รำลึก 36 ปี ‘สืบ นาคะเสถียร’ ปักหมุดห้วยขาแข้ง ดันยุทธศาสตร์อนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลก
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จับมือกรมอุทยานฯ และเครือข่าย จัดงานรำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ‘ภาณุเดช เกิดมะลิ’ ย้ำภารกิจปกป้องธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่คนกลุ่มเดียว ชู 5 วัตถุประสงค์หลัก ยกระดับผู้พิทักษ์ป่า ดึงชุมชน-คนรุ่นใหม่ร่วมสร้างความมั่นคงทางชีวภาพ
ที่งานรำลึก 36 ปี ‘สืบ นาคะเสถียร’ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง วันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
รายงานจาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุว่า 36 ปี หลังการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ผู้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการปกป้องผืนป่าไทย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายการอนุรักษ์ จัดงานรำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งต่อแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลผืนป่าไทยอย่างยั่งยืน
การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533 มิได้เป็นเพียงความสูญเสียของบุคคลผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์ หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่า สัตว์ป่า และบทบาทของมนุษย์ในการปกป้องธรรมชาติ จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นนำไปสู่ความร่วมมือครั้งใหญ่ของสังคม จนเกิดการผลักดันให้พื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร–ห้วยขาแข้ง ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทยโดยองค์การยูเนสโก ในปี 2534
ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา เจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียร ยังคงได้รับการสานต่อผ่านการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า นักวิจัย ชุมชนโดยรอบพื้นที่ และเครือข่ายอนุรักษ์ทั่วประเทศ งานรำลึกในปีนี้จึงเปรียบดั่งการเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อร่วมกันมองไปข้างหน้าว่าเราจะรักษาผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างไร

ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ทุกวันที่ 1 กันยายน ไม่ใช่เพียงวันแห่งการรำลึกถึงการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร แต่เป็นวันที่ทำให้เรากลับมาตั้งคำถามว่า สังคมไทยจะร่วมกันดูแลผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร งานรำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร ที่ห้วยขาแข้งในครั้งนี้ จึงต้องการสื่อสารว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่ภาระของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน
“ห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญระดับโลก เป็นบ้านของสัตว์ป่า เป็นมรดกทางธรรมชาติที่คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาไว้ ความสำเร็จของงานอนุรักษ์กว่าสามทศวรรษมาจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ชุมชนโดยรอบ นักวิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป งานครั้งนี้จึงเป็นทั้งการขอบคุณผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหน้า และเป็นการชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และร่วมสร้างอนาคตของธรรมชาติไปด้วยกัน”
ภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความหมายของ “บ้านของทุกชีวิต” ผ่านมุมมองของห้วยขาแข้ง ทั้งนิทรรศการเรื่องราวของ สืบ นาคะเสถียร และการอนุรักษ์ผืนป่า กิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ การพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างนักอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ และชุมชน ตลอดจนกิจกรรมดนตรีที่ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและภาคีร่วมจัดงาน เชื่อว่าการรำลึกถึง สืบ นาคะเสถียร ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการจดจำอดีต แต่คือการสร้างพลังให้กับอนาคต เพื่อให้ผืนป่าห้วยขาแข้งยังคงเป็นบ้านที่ปลอดภัยของสรรพชีวิต และเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของคนไทยต่อไป

งาน “รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร” มีวัตถุประสงค์สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
สืบสานและต่อยอดเจตนารมณ์อันทรงคุณค่า เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นจากการอุทิศชีวิตของ สืบ นาคะเสถียร และส่งต่อแรงบันดาลใจด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าไปยังคนรุ่นใหม่ ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อธรรมชาติสามารถเริ่มต้นได้จากความตั้งใจของคนคนหนึ่ง และเติบโตเป็นพลังร่วมของสังคม
เชิดชูเกียรติและส่งกำลังใจให้ผู้พิทักษ์ป่าแนวหน้า เพื่อยกย่องการทำงาน ความเสียสละ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จริง ผู้เป็นกำลังสำคัญในการปกป้องความมั่นคงของผืนป่าและสัตว์ป่าไทย พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของงานอนุรักษ์ในปัจจุบัน
สร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งของเครือข่ายรอบผืนป่า เปิดพื้นที่ให้ชุมชนโดยรอบพื้นที่อนุรักษ์ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรอนุรักษ์ และภาคส่วนต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันหาแนวทางในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน
ร่วมภาคภูมิใจในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร–ห้วยขาแข้ง บอกเล่าความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด และเป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือของผู้คนหลายรุ่นที่ช่วยกันรักษาคุณค่าของผืนป่าแห่งนี้
เปิดพื้นที่เรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของสังคม เชิญชวนประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมสัมผัสเรื่องราวของผืนป่าผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งนิทรรศการ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิจกรรมเรียนรู้วิถีการอนุรักษ์ ดนตรี และกิจกรรมรำลึก เพื่อสร้างความเข้าใจว่าธรรมชาติและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
