MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ว่ากันว่าความต้องการการบินส่วนบุคคล หรือ Private Aviation เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงาน Asian Sky Quarterly Q2 2026 ระบุถึงสัญญาณเชิงบวกของอุตสาหกรรมการบินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยระดับความเชื่อมั่นของผู้ตอบแบบสำรวจเพิ่มขึ้นจาก 70.2% ในไตรมาสแรก เป็น 86.4% ในไตรมาส 2
ขณะที่สัดส่วนผู้ที่มีแผนซื้ออากาศยานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 แตะระดับ 78.4%

โดยข้อมูลเที่ยวบินสะสมย้อนหลัง 12 เดือน ณ ไตรมาส 2 ปี 2026 พบว่า กรุงเทพฯ มีเที่ยวบินเครื่องบินธุรกิจขาออก 2,952 เที่ยว สูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ และอันดับ 6 ของเอเชีย ขณะที่ภูเก็ตมีเที่ยวบินขาออก 743 เที่ยว และยังคงอยู่ในอันดับ 7 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่รองรับทั้งการเดินทางเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม
“จิรัฏฐ์ เสรีเชษฐพงษ์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มเจ็ท เมนเทนแนนซ์ จำกัด (MJets) ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคลรายแรกของประเทศไทย บอกว่า ความพร้อมของผู้ให้บริการจึงไม่ได้วัดจากจำนวนเครื่องบิน หรือความหรูหราของห้องโดยสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถของทีมงานในการบริหารจัดการรายละเอียด ความซับซ้อน และสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ในแต่ละเที่ยวบิน

เพราะการเดินทางที่ทุกอย่างดูราบรื่นและเป็นไปตามแผนนั้น เบื้องหลังมีรายละเอียดที่ต้องคิดและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนเครื่องออกไปจนถึงปลายทาง
“หน้าที่ของผมคือการดูแลเครื่องบินให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับทุกภารกิจ เพราะในแต่ละภารกิจอาจมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ”
โดยหนึ่งในความแตกต่างสำคัญของ Private Aviation คือ แทบไม่มีเที่ยวบินใดเหมือนกันทั้งหมด ผู้โดยสารแต่ละรายมีตารางเวลา จุดหมายปลายทาง และความต้องการที่แตกต่างกัน ขณะที่เงื่อนไขในการปฏิบัติการบินก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
“สำหรับเอ็มเจ็ทนั้นประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่ผู้โดยสารมองเห็นหรือสัมผัสได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายละเอียดมากมายที่ทีมงานได้เตรียมการไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว”
“เบญจมาศ อัตตะสาระ”ผู้จัดการฝ่ายขายบริการเหมาลำ กล่าวว่า ความต้องการของลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางครั้งได้รับคำขอเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเดินทาง ดังนั้นงานขายต้องยืดหยุ่นและพร้อมต่อความต้องการพิเศษอยู่เสมอ

สิ่งสำคัญคือเราต้องคิดให้เร็ว ประสานงานกับทุกฝ่าย และหาทางออกที่ดีที่สุดภายใต้เวลาที่มี เพื่อให้ความซับซ้อนทั้งหมดจบอยู่ที่หลังบ้าน และสิ่งที่ผู้โดยสารได้รับยังคงเป็นการเดินทางที่ราบรื่นและไร้กังวล ขณะที่ทีมสนับสนุนและทีมโอเปอเรชั่นต้องติดตามปัจจัยตั้งแต่สภาพอากาศ การปิดน่านฟ้า ข้อกำหนดของสนามบิน ไปจนถึงเอกสารและสิทธิการบินในแต่ละประเทศ เพื่อวางแผนและหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ส่วนทีม Technical และ CAMO ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังความพร้อมของอากาศยาน ตั้งแต่การติดตามสถานะทางเทคนิค ประวัติการซ่อมบำรุง ไปจนถึงข้อกำหนดด้านความสมควรเดินอากาศ เพื่อให้รายละเอียดต่าง ๆ ได้รับการตรวจสอบและจัดการอย่างเหมาะสมก่อนการเดินทาง
โดยในปี 2026 นี้ “เอ็มเจ็ท” ยังเดินหน้าขยายบทบาทในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเติบโตดังกล่าว โดยยังคงวาง “คน” ไว้เป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยี อากาศยาน หรือโครงสร้างพื้นฐานจะพัฒนาไปไกลเพียงใด
สิ่งที่ทำให้ทุกองค์ประกอบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ยังคงเป็นประสบการณ์ การตัดสินใจ และการประสานงานของผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง