เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
Tech หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
News ‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
ส่องหุ้น 7 แบงก์จ่อประกาศงบฯ Q3-กำไรวูบ
Finance ส่องหุ้น 7 แบงก์จ่อประกาศงบฯ Q3-กำไรวูบ
‘ไทย – ติมอร์ เลสเต’ ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง
Politics ‘ไทย – ติมอร์ เลสเต’ ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง
‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
Tech ‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
Economic WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ดูทั้งหมด

‘ไทย – ติมอร์ เลสเต’ ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง

09 ต.ค. 2569 | 12:52น.
'ไทย - ติมอร์ เลสเต' ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง

นายกฯ หารือ ผู้นำติมอร์-เลสเต เดินหน้ายกระดับความร่วมมือ 5 ด้าน เปิดโอกาสการค้า–การลงทุน เชื่อมเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว ขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย เร่งผลักดันเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–ดิลี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ และหารือทวิภาคีกับ นายไก ราลา ซานานา กุซเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต โดย นายกฯ ทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต จากนั้น ผู้นำทั้งสองประเทศได้แถลงข่าวร่วมกัน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตเดินทางเยือนประเทศไทย ภายหลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเตในการมีส่วนร่วมกับประชาคมอาเซียนอย่างเต็มศักยภาพ

โดยการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้

1.การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี 2570

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

2.ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยและติมอร์-เลสเตมีความสัมพันธ์ด้านการทหารมาอย่างยาวนาน โดยกองทัพไทยเคยมีบทบาทสนับสนุนภารกิจรักษาและสร้างสันติภาพในติมอร์-เลสเต ระหว่างปี 2542–2545

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย มีกำหนดเดินทางเยือนติมอร์-เลสเตในอนาคตอันใกล้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน

พร้อมกันนี้ ไทยสนับสนุนโครงการอนุสรณ์สถานกองกำลังนานาชาติในติมอร์ (INTERFET Memorial) เพื่อรำลึกถึงบทบาทของกองกำลังนานาชาติในการสนับสนุนสันติภาพในติมอร์-เลสเต

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับอาเซียน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

3.ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่ายังมีศักยภาพอีกมากในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต และจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทยไปยังติมอร์-เลสเต รวมทั้งเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจด้านการค้าข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าเกษตรไทยและสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสการลงทุนของภาคเอกชนไทยในติมอร์-เลสเต โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ เกษตรกรรมและการแปรรูปอาหาร พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ในด้านการคมนาคมและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการสรุปความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เพื่อปูทางสู่การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงดิลีในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและนักธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนติมอร์-เลสเตมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2544 ไทยได้มอบทุนการศึกษาและโอกาสในการฝึกอบรมแก่บุคลากรจากติมอร์-เลสเตรวมแล้วกว่า 800 ทุนและโอกาส ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งสรุปแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) โดยมุ่งเน้นสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การเกษตรอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชน สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเสริมสร้างขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในติมอร์-เลสเต ซึ่งดำเนินการภายใต้พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียน 6 แห่ง เพื่อส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

5.ความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนติมอร์-เลสเตให้สามารถบูรณาการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในอนาคต เพื่อให้ติมอร์-เลสเตสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนความร่วมมือและการพัฒนาของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา และเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในฐานะสมาชิกครอบครัวอาเซียน ควบคู่กับการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น โดยไทยยืนยันความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

โฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ติมอร์-เลสเตให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทย การเพิ่มโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน และการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว ควบคู่กับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ทั้งสองฝ่ายพร้อมติดตามและผลักดันผลการหารือไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ติมอร์ เลสเต