เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
Real Estate บิ๊กอสังหาปรับแผนสู้น้ำท่วม นิคมอมตะถมดินเพิ่ม 2 เมตร
ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
Business ยักษ์ค้าปลีกชิงตลาดเจ 4.6 หมื่นล้าน
ยามาฮ่ารุกตลาดธุรกิจทางน้ำ บุกฟรีตเครื่องเรือชูเซอร์วิสชิงส่วนแบ่ง
Automotive ยามาฮ่ารุกตลาดธุรกิจทางน้ำ บุกฟรีตเครื่องเรือชูเซอร์วิสชิงส่วนแบ่ง
สัญญาณดีปฏิรูปประกันสังคม รื้องบปรับสูตรดันบำนาญเพิ่ม
SD สัญญาณดีปฏิรูปประกันสังคม รื้องบปรับสูตรดันบำนาญเพิ่ม
IMF เตือนเศรษฐกิจโลกใกล้ชนขีดจำกัด ‘เอกนิติ’ ชู 3 กลไกสร้างพลังอาเซียน
World IMF เตือนเศรษฐกิจโลกใกล้ชนขีดจำกัด ‘เอกนิติ’ ชู 3 กลไกสร้างพลังอาเซียน
กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
Finance กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
Real Estate “ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
Biz Movement คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
Finance ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
Finance เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
ดูทั้งหมด

สัญญาณดีปฏิรูปประกันสังคม รื้องบปรับสูตรดันบำนาญเพิ่ม

14 ต.ค. 2569 | 07:03น.

สัญญาณเลือกตั้งท่วมท้น ฉายแววสวัสดิการที่จับต้องได้ “ษัษฐรัมย์” กางโรดแมปปฏิรูปกองทุนประกันสังคม 3 ล้านล้าน เปิดมุมมอง “ประกันสังคมก้าวหน้า” มุ่งนโยบาย Quick Win เน้นโปร่งใส รื้องบฯ 5,000 ล้าน ปิดรอยรั่ว ดันวาระปฏิรูป ผ่าโครงสร้างใหม่ภายใน 1 ปี เผยสูตรบำนาญแคร์ปรับมูลค่าเงิน ดันบำนาญเพิ่ม 10% ยันไม่กระทบเสถียรภาพกองทุน ประหยัดงบฯรักษาพยาบาล 8 หมื่นล้าน สปส.เผยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเกิน 1 ล้านคน เทียบปี 2566 สัดส่วนนายจ้างเพิ่ม 733% ส่วนผู้ประกันตนพุ่ง 533%

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปรากฏการณ์ที่มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหลักล้านคนนั้น พิสูจน์ชัดว่าประกันสังคมเป็นเรื่องสวัสดิการที่อธิบายได้ง่าย ประชาชนรู้สึกได้ทันที หากออกมามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและสามารถเปลี่ยนอนาคตสวัสดิการของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล เงินบำนาญ หรือเงินอุดหนุนบุตร

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

“ตลอด 2 ปีที่การทำงานของทีมเริ่มฉายภาพการปฏิรูป ทำให้คนรู้สึกว่าสวัสดิการดีได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ส่งผลให้มีคนออกมาใช้สิทธิตัวเลขหลักล้าน ภาพที่ออกมาสะท้อนความเป็นตัวแทนของผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีความยึดโยงมากกว่าระบบสรรหาแบบเดิม ซึ่งมีความเข้มข้นยิ่งกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566”

ส่วนทิศทางการบริหารกองทุนสวัสดิการที่มีมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาทนั้น นโยบาย Quick Win สามารถทำได้ทันที ทั้งการผ่าโครงสร้างการบริหารงบประมาณสำนักงาน การปฏิรูปสูตรบำนาญด้วยระบบ “บำนาญแคร์” ตลอดจนการวางระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันการลงทุนที่ไร้ประสิทธิภาพในระยะยาว

