เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
Finance KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Politics ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
News Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
“ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
News “ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
Politics ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
Real Estate SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
Business ‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
Finance แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

คนไทย 56% ชี้บริการรัฐ ‘ติดต่อยาก-รอสายนาน’ LINE แนะทางออกยุคดิจิทัลต้อง ‘เข้าถึงง่าย ไร้รอยต่อ’

08 ต.ค. 2569 | 16:30น.

โจทย์ใหญ่ของการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ของประเทศไทย ไม่ใช่การขาดแคลนระบบออนไลน์ แต่คือการทำให้ประชาชน “เข้าถึงได้จริง” สะท้อนจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดย LINE ประเทศไทย และ Nielsen นำมาสู่การจัดงานเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ “From Insight to Impact: รัฐเข้าใจ ประชาชนเข้าถึง” ถอดรหัสอินไซต์จากประชาชน เพื่อยกระดับรัฐบาลดิจิทัลไทยให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

สำรวจพฤติกรรมคนไทย เจาะลึกอุปสรรคการติดต่อภาครัฐ

เจาะลึกผลสำรวจประชาชน 500 คนในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ สะท้อนอุปสรรคใหญ่ของการใช้บริการภาครัฐ โดยกว่า 56% มองว่า “ติดต่อเจ้าหน้าที่ยากและรอสายนาน” ตามมาด้วยระบบที่ยังไม่รองรับผู้สูงอายุและผู้พิการ 44% นอกจากนี้ยังพบปัญหาขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน 42% ข้อมูลไม่อัปเดตหรือไม่พบข้อมูล 39% รวมถึงภาระในการดาวน์โหลดหลายแอปพลิเคชัน 33%

เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการยื่นเอกสารหรือชำระค่าธรรมเนียม พบว่าประชาชน 50% ยังคงเลือกใช้ “แอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐ” เป็นช่องทางหลัก ขณะที่ 27% ติดต่อผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ของหน่วยงาน 15% ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ และอีก 8% ติดต่อผ่านเคาน์เตอร์หรือ Call Center

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แอปภาครัฐยังจำเป็นสำหรับธุรกรรมเชิงลึกที่มีความซับซ้อน แต่สำหรับบริการที่เกิดขึ้นเพียงปีละไม่กี่ครั้ง เช่น การยื่นภาษี หรือการต่อทะเบียนรถ ประชาชนไม่ได้มีความจำเป็นต้องเปิดใช้งานแอปพลิเคชันของแต่ละหน่วยงานอยู่เป็นประจำ

เชื่อมจุดแข็ง Engagement และ Transaction Layer

ทางออกของบริการรัฐยุคใหม่จึงไม่ใช่การพยายามนำทุกบริการมารวมไว้ในแอปพลิเคชันเดียว แต่คือการออกแบบให้แต่ละช่องทางทำงานเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งออกเป็นสองชั้นหลัก

  • Engagement Layer : การใช้แชทแพลตฟอร์มอย่าง LINE ที่ประชาชนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ทำหน้าที่เป็นจุดต้อนรับแรก คอยตอบคำถามเบื้องต้น คัดกรองเรื่อง แจ้งสิทธิประโยชน์ และส่งแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดสำคัญ
  • Transaction Layer : การใช้แอปพลิเคชันของภาครัฐหรือระบบหลังบ้าน เป็นพื้นที่รองรับการดำเนินธุรกรรมเชิงลึก การจัดการบัญชีบุคคล และการยืนยันตัวตนที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง

การเชื่อมต่อ User Journey ระหว่าง Engagement Layer และ Transaction Layer จะช่วยลดขั้นตอนและข้อจำกัดในการเข้าถึง ทำให้ประชาชนสัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่ “การรับรู้และสอบถาม” ไปสู่ “การใช้งานและทำธุรกรรม” ได้อย่างราบรื่น

เร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยี แต่ยังต้องมี “Human Touch”

