ราคาทองคำดิ่งแรง ‘ศูนย์วิจัยกสิกรไทย’ ชี้นักลงทุนติดตาม 4 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทาง
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำปรับลดลงแรงในช่วงตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. 69 หลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์ ทองไทยต่ำกว่า 66,000 บาท ชี้ระยะข้างหน้าต้องจับตาม 4 ปัจจัยสำคัญ กำหนดทิศทางราคาทองคำโลก
รายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ราคาทองคำโลกปรับลดลงหลุดระดับ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยลดลง 259 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 5.8% มาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ที่ 4,110.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศปรับลดลงต่ำกว่า 66,000 บาทต่อบาททองคำ โดยลดลง 3,850 บาทต่อบาททองคำ หรือ 5.5% ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำไทยปรับลดลงในอัตราที่น้อยกว่าราคาทองคำโลกเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาทองคำในประเทศ

โดยปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทน
สำหรับระยะข้างหน้า นักลงทุนควรติดตาม 4 ปัจจัยสำคัญ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางราคาทองคำโลก ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางบอนด์ยีลด์โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์สหรัฐ สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐและข้อมูลเศรษฐกิจรวมถึงเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยในช่วงเดือนกันยายน นักวิเคราะห์ตาม Bloomberg Consensus คาดว่าราคาทองคำตลาดโลก ณ สิ้นปี 2569 อาจฟื้นตัวไปอยู่ที่ประมาณ 4,465 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี แนวโน้มดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของปัจจัยแวดล้อมสำคัญ
โดยหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายหรือมีการบรรลุข้อตกลง อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับลดลง รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยกว่าที่สะท้อนอยู่ใน Dot Plot ประกอบกับเงินเฟ้อชะลอลงและตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอ ก็อาจสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาทองคำได้ตาม Bloomberg Consensus
ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหรือการเจรจาล้มเหลว ราคาพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่การปรับสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ หากเงินเฟ้อเร่งตัวและตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง ธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หรือดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากกว่าที่ส่งสัญญาณไว้ใน Dot Plot ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การฟื้นตัวของราคาทองคำอาจยังอยู่ในกรอบกรอบจำกัด จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ภาวะดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดนานกว่านักลงทุนคาด ซึ่งทำให้ราคาทองคำระยะสั้นมีแนวโน้มผันผวนสูง
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาทองคำโลกเพียงปัจจัยเดียว เพราะในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทปรับอ่อนค่าซึ่งช่วยจำกัดการปรับลดลงของราคาทองคำโลกได้บางส่วน ผู้ติดตามตลาดจึงควรพิจารณาทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กัน