ผ่าโครงสร้าง-ปฏิรูป

สำหรับนโยบาย Quick Win รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ระบุว่า เป็นการบริหารจัดการข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส อาทิ เปิดเผยรายงานการประชุมบอร์ด เปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์ผ่านการถ่ายทอดสด หรือระบบ Zoom ซึ่งสามารถใช้อำนาจบอร์ดอนุมัติให้เปิดเผยรายงานการประชุมได้นับจากนี้

ขณะที่วาระสวัสดิการในโครงสร้างเดิม ทีมตั้งเป้าผลักดันให้ผ่านมติบอร์ดโดยเร็วที่สุด ภายใต้กรอบระยะเวลา 1 ปี ได้แก่

1.การขยายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และการขยายเงินอุดหนุนบุตรดูแลต่อเนื่องจนถึงอายุ 15 ปี

2.การพัฒนาระบบบำนาญไฮบริด (Hybrid Pension) ที่เปิดทางให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกรับได้ทั้งเงินบำเหน็จและเงินบำนาญ

รื้องบฯปิดรอยรั่ว

ในส่วนของการบริหารจัดการงบประมาณและพอร์ตการลงทุน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ชี้ว่าปัจจุบันประกันสังคมมีงบประมาณบริหารจัดการสำนักงานอยู่ราว 5,000 ล้านบาทต่อปี (งบฯ 10% ที่กันมาจากเงินสมทบได้สูงสุดราว 20,000 ล้านบาทต่อปี)

“สิ่งแรกที่จะทำคือ พยายามลดเพดานงบฯบริหารจัดการให้ใช้จ่ายไม่เกิน 3% เพื่อไม่ให้เกิดภาวะงบประมาณล้นเกิน”

ที่ผ่านมางบฯสำนักงานมักถูกใช้ไปกับงานประจำ โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่าโครงการเหล่านั้นสร้างสิทธิประโยชน์คืนสู่ผู้ประกันตนมากน้อยเพียงใด การปรับลดเพดานงบฯจะช่วยให้ระบบการใช้น้ำเลี้ยงกองทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่องบฯบริหารจัดการเหลือ เงินส่วนนี้จะถูกตีกลับไปเป็นเงินลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน โดยจะวางกรอบกระจายการลงทุนเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของฝ่ายสำนักงาน และสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างมั่นคง

นอกจากนี้จะยกระดับกลไกบริหารความเสี่ยงในสินทรัพย์นอกตลาดอย่างเข้มงวด โดยนำกรณีศึกษาการลงทุนที่เป็นปัญหาในอดีตอย่าง “ตึกสกายไนน์-Sky Nine” มาเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่โปร่งใสเข้ามาอยู่ในพอร์ตการลงทุนระยะยาวของกองทุน

สูตรแคร์ดันบำนาญเพิ่ม 10%

เมื่อถามถึงนิยามของ “สูตรบำนาญแคร์” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์อธิบายว่า ระบบเดิมอิงกับแนวคิดของระบบราชการที่ใช้ฐานเงินเดือน 5 ปีสุดท้าย (60 เดือนสุดท้าย) ทว่าในภาคเอกชน ช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณไม่ได้เป็นช่วงที่เงินเดือนสูงสุดเสมอไป และผู้ประกันตนที่เปลี่ยนมาส่งต่อในมาตรา 39 อาจทำให้เงินที่เคยสมทบมาตลอด 20 ปีสูญเสียมูลค่าไป

“สูตรบำนาญแคร์คือการปรับมูลค่าเงินที่เคยสมทบในอดีตให้สะท้อนมูลค่าจริงตามกาลเวลา ก่อนนำมาคำนวณเฉลี่ย”

ยกตัวอย่าง เงินสมทบ 7,000 บาทในปี 2542 เมื่อนำมาคำนวณเกษียณในปี 2569 จะไม่ถูกคิดที่มูลค่า 7,000 บาทแบบเดิม แต่จะถูกนำมาคูณปรับค่าเงินตามกาลเวลา ซึ่งอาจมีมูลค่าเทียบเท่า 15,000 บาทในปัจจุบัน การคำนวณแบบนี้ช่วยให้ฐานบำนาญของผู้ประกันตนสะท้อนความจริงอย่างเป็นธรรม

