“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Arc 9 Capital บริษัทบริหารการลงทุน Private Equity ที่มุ่งเน้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและพร้อมก้าวสู่การเติบโตระยะถัดไป โดยมีผลงานการลงทุนและขับเคลื่อนดีลมูลค่ารวมกว่า 17,000 ล้านบาท ปัจจุบันลงทุนใน 10 ธุรกิจทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน Arc 9 Capital กล่าวว่า Private Equity คือการลงทุนที่มองศักยภาพและผลประกอบการของธุรกิจจริง มากกว่าความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดแต่ละวัน เรานำเงินทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพ แล้วร่วมสร้างมูลค่าในระยะยาว ผลตอบแทนจึงมาได้ทั้งจากการเติบโตของกิจการ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการขายให้กับนักลงทุนเชิงกลยุทธ์
“แต่สำหรับเรา Private Equity ไม่ควรหยุดอยู่แค่การนำเงินเข้าไปลงทุน หน้าที่ของเราคือการปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจอย่างแท้จริง ทั้งการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เปิดตลาดใหม่ ดึงทีมบริหารที่ใช่ วางกลยุทธ์ และนำเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล และเครือข่ายเข้าไปช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วและแข็งแรงขึ้น 9X จึงไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มมูลค่าบริษัท แต่คือคำถามที่เราตั้งไว้ว่า ใน 9 ปีข้างหน้า เราจะช่วยให้ธุรกิจทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และสร้างผลผลิตได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร โดยมีข้อมูล AI เทคโนโลยี บุคลากร และพันธมิตรเป็นตัวเร่ง”

Arc 9 Capital มุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเป็นบวก และมีศักยภาพเติบโต ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว อาทิ ธุรกิจสุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจครอบครัวที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ถั่วแระญี่ปุ่นที่ผู้บริโภคทั่วโลกรับประทานกันอยู่ จำนวนไม่น้อยผลิตจากประเทศไทย และหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกคือ บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด (LACO) ผู้ผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Trader Joe’s และเป็นหนึ่งในการลงทุนสำคัญของ Arc 9 Capital โดย LACO เป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรแช่แข็ง และผู้รับจ้างผลิต (OEM) ครบวงจรสำหรับถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็ง โดย Arc 9 Capital ลงทุนในรูปแบบกลุ่มผู้ร่วมลงทุน ร่วมกับ Development Bank of Japan (DBJ) และครอบครัวผู้ก่อตั้ง LACO ซึ่งสะท้อนทั้งความสามารถในการเชื่อมบริษัทไทยเข้ากับพันธมิตรระดับสถาบันจากต่างประเทศ และแนวทางการทำงานร่วมกับเจ้าของกิจการเดิมเพื่อต่อยอดธุรกิจไปด้วยกัน ปัจจุบัน LACO มีสัดส่วนการผลิตราว 11% ของปริมาณการผลิตถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งทั่วโลก และคาดว่าจะมีรายได้ในปี 2569 มากกว่า 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการเติบโตระยะถัดไปไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์และรับจ้างผลิต ไปสู่ธุรกิจอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ LACO อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตั้งแต่ถั่วแระญี่ปุ่นอบกรอบ ผลไม้แช่แข็งเคลือบช็อกโกแลต อาหารพร้อมรับประทาน ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารโปรตีนสูงสำหรับตลาดต่างประเทศ พร้อมนำทรัพย์สินทางปัญญาและแบรนด์ระดับโลก เช่น My Melody และ Kuromi จาก Sanrio มาสร้างความแตกต่าง เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็งและถั่วแระญี่ปุ่นจากสินค้าเกษตรพื้นฐานสู่สินค้าอุปโภคบริโภคที่สร้างคุณค่าแบรนด์ และเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น
นายกรวี ศุภสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน (Investment Director) Arc 9 Capital ในฐานะกรรมการบริษัท LACO กล่าวว่า LACO มีฐานการผลิตและความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งในระดับโลกอยู่แล้ว บทบาทของเราคือการทำงานร่วมกับทีมบริหาร เพื่อสนับสนุนและต่อยอดสิ่งที่บริษัททำได้ดี พร้อมช่วยนำมุมมอง เครือข่าย และแนวคิดใหม่เข้ามาเสริม ไม่ว่าจะเป็นด้านแบรนด์ ตลาดต่างประเทศ หรือโครงสร้างเงินทุน เป้าหมายคือการช่วยเพิ่มทางเลือกในการเติบโต และสร้างมูลค่าจากจุดแข็งที่ LACO มีอยู่แล้ว นี่คือแนวทางที่ Arc 9 ต้องการทำงานกับบริษัทในพอร์ต คือทำงานเคียงข้างทีมบริหารและร่วมกันหาโอกาสการเติบโตใหม่สำหรับอนาคต เป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับ LACO จากผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สู่บริษัทอาหารระดับโลกที่มีข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรม และแบรนด์เป็นแกนกลางของการเติบโต
