุ่นใหม่เชียร์ ไทยกัมพูชาให้มีการโจมตี จะไม่มีการพูดถึงสถาบันกษัตริย์
ดิฉันคิดว่าต่อให้ไม่พูดชาตินิยมที่เราเห็นซับเซตหนึ่ง ของราชาชาตินิยม แห่งต้นตระกูลไทยตื่นเถิดชาวไทยเลือดสุพรรณ หรืออะไรต่างๆ ไม่ได้พูดถึงกษัตริย์ด้วยเหมือนกัน แต่เรารู้กันดี ว่า งานของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นพลังสำคัญที่สนับสนุนราชาชาตินิยมเพราะงานเหล่านี้พูดถึงเรื่องดินแดนความเสียสละ การถูกทำร้ายจากประเทศเพื่อนบ้านการพูดถึงชาติบรรพบุรุษ ยอดสุดของบรรพบุรุษไทยคือพระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเดียวกัน
“การที่บอกว่าเป็นชาตินิยมใหม่ มีคำถามว่า ชาตินิยมใหม่ไปท้าทายชาตินิยมเก่าอย่างไร คำตอบคือไม่แต่มีไปสนับสนุนต่างหาก คุณต้องพูดถึงเศรษฐกิจ ค่านิยม ชายแดนด้วย มีด้านอื่น ๆ ที่ความเป็นชาติไทยต้องคำนึงถึงไม่ใช่พูดแต่เรื่องดินแดนทุกตารางนิ้วแต่มองไม่เห็นเรื่องของผู้คนที่อยู่ในสังคมเรา มองไม่เห็นว่า เพื่อนบ้านเราเขาไม่ได้เป็นเพียง ศัตรูของเรา แต่ยังเป็น Partner ของเรา มีหลายอย่างที่ร่วมกันดังนั้นเลิกทะเลาะกันเสียที เรามีการแชร์ culture หลาย ๆ เรื่องมาก หลายอย่างของเรา กับกัมพูชาใกล้กันมากจนดิฉันรู้สึกว่า เพราะนิสัยของเราใกล้กันถึงทะเลาะกัน”