หุ้นไทยทุบสถิติใหม่! ปันผลทะลุ 8 แสนล้าน แบงก์แชมป์จ่าย 2 แสนล้าน พลังงาน-สื่อสารตามติด
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทจดทะเบียน 585 แห่ง จ่ายปันผลรวม 806,778 ล้านบาท พุ่ง 35.81% ทุบสถิติสูงสุดใหม่ กลุ่มแบงก์ครองแชมป์จ่ายกว่า 2 แสนล้านบาท ตามด้วยพลังงานและสื่อสาร พบ 3 กลุ่มใหญ่กวาดสัดส่วนปันผล 63.86% ของทั้งตลาด ขณะที่เดือน พ.ค. จ่ายมากสุด 476 ครั้ง
ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Research) เปิดเผยผ่านรายงาน SET Note ฉบับที่ 13/2569 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2569 เรื่อง “9 เดือน บริษัทจดทะเบียนไทยจ่ายเงินปันผลกว่า 8 แสนล้านบาท” ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (เดือน ม.ค.-ก.ย.) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 585 บริษัท มีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรวม 824 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 806,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำสถิติสูงสุดใหม่
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผล 567 บริษัท รวม 776 ครั้ง มูลค่า 594,043 ล้านบาท พบว่าปีนี้มีจำนวนบริษัทที่จ่ายปันผลเพิ่มขึ้น 18 บริษัท ขณะที่จำนวนครั้งเพิ่มขึ้น 48 ครั้ง และมูลค่าเงินปันผลเพิ่มขึ้นถึง 212,735 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากบริษัทจดทะเบียนบางแห่งมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสม ส่งผลให้มูลค่าเงินปันผลรวมในช่วง 9 เดือนแรกสูงกว่าระดับปกติ
สำหรับความถี่ในการจ่ายเงินปันผล พบว่าบริษัทจดทะเบียน 372 บริษัท มีการจ่ายเงินปันผล 1 ครั้ง ขณะที่อีก 213 บริษัท จ่ายเงินปันผลระหว่าง 2-4 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2558-2568 พบว่ามูลค่าเงินปันผลที่บริษัทจดทะเบียนจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 4.80%
เมื่อเจาะลึกการจ่ายเงินปันผลจำแนกตามหมวดธุรกิจ พบว่ากลุ่มธนาคารครองอันดับ 1 ด้วยมูลค่าเงินปันผลรวม 203,577 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 175,317 ล้านบาท และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 136,288 ล้านบาท ทั้ง 3 หมวดธุรกิจมีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลรวมกันสูงถึง 515,182 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63.86% ของมูลค่
ส่วนอีก 4 หมวดธุรกิจที่ติดอันดับ 7 กลุ่มจ่ายเงินปันผลสูงสุด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ 45,914 ล้านบาท, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 35,442 ล้านบาท, กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 33,730 ล้านบาท และกลุ่มการแพทย์ 33,668 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 3 หมวดธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่มีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาช่วงเวลาการจ่ายเงินปันผล พบว่าเดือน มี.ค.-พ.ค. ยังเป็นฤดูกาลสำคัญที่บริษัทจดทะเบียนทยอยจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี โดยในช่วง 3 เดือนดังกล่าวของปี 2569 มีการจ่ายเงินปันผลรวม 560 ครั้ง คิดเป็น 67.96% ของจำนวนครั้งที่จ่ายเงินปันผลทั้งหมดในช่วง 9 เดือนแรก
สำหรับมูลค่าเงินปันผลที่จ่ายในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. อยู่ที่ 587,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเดือน พ.ค. เป็นเดือนที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงสุดทั้งจำนวนครั้งและมูลค่า มีการจ่ายเงินปันผลรวม 476 ครั้ง คิดเป็น 57.77% ของจำนวนครั้งทั้งหมดในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้
รองลงมาคือเดือน ก.ย. มีการจ่ายเงินปันผล 205 ครั้ง คิดเป็น 24.88% ของจำนวนครั้งทั้งหมด โดยมีมูลค่าเงินปันผลรวมกว่า 158,420 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี สถิติการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนลงทุน โดยเฉพาะการพิจารณาช่วงเวลาที่บริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มจ่ายเงินปันผล เพื่อช่วยให้นักลงทุนวางแผนและคัดเลือกหุ้นปันผลได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นสถิติในอดีต นักลงทุนจึงควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ความสามารถในการสร้างกำไรและกระแสเงินสด รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต ตลอดจนปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ หุ้นปันผลยังมีจุดเด่นในการสร้างกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน และช่วยเพิ่มความมั่นคงให้พอร์ตลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน โดยผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้รับผลตอบแทนทั้งจากเงินปันผลและการเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาว