ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
สถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายจังหวัดทั่วประเทศในช่วงนี้ แน่นอนว่า หลายครอบครัวจะได้รับผลกระทบในแง่สภาพคล่อง เพราะอาจจะขาดรายได้ รวมถึงช่วงหลังนํ้าลดก็ต้องใช้เงินซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สินกันอีก ดังนั้น บริษัทประกันภัยหลายแห่งจึงมีมาตรการออกมาให้ความช่วยเหลือลูกค้า โดยทยอยประกาศกันออกมาแล้ว
บริษัทประกันชีวิต
เริ่มจาก “บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต” ออกมาตรการผ่อนผันสำหรับกรมธรรม์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่ครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 โดยกรณีกรมธรรม์สิ้นผลบังคับ ให้สามารถต่ออายุหรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมได้ภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ บริษัทจะยกเว้นดอกเบี้ยและการตรวจสุขภาพให้
นอกจากนี้ กรมธรรม์ที่มีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ หากลูกค้าชำระคืนภายใน 6 เดือน บริษัทจะยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าวให้ ส่วนกรณีที่กรมธรรม์สูญหายหรือชำรุดจากเหตุอุทกภัย สามารถยื่นคำร้องขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ได้ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2570 โดยบริษัทจะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้
ส่วนลูกค้าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่มีกรมธรรม์ครบกำหนดชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ขยายระยะเวลาชำระเบี้ยให้ 90 วัน
ขณะที่ “บมจ.ไทยประกันชีวิต” กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่อยู่ในเขตที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย การขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ย 60 วัน สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีกำหนดชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 ซึ่งความคุ้มครองจะกลับมามีผลคุ้มครอง เมื่อได้ชำระเบี้ยประกันภัยที่ค้างชำระเรียบร้อยแล้ว และยังคงได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องเมื่อมีการเรียกร้องสินไหม
สำหรับกรมธรรม์ประเภทสามัญ (รายงวด) กรณีที่มีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติ ในระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 หากผู้เอาประกันภัยติดต่อชำระเบี้ยภายใน 6 เดือน บริษัทจะยกเว้นดอกเบี้ยเบี้ยประกันภัยให้ นอกจากนี้ ยังยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ และบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัยที่ชำรุดหรือสูญหาย ซึ่งต้องติดต่อบริษัทภายในวันที่ 28 ก.พ. 2570 ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถทำธุรกรรมในการเรียกร้องสินไหมทดแทนได้ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่นไทยประกันชีวิต หรือใช้บริการแฟ็กซ์เคลมผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญา หรือติดต่อสาขาหรือตัวแทน หรือติดต่อไทยประกันชีวิตแคร์เซ็นเตอร์ โทร. 1124
ขณะที่ “บริษัทกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต” ออกมาตรการช่วยเหลือพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ประกอบด้วย 1.ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย (Grace Period) จากเดิม 31 วัน เป็น 91 วัน สำหรับกรมธรรม์ที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 ทั้งนี้ หากกรมธรรม์ดังกล่าวมีการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ลูกค้าจะยังคงได้รับจดหมายแจ้งสถานะกรมธรรม์ตามปกติ (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน)
2.การผ่อนปรนเงื่อนไขการขอต่ออายุกรมธรรม์ที่สิ้นผลบังคับ สำหรับกรมธรรม์ที่สิ้นผลบังคับระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์ ภายใน 180 วัน ซึ่งบริษัทผ่อนปรนเงื่อนไขให้ ได้แก่ ยกเว้นดอกเบี้ยที่เกิดจากการต่ออายุกรมธรรม์, ยกเว้นการตรวจสุขภาพ, ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอออกเล่มกรมธรรม์ฉบับใหม่ และใบแจ้งความ กรณีที่กรมธรรม์สูญหายหรือชำรุดจากน้ำท่วม
