10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
บล.เอเซีย พลัส ชี้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 11 วันทำการ มูลค่ารวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท กด SET ร่วงจาก 1,657 จุด เหลือ 1,582 จุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะรายหุ้นพบว่ายังมีแรงซื้อผ่านช่องทางตรงและ NVDR ในหุ้นขนาดใหญ่ 10 ตัว ได้แก่ CPF-BH-BCH-SCB-SAWAD-PTT-PTTGC-TOP-IRPC-IVL
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 11 วันทำการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จากเดิมที่ยอดซื้อสุทธิสะสมเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดประมาณ 76,000 ล้านบาทในช่วงกลางเดือน ก.ค. 2569 ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 16,000 ล้านบาท หลังเผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดัน SET Index ให้ผันผวนและปรับตัวลดลง โดยดัชนีลดลงจากระดับ 1,657 จุดในช่วงกลางเดือน ก.ค. 2569 มาอยู่ที่ 1,582 จุด หรือลดลงประมาณ 4.5%
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเม็ดเงินต่างชาติจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทย แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายหลักทรัพย์ พบว่ายังมีหุ้นบางส่วนที่ได้รับแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ ทั้งผ่านการซื้อขายโดยตรงและ NVDR โดยหุ้น 10 อันดับแรกที่ต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุดส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ และสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
กลุ่มแรก หุ้นที่กำลังเข้าสู่ช่วง High Season ได้แก่ CPF, BH และ BCH ซึ่งมีปัจจัยตามฤดูกาลช่วยสนับสนุนผลประกอบการ กลุ่มที่สอง หุ้นที่ราคาปรับตัวล่าช้ากว่าตลาด (Laggard) ได้แก่ SCB และ SAWAD กลุ่มสุดท้ายคือ หุ้นพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งมีถึง 5 บริษัท ได้แก่ PTT, PTTGC, TOP, IRPC และ IVL
ดังนั้น แม้เม็ดเงินต่างชาติในภาพรวมยังอยู่ในทิศทางไหลออกและสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย แต่การซื้อขายรายหุ้นสะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเลือกสะสมหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่เข้าสู่ช่วง High Season หุ้นที่ราคายัง Laggard และหุ้นในกลุ่มพลังงาน