เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
Business ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
Politics สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
Politics ‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
Real Estate ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
เศรษฐกิจภูมิภาค วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
‘เอกนิติ’ หารือทวิภาคี ‘JBIC’ หนุนพลังงานสะอาด-เมืองคาร์บอนต่ำ ดึงทุนญี่ปุ่นสนับสนุน SMEs ไทย
Finance ‘เอกนิติ’ หารือทวิภาคี ‘JBIC’ หนุนพลังงานสะอาด-เมืองคาร์บอนต่ำ ดึงทุนญี่ปุ่นสนับสนุน SMEs ไทย
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
Finance แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นเด้ง! รับ IMF อัพ GDP โบรกฯ ชู 4 ธีมหุ้นน่าสะสม
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติ ผนึก ‘IMF-ธนาคารโลก’ รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ชี้สร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท

14 ต.ค. 2569 | 10:09น.
วิทัย รัตนากร

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้ภัยการเงินสร้างความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ผนึก “IMF-ธนาคารโลก” ผลักดัน “Bangkok Blueprint” สร้างระบบนิเวศการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง รับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวบนเวทีเสวนา Thailand Special Seminar: Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth ภายในงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกประจำปี ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings)

โดยระบุว่า จากประสบการณ์จากการพัฒนา PromptPay ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนกว่า 83 ล้านบัญชี และการเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนทั้งในรูปแบบทวิภาคีและพหุภาคีมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดต้นทุนและขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน แต่ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน

“เพื่อป้องกันภัยการเงินที่มีความซับซ้อนและเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 4.3 แสนล้านบาทในปี 2568 ธปท. จึงร่วมกับ IMF และธนาคารโลกผลักดัน Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการรับมือภัยการเงินข้ามพรมแดน ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศน์การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง บนฐานของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า การสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน ต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านมหภาค นโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และนโยบายภาคการเงิน ไปจนถึงระดับครัวเรือนและธุรกิจที่ต้องมีฐานะการเงินและศักยภาพเพียงพอที่จะปรับตัว

ดังนั้น นอกจากกรอบการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เข้มแข็งแล้ว ธปท.จึงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการเงิน 4 ด้าน ได้แก่

1) การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและ SMEs ผ่านโครงการปรับโครงสร้างหนี้และการออกหลักเกณฑ์ดูแลการสร้างหนี้ผ่านสินเชื่อรูปแบบใหม่ ๆ

2) การขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินและสินเชื่อ ผ่านกลไกแบ่งปันความเสี่ยงด้านเครดิตและตลาดกลางสินเชื่อเพื่อ SME (SME Credit Portal) เพื่อให้มีการจัดสรรทรัพยากรไปถึงกิจกรรมที่สร้างรายได้และเพิ่มผลิตภาพได้มากขึ้น

3) การส่งเสริมความเป็นธรรมและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ผ่านหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและโครงสร้างค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์การเงินที่โปร่งใสและชัดเจน

4) การรักษาความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน ผ่านการยกระดับการกำกับดูแล non-bank และธุรกรรมเสี่ยง

ทั้งนี้ ในวงเสวนา ผู้ร่วมเสวนาเห็นว่าการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ตลอดจนกรอบนโยบายและสถาบันที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการปฏิรูปภาคการเงินภายหลังวิกฤตการเงินเอเชีย เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ไทยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินและรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้ไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังเผชิญความท้าทายระยะยาวจากสังคมสูงวัย ผลิตภาพที่ชะลอลง หนี้ครัวเรือนสูง การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจที่แตกต่างกันตามข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และทักษะ

นอกจากนี้ ความเสี่ยงดังกล่าวยังเกิดถี่ขึ้น เชื่อมโยงกันมากขึ้น และส่งผลยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยจึงต้องก้าวจากการรับมือวิกฤตในระดับมหภาคไปสู่การเสริมศักยภาพให้ครัวเรือนและธุรกิจสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ต่อเนื่อง โดยอาศัยนโยบายเศรษฐกิจที่ทำงานประสานกัน ทั้งการรักษาเสถียรภาพ การเร่งยกระดับผลิตภาพและทักษะ ตลอดจนการเปิดทางให้ SMEs และกลุ่มเปราะบางเข้าถึงเงินทุนและโอกาสใหม่อย่างทั่วถึง