‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
“ร้านยากรุงเทพ” ปรับยุทธศาสตร์รับ 3 เทรนด์มาแรง ลองเจฟวิตี้-สังคมสูงวัย-เทเลเมดิซีน ลุยปักธงสาขาโมเดลใหม่มุ่งศูนย์กลางบริการสุขภาพ ขยายพื้นที่ 2 เท่าพร้อมลานจอดรถ เพิ่มไลน์อัพสารพัดสินค้าสุขภาพ-อุปกรณ์การแพทย์ คู่อัพเกรดแอปมุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพเสริมหลากฟังก์ชั่น ทั้งเตือนกินยา ส่งต่อผู้ป่วย คัดกรองสุขภาพจิต ฯลฯ เล็งเชื่อมไลน์แมน-ช้อปปี้ อุดช่องว่างสาขา
นายชูวิทย์ วัยศิริโรจน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด ผู้บริหารร้านยากรุงเทพ มากว่า 28 ปี จนปัจจุบันมี 87 สาขา กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงโค้งท้ายปี 2569 นี้บริษัทปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของสาขาออฟไลน์ที่จะเดินหน้าขยาย-รีโนเวตสาขาเป็นโมเดลใหม่
เช่นเดียวกับแอปพลิเคชั่นร้านยากรุงเทพ ซึ่งจะอัพเกรดเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ตามแนวทางมุ่งสู่การเป็นซูเปอร์แอปในระยะยาว รับกระแสเทเลฟาร์มาซี หรือเภสัชกรรมทางไกล หลังองค์การอาหารและยา หรือ อย. ไฟเขียวให้เริ่มบริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 และบริษัทเป็น 1 ใน 7 แพลตฟอร์มแรกที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
ศูนย์กลางบริการสุขภาพ
สำหรับร้านโมเดลใหม่นั้น จะขยายทั้งขนาดร้านจากเดิม 1 เป็น 2 คูหา หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 100 ตร.ม. โดยมีหน้ากว้างประมาณ 10 เมตร พร้อมเพิ่มพื้นที่ลานจอดรถยนต์ด้านหน้ารองรับรถประมาณ 4-6 คัน เช่นเดียวกับด้านทำเลร้านจะปรับจากใจกลางตลาด มาเป็นริมถนนย่อย ปากทาง หรือเส้นทางผ่านเข้าสู่ชุมชน
ทั้งนี้เพื่อขยายบทบาทของร้านยากรุงเทพจากการจ่ายยารักษาโรคเบื้องต้น ให้รองรับเทรนด์ป้องกันโรคและดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยการเพิ่มไลน์อัพสินค้าสุขภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์อย่างเครื่องตรวจเบาหวาน, เครื่องวัดความดัน ฯลฯ รวมถึงเวชสำอางเข้ามาเสริม พร้อมกับมี e-Catalog สำหรับสั่งซื้อสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเตียงและรถเข็นด้วย
ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ความสะดวกของผู้บริโภคให้สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ หรือแวะระหว่างเดินทางกลับบ้านบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น หลังที่ผ่านมาบริษัทได้รับฟีดแบ็กลูกค้าเรื่องความไม่สะดวกในการจอดรถมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้พื้นที่ลานจอดรถยังสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้เสริม เช่น จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือให้เช่าตั้งร้านค้าได้
โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ และรีโลเกชั่นสาขาเดิมเป็นโมเดล 2 คูหา ประมาณ 10-15 สาขาต่อปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2.5-3 ล้านบาทต่อสาขา ด้วยเป้าหมายเปลี่ยนสาขาเดิมให้เป็นโมเดลใหม่ให้ได้ประมาณ 90% ภายใน 2 ปี และบาลานซ์สัดส่วนสินค้าในร้านจากเดิมที่เป็นยา 90% สินค้าอื่น 10% ให้เป็นยา 70% สินค้าอื่น 30% และปรับเป็นยา 60% ในอนาคต
สำหรับการขยายสาขาใหม่ช่วง 1-2 ปีแรกจะเน้นทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อปิดช่องว่างให้ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน และการจัดส่งผ่านเทเลฟาร์มาซี ก่อนขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งอาจเริ่มจากพื้นที่ EEC ซึ่งมีศักยภาพและใกล้สำนักงานใหญ่จึงสามารถบริหารจัดการได้ง่าย