ปัจจุบันมีผู้รับบำนาญอยู่ราว 8 แสนคน จำนวนนี้มีถึง 570,000 คนที่ได้รับบำนาญน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับสูตรบำนาญแคร์ การปรับใช้สูตรใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ในภาพรวมระยะยาว

ยันไม่ทำกองทุนเจ๊ง

ต่อความกังวลเรื่องเสถียรภาพกองทุน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ยืนยันว่า ในทางคณิตศาสตร์กองทุน สูตรบำนาญแคร์กับสูตรเดิมไม่ได้มีความแตกต่างกันในแง่ของงบประมาณภาพรวม เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกิน 5 ปี เพราะเป็นการจ่ายบำนาญตามสัดส่วนการสมทบจริงที่ถูกปรับมูลค่าอย่างเหมาะสม

ในทางกลับกัน การปรับเปลี่ยนนี้ยังช่วยแก้โจทย์ใหญ่ด้านงบประมาณการรักษาพยาบาลของประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากมีผู้ประกันตนสูงวัย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) จำนวนมากยอมจ่ายเงินสมทบมาตรา 39 ต่อไปเรื่อย ๆ 

เพราะเห็นว่าบำนาญที่จะได้รับมีเพียงเดือนละ 1,000 กว่าบาท จึงเลือกส่งต่อเพื่อถือสิทธิรักษาพยาบาลเอาไว้ ทั้งที่ระบบการรักษาพยาบาลของประกันสังคมอาจไม่ได้ตอบโจทย์โรคผู้สูงอายุได้ดีเท่าที่ควร แต่กลับสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กองทุนสูงมาก

หากเปลี่ยนมาใช้สูตรบำนาญแคร์ เงินบำนาญที่ได้รับอาจขยับขึ้นจาก 1,200 บาท เป็น 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อได้รับบำนาญอย่างเหมาะสม ผู้สูงอายุจะเปลี่ยนสิทธิการรักษาพยาบาลไปใช้ “สิทธิบัตรทอง” ซึ่งมีกลไกรองรับการดูแลผู้สูงอายุอย่างตรงจุดมากกว่า

“ประกันสังคมจะประหยัดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลมหาศาล ขณะที่ผู้ประกันตนได้ประโยชน์ 2 ทาง คือได้รับบำนาญเพิ่มขึ้น และได้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลที่เหมาะสมตามช่วงวัย นี่คือกลไกสร้างความยั่งยืนให้กองทุนระยะยาว”

ดันวาระปฏิรูป

ส่วนประเด็นเสถียรภาพความแข็งแกร่งของ 14 เสียงในบอร์ด รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ชี้ว่า เกราะกำบังสำคัญสุดของการปฏิรูปคือประชาชน แม้ทีมจะมี 14 เสียงจาก 21 เสียง แต่แนวทางการทำงานยังคงเหมือนวันแรกที่มีเพียง 6 เสียง 

คือการรายงานความคืบหน้าอย่างโปร่งใส และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด

“การตื่นตัวของประชาชนครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่าการเมืองเรื่องสวัสดิการเป็นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ อยากเชิญชวนทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หันมาใส่ใจวาระการปฏิรูปประกันสังคมร่วมกัน” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวทิ้งท้าย

ใช้สิทธิกว่า 1 ล้านคน

นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อย่างไม่เป็นทางการ (12 ตุลาคม 2569) ขณะนี้การบันทึกผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากที่เลือกตั้งรวม 5,233 แห่ง ทั่วประเทศ เสร็จสิ้นครบทุกที่เลือกตั้งแล้ว 

โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 1,003,615 คน แบ่งเป็นนายจ้าง 12,200 คน และผู้ประกันตน 991,415 คน เมื่อเทียบกับปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิของนายจ้างเพิ่มขึ้น 733% และสัดส่วนการใช้สิทธิของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปฏิรูป ประกันสังคม