ประธานกลุ่มเซ็นทรัล ชี้กับดักประเทศไทยคือความไม่ต่อเนื่อง – ปัญหาเชิงโครงสร้าง
20 ต.ค. 2569 | 10:30น.
‘สุทธิพันธ์’ ประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล ชี้ปัญหาและกับดักสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย คือความไม่ต่อเนื่องของการปฏิรูปและนโยบายภาครัฐ แนะกุญแจสำคัญ Second Take-off ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล ให้สัมภาษณ์’ประชาชาติธุรกิจ’ ระหว่างร่วมงาน IMF–World Bank Annual Meetings ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เนื้อหาโดยสรุปดังนี้
- ปัญหาและกับดักสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย คือความไม่ต่อเนื่องของการปฏิรูปและนโยบายภาครัฐ ประกอบกับการขาดธรรมาภิบาลที่ชัดเจนในสายตานักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ประเทศไทยติดอยู่กับสิ่งเก่าๆ และค่อยๆ ถูกฉุดให้ถอยหลัง
- มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และขาดความมุ่งมั่นทางการเมือง ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศ
- “แน่นอนไม่พ้นเรื่องของการเมือง และความมุ่งมั่นทางการเมืองของเรา มันไม่มี”
- “ความเก่งเรามี แผนเรามีหมด” ประเทศไทยไม่ได้ขาดความรู้ ความสามารถ หรือแผนยุทธศาสตร์ ทุกอย่างมีครบหมดแล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือ ความอ่อนแอทางโครงสร้างสถาบัน โดยเฉพาะภาครัฐที่ไม่ส่งเสริมภาคเอกชน และทำงานไปกันคนละทิศคนละทางในเรื่องของรัฐบาล
- การเปลี่ยนรัฐบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบาย จนทำให้ไทยเริ่มหลุดจากวงแข่งขัน และถูกประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแซงหน้าไป
- “เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐบาล ไม่มีความต่อเนื่อง ตรงนี้ไม่ได้แล้ว”
กุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
- ในการประชุม มีการพูดถึง AI ว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยอ้างอิงรายงานของ IMF ที่ระบุว่า หากใช้ AI เป็น จะช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ 0.2% ถึง 1% ต่อปี เช่น หากเศรษฐกิจโต 2% การนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยดันขึ้นเป็น 3% ได้
- ต้องเน้นการปรับเปลี่ยนศักยภาพคนทำงาน เพิ่มผลิตภาพ เพื่อขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- ต้องให้โอกาสและกระจายการพัฒนาออกไปสู่เมืองรองต่างๆ ไม่ควรกระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพฯ
- “ขยายไปเลยพวกเมืองรอง ไปติดอยู่แค่กรุงเทพฯ ทำไม”
จุดแข็งไทย Creative Economy
- ไทยมีจุดแข็งมากในเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy ศิลปิน/ดารา เช่น น้องเนเน่ รวมถึงนักกีฬาไทยที่มีศักยภาพเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน
- ศักยภาพทางกายภาพและความสามารถของคนไทยอยู่ในระดับท็อป แต่เศรษฐกิจของประเทศกลับเติบโตเป็นรั้งท้ายของภูมิภาค ซึ่งเป็นภาพที่ขัดกันเองอย่างชัดเจน จึงต้องใช้โอกาสนี้ในการพลิกฟื้น
Second Take-off – ปริศนาไทยแลนด์
- รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจพยายามขับเคลื่อนให้เกิด “Second Take-off” ของเศรษฐกิจไทย เหมือนเช่นในอดีต ยุค พล.อ.เปรม และ คุณชาติชาย ที่ไทยเคยปรับตัวจนเศรษฐกิจโชติช่วงชัชวาล ผ่านการบริหารเศรษฐกิจมหาภาคที่มีเสถียรภาพ และเปิดรับความร่วมมือกับนานาชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และจีน
- ข้อมูล IMF ระบุว่า 2 ใน 3 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมาจากภูมิภาคเอเชีย ไทยจึงต้องเข้าไปอยู่ในคลื่นการเติบโตนี้ให้ได้
- ต้องเร่งบูรณาการกับภูมิภาคให้แข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ และต้องให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การวางโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ๆ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน
- ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องประสานงานร่วมมือกัน ไม่แยกกันอยู่คนละทิศคนละทาง ต้องสร้างความหวังและโมเมนตัมแห่งการเปลี่ยนแปลง หากเริ่มตั้งแต่นี้ จะเห็นผลภายใน 2-3 ปี
- นี่คือ “ช่วงเวลาทอง” ที่ไทยต้องทิ้งภาพเดิมๆ แล้วปรับตัว เพราะในสายตานานาชาติ ประเทศไทยถือว่าดูดีเกินคาด มีศักยภาพพร้อมทั้งด้านการจัดการ คน และเทคโนโลยี
- ต่างชาติและทั่วโลกต่างสงสัยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียนหรือเอเชียเลย “แล้วมันไปติดตรงไหน ?” ขอทิ้งประเด็นนี้ไว้เป็นปริศนาให้ทุกคนช่วยกันคิด