“การปรับโมเดลนี้เป็นไปตามแนวคิดการดำเนินงานของเราที่ใช้มาตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2541 คือ เน้นการช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยระบบที่ใช้ได้จริง ส่วนรายได้และผลกำไรเป็นเรื่องรอง ซึ่งเป็นที่มาของเอกลักษณ์ของแบรนด์ อย่างการเปิดบริการและมีเภสัชกรประจำตลอด 24 ชั่วโมง”

มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
นายชูวิทย์กล่าวต่อไปว่า ด้านการอัพเกรดแอปร้านยากรุงเทพนั้น บริษัทวางโพซิชั่นให้แอปเป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็มสุขภาพมากกว่าแค่บริการเทเลฟาร์มาซี แต่ไปถึงเทเลเมดิซีน หรือการแพทย์ทางไกลในอนาคต
ในระยะแรกจะเพิ่มฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์เพนพอยต์ปัจจุบัน เช่น ระบบเตือนทานยาอัตโนมัติ โดยเมื่อเภสัชกรจ่ายยาเวลาทานยาจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบทันที ผู้ป่วยไม่ต้องพิมพ์เอง และมีระบบกดยืนยันการทานยา เพื่อแก้ปัญหาที่พบบ่อยในยุคสังคมสูงวัย อย่างการหลงลืมหรือจำไม่ได้ว่าทานยาแล้วหรือยัง และช่วยให้ลูกหลานสามารถติดตามการทานยาของผู้สูงอายุได้จากระยะไกลได้ด้วย
พร้อมเสริมความครบครันของระบบเทเลเมดิซีน เช่น เพิ่มอุปกรณ์ตรวจสุขภาพเบื้องต้นในร้าน ให้การปรึกษาเภสัชทางไกลมีข้อมูลครบถ้วนขึ้น และการส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์ กรณีปรึกษาเภสัชกรออนไลน์หรือตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่หน้าร้านแล้วพบว่ามีอาการซับซ้อน สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปพบและปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ทันที คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการประมาณไตรมาส 2 ของปี 2570
รวมถึงบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับร่วมมือกับแพลตฟอร์มด้านสุขภาพจิต เพื่อทำระบบประเมินและคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นในแอป เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มของบริษัทกับผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ เช่น ไลน์แมนและช้อปปี้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการปรึกษาเภสัชกรและสั่งซื้อยาได้ โดยในอนาคตทำให้แอปร้านยากรุงเทพเป็นแพลตฟอร์มกลาง ให้ผู้ให้บริการรายอื่นเข้ามาใช้เพื่อเติมเต็มช่องว่างในจุดที่บริษัทยังไม่มีสาขาด้วย
หลังปัจจุบันแอปร้านยากรุงเทพให้บริการรูปแบบมินิ-แอปบนแพลตฟอร์มทรูมันนี่กับไทยประกันชีวิตอยู่แล้ว และมีบริการเทเลเมดิซีนตั้งแต่ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ สั่งซื้อและการจัดส่งยาถึงบ้าน ซึ่งระบบจะส่งต่อออร์เดอร์ไปยังสาขาที่อยู่ใกล้กับผู้รับมากที่สุด พร้อม QR Code ให้ผู้สั่งซื้อสแกนรับยาเมื่อไรเดอร์นำยาไปส่ง เพื่อยืนยันตัวตนผู้รับ ป้องกันการส่งยาผิดคน
รวมถึงมีระบบบันทึกประวัติการแพ้ยาของผู้ใช้ในฐานข้อมูล พร้อมระบบแจ้งเตือนเภสัชกรอัตโนมัติหากมีการจ่ายยาในกลุ่มข้างเคียงหรือเสี่ยงต่อการแพ้
โดยการลงทุนตามยุทธศาสตร์นี้บริษัทอาศัยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื้ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บยส. เป็นผู้สนับสนุนค้ำประกันสินเชื่อให้ได้วงเงินที่เพียงพอ จึงมั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าแผนได้ตามเป้าหมายแน่นอน