ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
YLG เปิดสถิติทองคำไตรมาส 4 ย้อนหลัง 5 ปี พบราคาปรับขึ้นทุกปี สูงสุด 11.60% ชี้สถาบันการเงินโลกยังมองบวก แม้ระยะสั้นผันผวน คาดสิ้นปี 2569 ทองโลกมีโอกาสแตะ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดันทองไทยแตะ 77,000 บาท
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แม้ราคาทองคำในช่วงต้นไตรมาส 4/2569 จะเผชิญความผันผวนและปรับตัวลดลงในระยะสั้น แต่แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปียังมีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยสถาบันการเงินชั้นนำของโลกหลายแห่งยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำ พร้อมประเมินเป้าหมายสูงสุดที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ยังสร้างความผันผวนให้ตลาดทองคำ ได้แก่ ราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจกระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ที่ปรับตัวลดลง หลังความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มฟื้นตัว โดยการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี มีอัตราส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณเสนอขาย (Bid-to-Cover Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 2.77 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 6 เดือนที่ 2.54 เท่า
ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปี มีอัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 2.54 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 6 เดือนที่ 2.41 เท่า สะท้อนความต้องการลงทุนในพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
นางพวรรณ์ กล่าวว่า จากการสำรวจมุมมองของสถาบันการเงินต่างประเทศ พบว่าส่วนใหญ่ยังประเมินแนวโน้มราคาทองคำในเชิงบวก แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
- Goldman Sachs ประเมินราคาทองคำสิ้นปี 2569 อยู่ในกรอบ 4,500-4,900 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยยังมีมุมมองเป็นขาขึ้น จากแรงซื้อทองคำสะสมเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
- J.P. Morgan ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในไตรมาส 4 มาอยู่ที่ 4,500-4,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ขณะที่ระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ยเฟดและความเสี่ยงเงินเฟ้อ
- Bank of America (BofA) ปรับลดกรอบประมาณการราคาเฉลี่ยทองคำปีนี้มาอยู่ที่ 4,000-4,490 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่อาจทำให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ย แต่ยังมองแนวโน้มทองคำในปีหน้าเป็นขาขึ้น
- Deutsche Bank ปรับเพิ่มประมาณการราคาเฉลี่ยทองคำช่วงปลายปีมาอยู่ที่ 4,450 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ทั้งนี้ YLG มองว่า แม้ราคาทองคำอาจพักฐานและแกว่งตัวในกรอบกว้างจากปัจจัยด้านราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์ และนโยบายดอกเบี้ย แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น โดยการปรับฐานของราคาถือเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถทยอยสะสมทองคำได้
นอกจากนี้ YLG ยังเปิดเผยสถิติราคาทองคำในช่วงไตรมาส 4 ย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2568 พบว่าราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี แม้บางปีจะเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงต้นไตรมาส ก่อนฟื้นตัวกลับมาปิดไตรมาสในแดนบวก
โดยปี 2564 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.67% และสามารถทะลุแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ปี 2565 ราคาทองคำร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดของปีบริเวณ 1,615 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในเดือนต.ค. ก่อนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ส่งผลให้ทั้งไตรมาสปรับขึ้น 9.84%
ส่วนปี 2566 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ 11.60% หลังจากพักฐานในช่วงต้นเดือน ต.ค. ก่อนทะยานขึ้นทะลุระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในช่วงปลายปี
สำหรับปี 2567 ราคาทองคำปรับขึ้น 4.36% พร้อมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง และปี 2568 ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 10.86% โดยทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในเดือนต.ค. ก่อนปิดปลายปีบริเวณ 4,480 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ
จากสถิติดังกล่าว YLG มองว่าไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ผลตอบแทนในอดีตจะไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาทองคำในปีนี้จะปรับขึ้นเช่นเดียวกันก็ตาม
นางพวรรณ์ กล่าวอีกว่า ยังคงประเมินแนวโน้มราคาทองคำในภาพใหญ่เป็นขาขึ้น โดยคาดว่าราคาทองคำตลาดโลกในช่วงสิ้นปี 2569 มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 77,000 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนระหว่างทาง
ล่าสุด YLG ได้เปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำในสกุลเงินดอลลาร์โดยตรง รองรับทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% ทั้งหน่วยทรอยออนซ์และกิโลกรัม รวมถึงทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งกำหนดปริมาณลงทุนขั้นต่ำที่ 10 บาททองคำ