“UBS” ต่อยอดมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก เบื้องหลังความสำเร็จ PM’s Export Award 2026 ด้วยโมเดลเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่
ท่ามกลางความท้าทายของภาคเกษตรไทย ทั้งความผันผวนของราคาวัตถุดิบ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของตลาดโลก “บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด” หรือ UBS บริษัทในเครือบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ได้พิสูจน์ศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ด้วยการคว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 สาขาผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน
รางวัลดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความสามารถด้านการส่งออก แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การพัฒนาเกษตรกรและแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เพื่อแข่งขันในตลาดโลก

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 ถือเป็นความภาคภูมิใจของพนักงาน เกษตรกร คู่ค้า และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานของบริษัท“รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจของ UBS ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และยังสะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่เกษตรกร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้”

สร้างความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทาง
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ UBS คือการทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก การลดต้นทุน การดูแลคุณภาพวัตถุดิบ และการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมพัฒนาระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบย้อนกลับจากแหล่งเพาะปลูก
แนวทางดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด มีช่องทางรองรับผลผลิต และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้น ขณะที่บริษัทสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีคุณภาพและมีแหล่งที่มาที่ชัดเจน
“ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากบริษัทเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของเกษตรกร ชุมชน พนักงาน คู่ค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องการให้เกษตรกรเติบโตไปพร้อมกับบริษัท ไม่ใช่เพียงการรับซื้อผลผลิต แต่เป็นการพัฒนาความรู้ มาตรฐาน และความสามารถในการแข่งขันร่วมกันในระยะยาว”

มาตรฐานและการตรวจสอบย้อนกลับ กุญแจแข่งขันในตลาดโลก
ปัจจุบันผู้บริโภคและคู่ค้าในต่างประเทศไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพหรือราคาของสินค้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานแรงงาน ตลอดจนความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน
UBS จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการของเหลือจากกระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารและความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UBE ระบุว่า การได้รับรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืนจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และคุณค่าด้านความยั่งยืน
“รางวัลนี้จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเปิดโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะในประเทศที่ให้ความสำคัญกับสินค้าอินทรีย์ ความปลอดภัยทางอาหาร และการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ”

จากวัตถุดิบเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
ในระยะต่อไป UBS เตรียมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านมันสำปะหลังไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งแป้งมันสำปะหลัง แป้งฟลาวมันสำปะหลังอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมขยายเครือข่ายเกษตรกรและยกระดับระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมุ่งลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากวัตถุดิบทางการเกษตรและผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต
“รางวัลที่ได้รับครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังแห่งความเปลี่ยนแปลง และจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ UBS ยกระดับการดำเนินงานต่อไป เราไม่ได้มุ่งแต่ผลิตและส่งออกแป้งมันสำปะหลังเท่านั้น หากแต่มุ่งสร้างคุณค่าร่วม โดยนำศักยภาพของมันสำปะหลังไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเท่าเทียม พร้อมสร้างการเติบโตที่ส่งต่อประโยชน์กลับไปยังเกษตรกร ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จของ UBS จึงเป็นมากกว่าการคว้ารางวัลด้านการส่งออก แต่เป็นตัวอย่างของการนำสินค้าเกษตรไทยมาต่อยอดด้วยมาตรฐาน นวัตกรรม และความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับทั้งขีดความสามารถของธุรกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนตลอดห่วงโซ่อุปทานไปพร้อมกัน และเพื่อส่งมอบโอกาสนี้ให้ไกลยิ่งขึ้น UBS ยังคงเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง