กสิกรไทยชู ‘Team of Thailand’ แก้โตเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขันติดท็อป 20 โลก
กสิกรไทย ดันยุทธศาสตร์ “Team of Thailand” วางตำแหน่งกองหน้า กองกลาง กองหลัง ประสานขับเคลื่อน แก้ปัญหาโครงสร้างความเหลี่ยมล้ำของประเทศ ดันติดท็อป 20 โลก ผลักดันประเทศสู่รายได้สูง จีดีพีโต 5%
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาครบรอบ 39 ปี กรุงเทพธุรกิจว่า การนำพาประเทศก้าวผ่านขีดจำกัดไปสู่น่านฟ้าใหม่ จะต้องมีการปรับแก้ในเรื่องกับดักทางความผิด โดยต้องวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยครั้งสำคัญ โดยเปรียบเทียบการพัฒนาประเทศกับการจัดทัพทีมฟุตบอลภายใต้ชื่อ “Team of Thailand”
ทั้งนี้ โครงสร้าง “Team of Thailand” แบ่งบทบาท 3 ตำแหน่งหลัก กองหน้า คือภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจแห่งอนาคต ทำหน้าที่สร้างโอกาสและทำประตูให้ประเทศ โดย “Firm of the Future” ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การมี Productivity สูง มีกล้ามเนื้อทางเทคโนโลยีและ AI ขยายการเข้าถึงตลาดใหม่ (Market Access) มีการบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องรองรับอนาคต และมีความยืดหยุ่นคล่องตัวในการปรับตัวตาม Global Supply Chain
ส่วนกองกลาง ที่เป็นสถาบันการเงินและธนาคาร ต้องทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสและส่งผ่านเงินทุนไปยังภาคส่วนที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ เปรียบเสมือนการจ่ายบอลไปยังผู้เล่นที่พร้อมทำประตู ซึ่งเป็นการทำ Finance Transformation หรือ Finance for the Future
ทางด้านกองหลัง ที่ทำหน้าที่ปรับปรุงรากฐานของประเทศ ประกอบด้วย Workforce of the Future พัฒนาทักษะ ความคิด (Mindset) และบุคลิกของคนไทยในอนาคตให้พร้อม ปรับลดกฎระเบียบ (Regulatory Reform) โดยลดทอนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ เป้าหมายขีดความสามารถการแข่งขัน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ใน Top 20 ของโลกภายใน 3 ปี
ทั้งนี้ทุกตำแหน่งต้องมี KPI ของตนเอง และเมื่อรวมกันเป็น Team of Thailand ประเทศไทยจะต้องมี KPI ระดับประเทศ เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle-Income Trap) โดยรายได้ต่อหัว (GDP / GNI per Capita) ต้องมากกว่า 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี
ซึ่งจากรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยมีเป้าหมายต้องพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางภายในปี 2580 หรือในอีก 12 ปีข้างหน้า จากในปี 2568 คนไทยมีรายได้เฉลี่ย 7,690 ดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี ซึ่งเกณฑ์พ้นกับดักรายได้ปานกลางปัจจุบันอยู่ที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องขยับขึ้นไปเกิน 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี ในปี 2580
สำหรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ จะต้องเติบโตมากกว่า 5% และต้องทำให้ Productivity เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากในปัจจุบันเติบโตปีละ 1.2% หรือต้องเพิ่มเป็น 3.7% ต่อปี ส่วนขยายตลาดใหม่ ยอดขายจากตลาดใหม่ต้องเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ พร้อมการเติบโตด้านทุนและสินเชื่อ ต้องเติบโตจาก 3% เพิ่มเป็น 4% และมีกฎระเบียบกับโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
“ต้องก้าวข้าม K-shaped Economy สู่การโตยกแผง โดยหากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนร่วมกันเป็น Team of Thailand ได้สำเร็จ ภาวะเศรษฐกิจแบบ K-shaped Economy จะหายไป โดยจะเปลี่ยนจากที่มีทั้งกลุ่มขึ้นและลง มาเป็นการเติบโตแบบขาขึ้นไปด้วยกันทั้งหมด ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน”
นอกจากนี้ต้องมีตัววัดเพิ่มเติมสำคัญ 2 ด้านได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ โดยลดช่องว่างและการกระจายรายได้ระหว่างกลุ่มคน รวมถึงทางด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวข้ามกับดักความคิด (Mindset Trap) โดยทุกคนต้องเริ่มที่ตัวเอง ทำหน้าที่ในบทบาทของตนให้อย่างเต็มที่ แล้วมารวมพลังกันภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อพาประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน”