เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ทนายชี้ฝ่ายค้านได้อานิสงส์ แต่กันสิทธิ์คนอื่น
เปิดเหตุผล ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม เป็นเหยื่อต้นไม้พิษ ทนายวิญญัติจวกพวกวิจารณ์ ตัวเองได้ประโยชน์ แต่กีดกันคนอื่น
กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568
ต่อมา นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณให้เหตุผลเพิ่มเติมในการยื่นคำร้องครั้งนี้ ว่าจุดมุ่งหมายของกฎหมายที่ออกมาเพื่อยุติความขัดเเย้งในประเทศจากเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต โดยเล็งเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นกว่าสิบปีมันสร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองและในหมู่ประชาชนมานาน
นายทักษิณก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองอันมีที่มาจากแรงจูงใจทางการเมือง ทำนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาตามที่หาเสียงไว้ นั่นคือวิถีของการเป็นผู้แทนของประชาชน แต่ก็นำไปสู่ความขัดแย้งจนกลายเป็นเหตุผลในการทำรัฐประหารเรื่องนี้เป็นที่ชัดเจน
ส่วนที่มีหลายคนออกมาระบุเชิงคัดค้านหรือกีดกัน ทั้งยกข้อกฎหมายและผลของคดีต่าง ๆ ว่าไปเข้าข้อยกเว้นทั้งเรื่องคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ตนเห็นว่า เป็นสิทธิที่จะแสดงความเห็น เช่นกับสิทธิของนายทักษิณจะยื่นด้วยเช่นกัน แต่ตนมีข้อสังเกตว่าคนที่ค้านเป็นขาประจำที่กระความผิดตามกฎหมายและได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.นี้ แต่แสดงออกทำนองว่าไม่อยากให้นายทักษิณได้
และอย่าลืมว่าข้อกล่าวหาที่เป็นผลพวงมาจากการยึดอำนาจทำรัฐประหาร ตั้งข้อหาอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือจะเป็นการแก้กฎหมาย จะให้เหตุผลอะไรเพื่อเอาผิดก็ทำกันมาแล้วทั้งสิ้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลของการใช้อำนาจและการตีความ นี่ก็คือสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งใช่หรือไม่ เหมือนทฤษฎีที่นายทักษิณเคยกล่าวเสมอว่า ผลไม้ที่เกิดจากต้นไม้พิษ ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ถ้าไม่ใช่เรื่องการเมืองไม่เหตุจูงใจทางการเมืองมันจะมองเป็นอื่นได้อย่างไร
นายวิญญัติกล่าวต่อว่า คนที่ออกมาคนวิจารณ์หรือกีดกัน ตนก็เห็นว่า ก็เป็นผู้ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้ทั้งนั้น ทั้งที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก “ต้นไม้พิษ” แต่ก็ยังอยากได้การนิรโทษกรรม เมื่อตนได้ แต่กลับไม่อยากให้นายทักษิณได้รับนิรโทษกรรม นี่คือการไม่ข้ามพ้นความขัดแย้งตั้งแต่ยังไม่อ้าปากกันเลย
ตนยืนยันว่าการยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิเพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด จึงขึ้นกับดุลพินิจและการตีความของคณะกรรมการที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ ตนขอให้ใช้หัวใจที่เป็นธรรม ใช้ความเป็นมนุษย์ เพราะมองว่าการจะจำกัดสิทธิบางคน มันก็หวนกลับไปสู่การเเบ่งฝักเเบ่งฝ่าย ขัดแย้งกันต่อไป
นายทักษิณใช้สิทธิ ไม่ใช่เพราะต้องการนำไปเป็นคุณสมบัติทางการเมือง หรือไปดำรงตำแหน่งใด ๆ เจ้าตัวมีอายุมากแล้ว อยากใช้ชีวิตปกติ และเป็นคนหนึ่งถูกกระทำด้วยการเมืองมาตลอด
อยากให้คณะกรรมการทุกท่านใช้ดุลพินิจด้วยความตระหนักถึงเหตุการณ์ในอดีต มองไปสู่อนาคต พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยการตีความอย่างกว้าง
“ไม่ควรใช้คำตอบสำเร็จรูป จากถ้อยคำที่เบาบาง มาตัดสิทธิตามกฎหมายของบุคคล เพราะการใช้กฎหมายไม่ควรจะเริ่มและจบด้วยคำเรียกว่า โกงหรือทุจริต ควรช่วยพิจารณาถึงนโยบายที่เป็นผลในทางการเมือง และรัฐประศาสโนบายด้วยและควรพิจารณาที่เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ชื่อก็บอกว่า สร้างเสริมสังคมสันติสุข” นายวิญญัติกล่าว
นายวิญญัติกล่าวอีกว่า สำหรับการยื่นขอนิรโทษกรรมครั้งนี้ เป็นคดีที่ศาลตัดสินไปเเล้ว ส่วนคดี 112 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เราไม่ได้ยื่นคำร้องไปด้วย