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต” กล่าวว่า ได้ออกมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบและได้แจ้งเหตุประสบอุทกภัย ประกอบด้วย 1.ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย กรณีครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 โดยผ่อนผันออกไปอีก 60 วัน 2. ยกเว้นดอกเบี้ยและการตรวจสุขภาพ ในกรณีขอต่ออายุกรมธรรม์ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิม สำหรับกรมธรรม์ที่ครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุกรมธรรม์ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมภายใน 6 เดือน
3.ยกเว้นดอกเบี้ย กรณีชำระคืนเงินกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ที่ครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค. 2569 หากชำระคืนครบถ้วนเต็มจำนวน ภายใน 6 เดือน จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ย และ 4. ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ กรณีกรมธรรม์สูญหายหรือเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยนี้ ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ MTL Contact Center 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัทประกันวินาศภัย
สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เริ่มจาก “บมจ.อินทรประกันภัย” ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าประกันภัยทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ประกอบด้วย 1.บริการจัดหาและประสานรถยก รถลาก ในเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือลูกค้าย้ายรถยนต์ไปยังพื้นที่ปลอดภัย 2.ลดขั้นตอนการประสานงานและไม่ต้องรอพบเจ้าหน้าที่สำรวจภัย และเพิ่มวงเงินการสำรองจ่ายค่ารถยกรถลาก ตามสถานการณ์ปัจจุบันที่สูงขึ้น 3.ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ย 60 วัน สำหรับกรมธรรม์ ที่ครบกำหนดชำระเบี้ย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.- 31 ต.ค. 2569 หากผู้เอาประกันภัยแจ้งขอต่ออายุหรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมและชำระเบี้ยประกันภัยภายใน 60 วัน
4.บริการรับฝากจอดรถหนีน้ำท่วม กับอู่คู่สัญญาของบริษัท โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ 5.อำนวยความสะดวกในการขอเอกสารกรมธรรม์ฉบับใหม่ กรณีสูญหายหรือชำรุดจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ “บมจ.อินทรประกันภัย” ยังมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน สำหรับลูกค้ากรณีที่อยู่อาศัยที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเร่งรัดขั้นตอนการพิจารณาและจ่ายสินไหมทดแทนให้เร็วที่สุด ได้แก่ แจ้งผลพิจารณาภายใน 3 วันทำการ หลังได้รับภาพถ่ายความเสียหาย และจ่ายสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใน 7 วันทำการ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
ทั้งนี้ ช่องทางการรับแจ้ง ประกอบด้วย 1.แจ้งเหตุภัยน้ำท่วม หรือขอบริการรถยก รถลาก ติดต่อ ศูนย์ดูแลลูกค้าCall Center ตลอด 24 ชม. โทร. 0-2636-5656 กด 1 2.แจ้งเคลมสินไหม ทางเว็บไซต์ https://www.indara.co.th/claim-inquiry สำหรับลูกค้าประกันภัยรถยนต์ ที่ได้สำรองจ่ายค่ารถยก รถลาก หรือต้องการเบิกค่าซ่อมรถ และลูกค้าประกันภัยที่อยู่อาศัย อัคคีภัย 3.สอบถามอู่คู่สัญญา ติดต่อขอเอกสารกรมธรรม์ฉบับใหม่ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ดูแลลูกค้า Call Center โทร. 0-2636-5656 หรือทางเว็บไซต์ https://www.indara.co.th/contactus
ขณะที่ “บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย” ได้เตรียมความพร้อมด้านการให้บริการและแนวทางการเคลมสินไหม โดยลูกค้าสามารถส่งเอกสารผ่านระบบออนไลน์ ทั้งประกันภัยรถยนต์ บ้านและทรัพย์สิน เพื่อลดขั้นตอนและการเดินทางหากเอกสารครบถ้วนสามารถจ่ายเคลมได้ภายใน 3 วัน
กรณีที่รถได้รับความเสียหายจนไม่สามารถขับเคลื่อนได้ สามารถขอรับบริการรถยก โทร. 1292 กด 7 เพื่อประสานความช่วยเหลือและนำรถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและซ่อมต่อไป ทั้งนี้ ความเสียหายจากน้ำท่วมของรถยนต์อาจแตกต่างกันไปตามระดับน้ำและความเสียหายที่เกิดขึ้น
ส่วนลูกค้าประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน สามารถแจ้งเคลมและส่งเอกสารประกอบผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน