เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
คำโปรย: กทม. ชี้แจงไขข้อสงสัยประชาชน เหตุใดเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแต่ละบ้านจึงได้ต่างกัน และเหตุใดสถานะค้างช้า เผยล่าสุดอนุมัติส่ง ปภ. แล้วกว่า 1.6 แสนราย โอนสำเร็จแล้วกว่า 9.2 หมื่นครัวเรือน พร้อมส่ง “เขตบัดดี้” เสริมทัพแก้ปัญหาคิวแน่น
ไขคำตอบจากกรุงเทพมหานครถึงกระแสข้อสงสัยของประชาชนในพื้นที่ว่า ทำไมเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. ถึงได้รับต่างกัน และทำไมเงินจึงเข้าช้า ล่าสุด กรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า กทม. ได้อนุมัติ 205,036 ครัวเรือน
- ได้รับอนุมัติเงินชดเชย 9,000 บาท จำนวน 116,146 ครัวเรือน
- ได้รับอนุมัติเงินชดเชย 5,000 บาท จำนวน 88,890 ครัวเรือน
- รวมวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 1,489,764,000 บาท
ทำไมแต่ละบ้านได้รับเงินไม่เท่ากัน?
สำหรับสาเหตุที่แต่ละบ้านได้รับเงินช่วยเหลือแตกต่างกัน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงว่าเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยตามเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยพิจารณาจากลักษณะความเสียหายและระยะเวลาน้ำท่วมขัง แม้จะอยู่ในซอยหรือชุมชนเดียวกัน แต่เนื่องจากระดับความสูงต่ำของพื้นที่หรือระดับพื้นบ้านต่างกัน ส่งผลให้ระดับน้ำที่เข้าท่วมไม่เหมือนกัน โดยมีหลักเกณฑ์การจ่ายดังนี้:
- รับเงิน 5,000 บาท: เป็นกรณีน้ำท่วมขังหรือล้อมรอบบริเวณบ้าน ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกลำบาก แต่น้ำไม่ได้ไหลเข้าสู่ภายในตัวอาคารบ้านเรือน
- รับเงิน 9,000 บาท: เป็นกรณีที่น้ำไหลเข้าท่วมภายในตัวอาคารบ้านเรือน และส่งผลให้ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย
4 สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเข้าช้า-สถานะค้าง “กำลังดำเนินการ”
รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา พบสาเหตุสำคัญที่ทำให้การโอนเงินล่าช้าหรือรายการถูกค้างในระบบ ได้แก่:
- ผูกพร้อมเพย์ไม่ถูกต้อง: ประชาชนหลักพันรายผูกพร้อมเพย์ไว้กับเบอร์โทรศัพท์ แต่ไม่ได้ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ระบบโอนเงินไม่ผ่านและถูกตีกลับ การแก้ไขต้องดำเนินการผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนให้ถูกต้องแล้วยื่นขอใหม่
- การยื่นขอซ้ำซ้อนในครัวเรือนเดียวกัน: ตามเงื่อนไขกำหนดไว้ที่ 1 หลังคาเรือน ต่อ 1 ครัวเรือน สามารถขอสิทธิ์ได้ 1 ครั้ง หากมีสมาชิกในบ้านคนอื่นยื่นซ้ำ รายการที่ยื่นตามมาจะถูกระบบปฏิเสธทันที
- ขาดหลักฐานหรือรูปภาพความเสียหาย: หากเป็นพื้นที่น้ำท่วมชัดเจน 100% ที่เขตมีข้อมูลอยู่แล้ว จะอนุมัติได้เร็ว แต่หากยื่นขอในกรณีทรัพย์สินเสียหาย จะต้องส่งรูปภาพหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ไม่ได้เปิดให้แนบรูปภาพตั้งแต่แรก เรื่องจึงค้างรอเอกสาร ทั้งนี้ หากประชาชนยื่นผ่านระบบ
claim.bangkok.go.thของ กทม. ร่วมด้วย จะสามารถแนบรูปภาพและเอกสารได้ ทำให้เจ้าหน้าที่จับคู่ข้อมูลและอนุมัติได้รวดเร็วขึ้น - เอกสารบ้านเช่าไม่ครบถ้วน: กรณีบ้านเช่า ต้องจัดเตรียมสัญญาเช่า หรือหนังสือรับรองการเช่าจริง เพื่อใช้ยืนยันสิทธิ์
นอกจากนี้ กทม. ได้จัดส่งระบบ “เขตบัดดี้” เข้าไปช่วยเสริมทัพรับเรื่องร้องเรียนและบริการประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดและลดขั้นตอนคิวแน่นของประชาชนในการยื่นเอกสารอีกด้วย