อีกหนึ่งการลงทุนสำคัญคือ โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก ซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์เอกชนใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทยตามขนาดรายได้จากบริการทางการแพทย์ และเดินหน้าหาโอกาสขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องผ่านการเข้าซื้อกิจการ (M&A) โรงพยาบาลสัตว์ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพสัตว์คุณภาพสูงในวงกว้างยิ่งขึ้น
นายภูรัตน์ อธิบายถึงที่มาของการลงทุนว่า เมื่อคนแต่งงานน้อยลงและอัตราการเกิดลดลง ขณะที่คนเลี้ยงสัตว์มากขึ้น วันนี้หลายครอบครัวดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากลูก และคาดหวังการรักษาที่มีคุณภาพ ใส่ใจ และไว้วางใจได้ เราจึงมองธุรกิจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นโอกาสระยะยาว และเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องทำให้ดีที่สุด
การขยายเครือข่ายดำเนินไปควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการรักษาให้เป็นหนึ่งเดียวในทุกสาขา ผ่านการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guidelines) ที่รวบรวมองค์ความรู้ของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามาจัดเป็นระบบ พร้อมวางระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงประวัติการรักษา ผลตรวจ และการใช้ยา เพื่อให้การรักษาต่อเนื่องและแม่นยำขึ้น และให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลในมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่สาขาใด ในระยะถัดไป Arc 9 Capital มองถึงการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ ทั้งการสรุปข้อมูลผู้ป่วย ค้นหาแนวทางการรักษา และติดตามเคส

นอกจากนี้ Arc 9 Capital ยังลงทุนในธุรกิจอื่นอีกหลายแห่งในประเทศไทยและภูมิภาค โดยเน้นอุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ หนึ่งในนั้นคือ Singapore Global International School (SGIS) โรงเรียนนานาชาติที่พัฒนาร่วมกับ Principals Academy จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ โดยนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการศึกษา “Authentic Singapore” มาพัฒนาหลักสูตรและการบริหารโรงเรียนในประเทศไทย เป้าหมายคือการทำให้ครอบครัวเข้าถึงการศึกษานานาชาติคุณภาพสูง ในค่าเล่าเรียนที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากขึ้น
SGIS มุ่งปั้นเด็กให้เป็น “Happy Achievers” หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันดีว่า “เก่ง ดี มีสุข” ด้วยการผสานความเข้มข้นทางวิชาการแบบเอเชีย เข้ากับการเรียนรู้แบบองค์รวมและความคิดสร้างสรรค์แบบตะวันตก โดยไม่ลืมรากและคุณค่าแบบไทย เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมั่นใจ ทั้งในห้องเรียนและบนเวทีโลก SGIS มีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นประมาณ 295,000 บาทต่อปี และแม้วิทยาเขตแรกย่านศรีนครินทร์จะเพิ่งเริ่มก่อสร้างได้ราว 2 เดือน แต่มีนักเรียนสมัครแล้วกว่า 100 คน อยู่ระหว่างศึกษาการขยาย SGIS ทั้งวิทยาเขตใหม่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นในประเทศไทย
นายกรวี กล่าวอีกว่า สำหรับเรา การสร้างมูลค่าไม่ได้จบในวันที่ลงทุน แต่เพิ่งเริ่มต้นจากวันนั้น เราทำงานร่วมกับผู้ถือหุ้นและทีมบริหารเพื่อหาว่าธุรกิจยังเติบโตได้จากจุดไหน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ การทำ M&A การสร้างผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ หรือการแก้โจทย์ด้านโครงสร้างองค์กรและการสืบทอดธุรกิจ เพื่อให้บริษัทแข็งแรงและพร้อมเติบโตในระยะยาว หลายบริษัทกำลังเผชิญโจทย์ของช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งการวางแผนสืบทอดกิจการ การเสริมทีมบริหาร การสร้างธรรมาภิบาลที่แข็งแรงขึ้น หรือการวางกลยุทธ์การเติบโตใหม่ สิ่งสำคัญคือเราทำงานร่วมกับเจ้าของและผู้บริหารเดิม ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนทุกอย่าง แต่ช่วยต่อยอดสิ่งที่ธุรกิจทำได้ดีอยู่แล้วให้ไปได้ไกลขึ้น
นายภูรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ทำให้ Arc 9 แตกต่างคือทีมที่มีประสบการณ์ทั้งด้าน Private Equity, M&A, วาณิชธนกิจ การบริหารธุรกิจ และการสร้างธุรกิจจริง เราจึงไม่ได้มองบริษัทผ่านตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เข้าใจทั้งมุมของนักลงทุนและเจ้าของกิจการ ตั้งแต่การหาโอกาสเติบโต การสร้างความร่วมมือ ไปจนถึงโจทย์ที่ซับซ้อนอย่างการสืบทอดธุรกิจ การสร้างทีมใหม่ หรือการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโตขั้นต่อไป
“ด้วยประสบการณ์ทั้งเชิงการเงินและเชิงปฏิบัติ เราเข้าใจดีว่าธุรกิจไม่ได้เติบโตจากวิศวกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยคน ระบบ การตัดสินใจที่ถูกต้อง และการลงมือทำร่วมกับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเดิม เราจึงมองตัวเองเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ มากกว่านักลงทุนที่เข้าไปถือหุ้นเพียงอย่างเดียว สำหรับเรา Private Equity ที่ดีไม่ใช่แค่การเลือกซื้อธุรกิจที่ดี แต่คือการทำให้ธุรกิจนั้นดีขึ้นหลังจากที่เราเข้าไปลงทุน”