5 หุ้น DCA เน้นถือยาว ‘GULF-HANA’ โตแรง ‘KKP-ITC’ ปันผลสูง 6%
บล.หยวนต้า คัด 5 หุ้นเด่นเหมาะทยอยสะสมแบบ DCA ชู GULF-EPG รับอานิสงส์ Data Center ขณะที่ KKP-ITC เด่นปันผลราว 6% ส่วน HANA จับธีม AI พร้อมคาดกำไรปี 2570 โตแรง 67%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การลงทุนแบบ Dollar Cost Average หรือ DCA เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสะสมหุ้นในระยะยาว โดยใช้วิธีแบ่งเงินลงทุนเป็นงวดในจำนวนใกล้เคียงกันอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องจับจังหวะว่าราคาหุ้นในแต่ละช่วงอยู่ในระดับสูงหรือต่ำ
จุดเด่นของกลยุทธ์ดังกล่าว คือ ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา รวมถึงลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจลงทุน พร้อมสร้างวินัยในการออมและการลงทุน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างใกล้ชิด
สำหรับหุ้นที่หยวนต้าคัดเลือกเป็น Top 5 DCA ประกอบด้วย GULF, EPG, KKP, ITC และ HANA โดยแต่ละบริษัทมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวแตกต่างกัน ดังนี้
GULF เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าภายในเดือนนี้ ท่ามกลางความต้องการไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติในระยะยาวที่คาดอยู่ที่ประมาณ 20-30 GW และ 20 GW ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน GULF ยังมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจากโครงการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ธุรกิจ Data Center โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการถือหุ้นใน ADVANC โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้น หรือ EPS ปี 2569 จะเติบโตประมาณ 18%
EPG ถูกมองว่ากำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ โดยมีแรงส่งสำคัญจากความต้องการฉนวนยางกันความร้อนคุณภาพสูง ซึ่งเติบโตตามการลงทุน Data Center และโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในสหรัฐและไทย ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐอีก 50% เพื่อรองรับความต้องการในระยะยาว โดยคาด EPS ปี 2569 เติบโต 27% และปี 2570 เติบโตต่ออีก 11.4% ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ประมาณ 9.6 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 4.5%
KKP มีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของตลาดทุนไทย ซึ่งมีโอกาสช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 3/2569 ให้ปรับตัวดีขึ้นตามมูลค่าการซื้อขายในตลาด ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจ Dime และรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน อีกทั้งคาดว่ากำไรปี 2569 ของ KKP จะเติบโตประมาณ 33% จากปีก่อน ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน มีแนวโน้มเพิ่มจาก 10% เป็น 11.8% และมี Dividend Yield ราว 6%
ITC ได้แรงหนุนจากความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัว หลังบริษัทปรับขึ้นราคาสินค้า มีฐานลูกค้าใหม่ 7 รายในยุโรป และได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทอ่อนค่า คาดกำไรปี 2569 เติบโต 14% และปี 2570 เพิ่มขึ้นอีก 10% ขณะที่กำไรไตรมาส 4/2569 มีโอกาสแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 ราว 13.9 เท่า และมี Dividend Yield ประมาณ 6.3%
ปิดท้ายที่ HANA ซึ่งอยู่ในช่วงฟื้นตัวของผลประกอบการ และยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI หลังบริษัทมีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นถึง 82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับตลาดที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 43%
นอกจากนี้ ธุรกิจ Solid-state Cooling และ High-density PCBA สำหรับ AI Data Center ซึ่งเริ่มผลิตในไตรมาส 3/2569 จะเป็นอีกแรงส่งสำคัญ โดยคาด Core EPS ปี 2569 เติบโตประมาณ 18% ก่อนเร่งตัวเป็น 67% ในปี 2570 ด้าน Valuation หุ้น HANA ซื้อขายที่ PER ปี 2570 ประมาณ 27 เท่า ซึ่งหยวนต้ามองว่ายังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 54.50 บาท