ความคาดหวังของคนไทยไม่ได้มีเพียงเรื่องความรวดเร็ว แต่ยังต้องการความใส่ใจจากคนจริง โดยผลสำรวจพบว่า 52% พร้อมเลือกใช้ LINE OA ภาครัฐหากมีแชทบอตช่วยตอบคำถามได้ทันที ขณะเดียวกัน 40% ยังคงต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง ผ่านโทรศัพท์หรือติดต่อสำนักงานเมื่อเจอประเด็นซับซ้อน นำไปสู่ข้อเสนอโมเดลการให้บริการแบบ Hybrid Allocation ให้เทคโนโลยีมาช่วยแบ่งเบาภาระเนื้องานในบทบาทและน้ำหนักที่เหมาะสม เช่น 80/20 คือให้ระบบอัตโนมัติรับภาระงานประจำ 80% อาทิ ตอบคำถามทั่วไป ตรวจสอบสิทธิหรือสวัสดิการ อัปเดตสถานะบริการ แนะนำขั้นตอนถัดไป และคัดกรองเรื่องก่อนส่งต่อ เพื่อคืนเวลาให้เจ้าหน้าที่รัฐอีก 20% ได้ทุ่มเทกับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและการดูแลกลุ่มเปราะบาง

ผลสำรวจยังพบว่า LINE เป็นช่องทางอันดับ 1 ที่คนไทยเลือกรับการแจ้งเตือนสำคัญเฉพาะบุคคลจากภาครัฐถึง 37% ตามด้วยแอปพลิเคชันภาครัฐ 19% และ SMS 17% แต่ช่องทางที่เหมาะสมไม่ได้เหมือนกันในทุกสถานการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับบริบทของข้อมูล เช่น ข่าวสารทั่วไปและประกาศจากภาครัฐ ประชาชนมักเลือก LINE เป็นช่องทางหลัก ขณะที่ข้อมูลเร่งด่วนอย่าง เหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ กลับให้ความสำคัญกับ SMS มากกว่า เช่นเดียวกับเรื่องสิทธิประโยชน์ วันครบกำหนด หรือสถานะคำขอที่ต่างมีช่องทางเหมาะสมแตกต่างกัน สะท้อนว่าการสื่อสารภาครัฐไม่ควรยึดติดกับช่องทางเดียว แต่ควรออกแบบแบบ Omni-Channel เพื่อส่งข้อมูลให้ถูกคน ถูกเวลา และเหมาะกับบริบทของแต่ละเรื่อง

กรณีศึกษาจากทั่วโลก และการประยุกต์ใช้งานจริงในไทย

จากการสำรวจเทรนด์ GovTech ในต่างประเทศ พบว่าการนำบริการภาครัฐไปวางไว้บนแชทแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นแนวทางที่หลายประเทศนำมาปรับใช้จนประสบความสำเร็จ อาทิ เกาหลีใต้ ใช้ KakaoTalk ช่วยให้ประชาชนสอบถามและขอเอกสารราชการผ่านบทสนทนาที่เข้าใจง่าย, เวียดนาม ยกศูนย์บริการสาธารณะของจังหวัดมาไว้ในรูปแบบ Mini App บน Zalo ให้ประชาชนเข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใหม่ และอินเดีย เทศบาลเมือง Navi Mumbai ใช้ WhatsApp ส่งแจ้งเตือนภาษีและลิงก์ชำระเงินตรงถึงประชาชน

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานนำ LINE แชทแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวันกว่า 56 ล้านคน มาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ  “หมอพร้อม” ที่ใช้ LINE OA เป็นอีกช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการใช้สิทธิวัคซีนในช่วงโควิด-19 ตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายช่วงอายุ “Traffy Fondue” ใช้ LINE OA รับแจ้งปัญหาเมืองพร้อมแชทบอตคัดกรองเรื่องส่งต่อเจ้าหน้าที่ โดยล่าสุด ครม. ได้อนุมัติยกระดับให้เป็นแพลตฟอร์มกลางรับเรื่องร้องเรียนสำหรับหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ของ SAM (บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด) นำโซลูชัน LINE Official Notification (LON) มาส่งแจ้งเตือนตรงถึงกลุ่มเป้าหมายในจังหวะสำคัญ

ความสำเร็จของบริการดิจิทัลภาครัฐจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้น แต่คือการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง LINE ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อนำศักยภาพของแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการดิจิทัลให้สะดวก เข้าถึงง่าย และใกล้ชิดประชาชนยิ่งขึ้น