กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เปรียบเทียบเศรษฐกิจ ผ่านการประชุมประจำปี IMF–WorldBank ในรอบ 35 ปี
โดยระบุว่า ปี 1991 vs. 2026 ประเทศไทยวันนั้นกับวันนี้?
35 ปีที่แล้ว เราก็เคยเป็นเจ้าภาพประชุมธนาคารโลก แต่ไทยวันนั้น กับไทยวันนี้ต่างกันมาก
สัปดาห์นี้ รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลกจะมาประชุมประจำปี IMF–WorldBank ที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งที่2 ที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ ครั้งแรกคือปี 2534
ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และในฐานะอดีตรัฐมนตรีคลัง ผมขอเป็นกำลังใจให้กระทรวงคลังและแบงค์ชาติประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้
ปี 2534 ผมเป็นคนหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจการเงิน และยังจำบรรยากาศได้ดี
เศรษฐกิจไทยโตราว 8% หลังจากโตเลขสองหลักมาสามปีติด คนไทยที่เรียนและทำงานอยู่ต่างประเทศล้วนอยากกลับบ้านกันทั้งนั้น เพราะเชื่อว่าโอกาสอยู่ที่นี่ บางส่วนเป็นโอกาสจริง บางส่วนเป็นแค่ความเชื่อ แต่ความเชื่อนั้นเองที่ทำให้คนกล้าลงทุน กล้าเสี่ยง นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า ‘animal spirit’
โลกก็มองเราแบบเดียวกัน ไทยได้อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A (ซึ่งสูงกว่าปัจจุบัน 2 ขั้น) การได้เป็นเจ้าภาพครั้งนั้นถือเป็นรางวัลของความสำเร็จ และเป็นการ ‘เปิดตัว’ กับนักลงทุนทั่วโลก
แต่แม้ทุกอย่างดูดี แต่จริงแล้วเรามีความเปราะบางที่ในเวลานั้นถูกมองข้าม
ปี 2534 เราขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 7.7% ของ GDP หนี้ต่างประเทศเพิ่มจาก 28,000 ล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 38,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีเดียว ค่าเงินบาทถูกตรึงไว้ ทุกคนจึงกู้เงินนอกได้โดยไม่รู้สึกว่าเสี่ยง
สองปัจจัยนี้มีส่วนสำคัญในการทำให้ภายใน 6 ปีจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนั้น ไทยเราต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
แต่เทียบกับ 2534 แล้วปีนี้ 2569 บรรยากาศต่างกันมาก
เมื่อครั้งนั้น ต่างชาติมาไทยด้วยความตื่นตาตื่นใจในความสำเร็จทางเศรษฐกิจจองเรา แต่วันนี้เราถูกตั้งคำถามเป็น ‘sick man of Asia’ เพราะเศรษฐกิจโตช้ากว่าทุกประเทศ ASEAN
เรากลายเป็นสังคมสูงวัยที่ประชากรในวัยทำงานลดลงทุกปี
หนี้ครัวเรือนเราสูงเป็นลำดับต้นๆ ในโลก
นอกจากนั้น ยังมีความเปราะบางที่มองไม่เห็น เช่นตัวเลขการลงทุนที่ต้องดูให้ครบ ครึ่งแรกของปีนี้มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ส่วนใหญ่คือ Data Center และ AI
ผมยินดีกับการลงทุนนี้ แต่โครงการที่อนุมัติแล้ว 1.31 ล้านล้านบาท สร้างงานให้คนไทยอย่างมากเพียงแค่ 82,000 ตำแหน่ง ส่วนอุปกรณ์จำนวนมากต้องนำเข้า และปีนี้ทั้งการลงทุนทั้งการส่งออกของเราพึ่งกระแส AI ของโลกกระแสเดียว ถ้ากระแสนั้นสะดุด เราจะสะดุดสองขาพร้อมกัน
นอกจากนั้น ความเปราะบางที่ผมเห็นคือระดับดอกเบี้ยต่ำที่ทำให้หนี้ดูเบา ดอกเบี้ยนโยบาย 1% ทำให้ทั้งรัฐและครัวเรือนยังแบกหนี้ไหว แต่ดอกเบี้ยไม่ได้ต่ำตลอดไป ปี 2534 ค่าเงินที่นิ่งทำให้เรารู้สึกปลอดภัย วันนี้ดอกเบี้ยที่ต่ำกำลังทำหน้าที่เดียวกัน
แล้วเรายังมีปัญหางบประมาณ ที่ขาดดุลต่อเนื่องเพราะรายจ่ายโตไม่หยุด แต่รายได้โตไม่ทัน
แต่เรื่องที่ผมห่วงที่สุดไม่ได้อยู่ในตัวเลขไหนเลย คือ animal spirit ที่หายไป ความรู้สึกว่าโอกาสอยู่ที่นี่ ที่เคยดึงคนไทยกลับบ้านเมื่อ 35 ปีก่อน วันนี้ผมไม่เห็นสิ่งนั้น ในทางกลับกัน เยาวชนไทยที่เรียนจบสูงๆกลับหาทางไปที่ต่างประเทศ
ปี 2534 ความเสี่ยงของเราคือล้มแรง วันนี้ความเสี่ยงคือค่อย ๆ ถอย โดยไม่มีวันไหนที่สัญญาณเตือนดัง แบบหลังนี้แก้ยากกว่า เพราะไม่มีวิกฤตมาบังคับให้เราต้องลงมือ
แขกจากทั่วโลกจะได้เห็นประเทศที่มีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นความจริง แต่ผมหวังว่าเราจะใช้สัปดาห์นี้ถามตัวเองด้วยคำถามที่ปี 2534 เราไม่ได้ถาม ว่า…
หากเรายังเดินต่อไปแบบนี้ ในอีก 5 ปีเราจะเป็นอย่างไร?!